728 x 90

รู้จัก 4 โรคจิตเวชของคนเมือง

"รองอธิบดีฯ อ้างเมาขโมยภาพ" "หญิงวิกลจริตไล่สาดน้ำร้อนใส่สาวหน้าตาดีย่านดินแดง" "คลิปฉาวครูโรงเรียนดังโชว์ของลับ" และอีกสารพัดกรณีที่เกิดขึ้นจากอาการจิตเวช บางเหตุการณ์เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต จึงจำเป็นที่เราต้องรู้จักกับอาการประหลาดเหล่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ เพราะไม่แน่บางอาการที่กำลังกล่าวถึงนี้คุณหรือคนรอบข้างอาจเป็นอยู่ก็ได้

Kleptomania หยิบฉวยขโมยของ
Kleptomania หยิบฉวยขโมยของ
เป็นที่ฮือฮาไม่น้อยสำหรับข่าวดังที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน กรณีรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาถูกจับฐานขโมยภาพในโรงแรมที่เกียวโต หลังจากนั้นก็ออกมาชี้แจงว่าเผลอเมามายจนขาดสติ ซึ่งอาการที่กำลังกล่าวถึงนี้ ไม่ใช่พฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยแบบเจตนา แต่เป็นโรค Kleptomania ที่ชอบหยิบฉวยเอาของคนอื่นมาเก็บไว้โดยไม่รู้ตัว หลายคนอาจเป็นอยู่ แต่ไม่รู้ตัวก็ได้

โรคนี้จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อมีความเครียดเมื่อเห็นสิ่งของที่อยากได้จึงต้องหยิบแล้วความทุกข์ทรมานในใจจะหายไป

สาเหตุของพฤติกรรมมีหลายอย่าง เช่น เกิดจากภาวะสมองเสื่อมในวัยที่สูงอายุ เนื่องจากอาจเข้าใจว่าสิ่งของที่นำมาเป็นของตัวเองหรือเกิดจากการทำงานของสารในสมองผิดปกติ ควบคุมตัวเองในการหยิบฉวยของคนอื่นไม่ได้ หรือมีพฤติกรรมสะสม ที่ขาดการรับรู้ผิดชอบชั่วดี ขาดผู้ชี้แนะตั้งแต่วัยเด็ก

แพทย์จะใช้ยาเพื่อสร้างสมดุลของสารในสมอง ลดความวิตกกังวล และใช้พฤติกรรมบำบัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงไม่ไปสถานที่ชอบไปก่อพฤติกรรมหยิบของผู้อื่นโดยไม่บอกกล่าว เช่น ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

Bipolar Disorder อารมณ์สองขั้ว
Bipolar Disorder อารมณ์สองขั้ว

โรคนี้จะทำให้ผู้ป่วยอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เคยมีกรณีผู้ป่วยไบโพล่าร์ออกมาขู่ฆ่าตัวตายกลางที่สาธารณะ อาการนี้ไม่ใช่โรคจิตแต่อันตรายมาก เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะไปทำร้ายคนอื่นด้วยดังที่เห็นตามข่าว

ไบโพล่าร์ คือ โรคที่มีความผิดปกติของอารมณ์ 2 ขั้วมีทั้งช่วงที่อารมณ์ดีคึกคักพลุ่งพล่าน (Mania) และบางช่วงที่อารมณ์ซึมเศร้า (Depressed) คนที่มีอาการจะแสดงอารมณ์พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ช่วงอารมณ์ซึมเศร้าจะเบื่อหน่าย ท้อแท้ ส่วนช่วงที่คึกคักพลุ่งพล่าน สมาธิจะลดล งมีความเสี่ยงที่จะทำอันตรายหรือผิดกฎหมาย

สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุสารเคมีที่แน่ชัด สิ่งที่จะกระตุ้นให้แนวโน้มการเกิดโรคนี้แฝงออกมาให้เห็น คือ ถูกกดดันทางจิตใจ คนรักเสียไปกะทันหัน ตกงาน ญาติเสียชีวิต หรือเสพยาใช้สารอื่นๆ

