728 x 90

ส่องทิศทางตลาดแรงงานไทยในยุคประชากรลด

img

การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไทย เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของประชากร ที่มีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า วัยแรงงานจะลดลงจาก 43 ล้านคน เหลือ 40.7 ล้านคน และ 35.1 ล้านคนในปี 2583 รวมถึงการเกิดขึ้นของ Digital Transformation ทำให้ผู้ประกอบการและแรงงานต้องพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
อัตราการว่างงาน

แรงงานไทยใน 3 ทศวรรษที่ผ่านมา
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรกว่า 67.7 ล้านคนในปี 2560 แบ่งเป็นหญิงร้อยละ 51 และชาย ร้อยละ 49 หรือคิดเป็นอัตราส่วนเพศชาย 96.2 คนต่อหญิง 100 คน และมีแนวโน้มว่าโครงสร้างประชากรของสังคมไทยจะมีประชากรผู้หญิงเพิ่มขึ้นอีก

ด้านทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ปัจจุบันอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของเพศชายสูงกว่าเพศหญิงในทุกกลุ่มอายุ โดยปี 2530-2539 ชายวัย 15-19 ปี มีอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานร้อยละ 62 และหญิงร้อยละ 61 ขณะที่ปี 2559 ชายมีเพียงร้อยละ 26 และหญิงมีเพียงร้อยละ 13 เป็นผลมาจากช่วงอายุ 18-19 ปี เริ่มเรียนระดับมหาวิทยาลัยกันแล้ว
อัตราการปรับขึ้นเงินเดือน
ใน 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ประชากรหญิงอายุ 20-24 ปี เคยเข้าสู่ตลาดแรงงานร้อยละ 79 กลับลดลงเหลือร้อยละ 24 และชายวัย 20-24 ปี เคยเข้าสู่ตลาดแรงงานร้อยละ 90 ลดลงเหลือร้อยละ 74 ซึ่งเหตุผลหลักของการลดลง คือการอยู่ในระบบการเรียนการศึกษาที่ยาวนานขึ้น

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ คนรุ่นใหม่เริ่มต้นชีวิตการทำงานช้าลง ในขณะเดียวกันคนรุ่นเก่าๆ หยุดทำงานในวัยที่อายุไม่สูงมากนัก แสดงให้เห็นว่า ตลอดช่วงอายุขัย แรงงานไทยมีระยะเวลาการทำงานที่สั้นลง

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ชายที่ทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้มีมากกว่าหญิง แต่หญิงที่ทำงานนอกบ้านโดยเฉลี่ยนั้นมีการศึกษาสูงกว่าชาย โดยปี 2560 แรงงานชายที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี มีจำนวนมากกว่าหญิง 4 ล้านคน และแรงงานที่จบปริญญาตรีขึ้นไปเป็นหญิงมากกว่าชาย 9 แสนคน

ผลสำรวจพบว่า ไทยมีแรงงานในระดับป.ตรีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเฉลี่ย 1.1 ล้านคนในช่วงปี 2530-2539 เป็นกว่า 6 ล้านคนในปี 2560 ซึ่งในอนาคตจะมีแรงงานหญิงที่มีการศึกษาสูงมากกว่าชายยิ่งขึ้นอีก เนื่องจากปี 2560 มีผู้หญิงกำลังเรียนระดับมัธยม อาชีวศึกษา และป.ตรีขึ้นไป มากกว่าผู้ชายเกือบ 3 แสนคน

อย่างไรก็ตาม เมื่อแรงงานมีการศึกษาสูงขึ้น โอกาสในการหางานก็ยากขึ้นด้วย โดยปี 2560 อัตราการว่างงานของผู้จบประถมหรือ  ต่ำกว่าอยู่ที่ ร้อยละ 0.4 สำหรับเพศชาย และ 0.3 สำหรับเพศหญิง ส่วนอัตราการว่างงานของผู้จบปริญญาตรีอยู่ที่ร้อยละ 2.8 สำหรับเพศชาย และ 2.6 สำหรับเพศหญิง
รางวัลพิเศษ
หญิงชายกับความเหลื่อมล้ำ
ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ที่ปรึกษาด้านหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแม้ผู้หญิงจะมีการลงทุนเพื่อการศึกษาและมีประสบการณ์ในการทำงานที่ดีขึ้น แต่โดยเฉลี่ยก็ยังได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชาย โดยมูลค่าของความแตกต่างในปี 2560 พบว่า หญิงที่มีการศึกษาระดับป.ตรีเสียเปรียบชายในระดับการศึกษาเดียวกันเดือนละ 5,000 บาทหรือคิดเป็นร้อยละ 28 ของค่าจ้างของหญิง

นอกจากนี้ยังพบว่า ช่องว่างระหว่างค่าจ้างหญิงชายเทียบเป็นสัดส่วนกับค่าจ้างของหญิงไม่ได้ขึ้นกับระดับการศึกษา โดยปัจจุบัน พบว่า ลูกจ้างเอกชนชายมีค่าจ้างสูงกว่าหญิงร้อยละ 11-32 ไม่ว่าจะระดับการศึกษาใดๆ ก็ตาม 

ด้าน คอร์น เฟอร์รี่ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาแก่องค์กรชั้นนำระดับโลก เผยถึงปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้บริหารหญิง คือ
1. ผู้บริหารหญิงโดยเฉลี่ยมีอายุมากกว่าผู้บริหารชายราว 4 ปี และผ่านตำแหน่งงาน หน้าที่รับผิดชอบ จำนวนบริษัทที่มากกว่า
2. พวกเธอถูกผลักดันโดยความมุ่งมั่นในเป้าหมายและผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจ
3. อุปนิสัยที่แตกต่าง ได้แก่ ความกล้าหาญ การกล้าเสี่ยง ความยืดหยุ่น ความฉับไว และการจัดการกับความคลุมเครือ
4. การทำงานโดยอาศัยการรวมพลังของทีมงาน
5. กว่า 2 ใน 3 ของผู้บริหารหญิงไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เป็นผู้บริหารจนกระทั่งเจ้านายกระตุ้นและส่งเสริม และ 6. ผู้บริหารหญิงส่วนใหญ่มีการศึกษาในสาขา STEM และการเงิน ที่ช่วยส่งเสริมความสำเร็จในการทำงาน


ค่าจ้างแรงงานไทย
บริษัท วิลลิส ทาวเวอร์ส วัทสัน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โบรกเกอร์ และโซลูชั่นส์ชั้นนำระดับโลก เผยผลสำรวจการวางแผนจัดสรรงบประมาณเงินเดือน โดยคาดว่า อัตราเงินเดือนในไทยจะปรับขึ้น ร้อยละ 5.5 ในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