สามารถรักษาให้หายได้โดยใช้ยายับยั้งควบคุมอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ให้อยู่ในความปกติ และควรมีแพทย์คอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาทางจิตใจ ผู้ป่วยจะได้ปรับตัวให้เข้ากับสังคมและจัดการกับปัญหาในชีวิตได้มากขึ้น

Hoarding Disorder นักสะสมของ
Hoarding Disorder นักสะสมของ

Hoarding Disorder เป็นโรคที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ ในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวชเมื่อปี 2556 ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมเก็บสะสมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ไม่สามารถตัดใจทิ้งอะไรได้เลย โดยเฉพาะช่วงเครียดมักสะสมของมากขึ้น

ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจน เนื่องจากบางรายอาจจะเกิดจากพันธุกรรม บางรายเป็นกลไกทางจิตชดเชย บางรายเกิดจากความวิกลจริต บางรายก็เกิดจากภาวะอัลไซเมอร์

การรักษามีทั้งการใช้ยากลุ่มยาต้านเศร้า (Antidepressant) เพื่อบรรเทาอาการและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คือ การสอนการตัดสินใจทิ้งหรือเก็บของ การจัดกลุ่มสอนวิธีการเก็บของที่มีประสิทธิภาพ ฝึกให้อดทนได้กับการทิ้งของ ซึ่งวิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดของที่สะสมลงได้เกือบๆ 1 ใน 3

Exhibitionism ชอบโชว์ของลับExhibitionism ชอบโชว์ของลับ
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่คนเมืองมักประสบด้วยตัวเองเมื่ออยู่ในสถานที่คนพลุกพล่าน นั่นคือพฤติกรรม "โชว์ของลับ" ตามหลักทางจิตเวชแล้ว ถือว่าเป็นความเบี่ยงเบนทางเพศ (Sexual Deviation) โดยผู้ป่วยจะโชว์ของลับในเวลาเครียด หรือบางคนหากมีโอกาสที่จะแสดงพฤติกรรมก็ทำเลย ผู้ป่วยจะมีความสุขและตื่นเต้นจากการได้โชว์ของให้คนแปลกหน้าดู

ทั้งนี้ทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากอาการต่างๆ เช่น ผู้ป่วยถูกประทุษร้ายในวัยเด็ก, อาการทางระบบประสาท, ความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่เป็นสารสื่อประสาท หรือในบางรายพบว่าเป็นลักษณะหนึ่งของโรคย้ำคิด ย้ำทำ

สำหรับการรักษานั้นดูเหมือนจะทำได้ยาก เนื่องจากเจ้าตัวเองมักจะไม่ยอมรับถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น สนใจแต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากการกระทำเท่านั้น จึงไม่คิดจะรักษาหรือแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรม


นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
"Kleptomania จะแตกต่างกับผู้มีนิสัยชอบขโมย ที่จะมีการวางแผนล่วงหน้า ต้องการสิ่งของบุคคลอื่น เพื่อตอบสนองการนำมาใช้ประโยชน์ แต่ผู้ป่วยจะขโมยก็ต่อเมื่อมีอาการเครียด เมื่อหยิบไปแล้วความทุกข์ทรมานในใจจะหายไป"

คุณากร สุวรรณเนตร นักสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
"เมื่อเห็นคนโรคจิตโชว์ของลับกลางสาธารณะ คนไทยส่วนใหญ่มักนิ่งเฉย แบบนี้จะทำให้ผู้ป่วยได้ใจ ควรส่งเสียงโวยวายว่าเขาต่อหน้าให้เกิดความละอายไปเลย แต่ต้องดูก่อนว่า ผู้ป่วยต้องไม่พกอาวุธอันตราย และอีกวิธีคือ ให้โทรแจ้ง 191 หรือ 1669"

ผู้ป่วยที่เคยพบจิตแพทย์ (เพศหญิง)
"เมื่อก่อนเราเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จึงตัดสินใจไปคุยกับจิตแพทย์ พอได้เล่าให้หมอฟังก็รู้สึกดีขึ้น มีหลายคนที่ไม่กล้าไปหาหมอ เพราะกลัวคนอื่นหาว่าเป็นบ้า ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิด เพราะจิตแพทย์จะหาวิธีทุเลาอาการให้เราต่างหาก"

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments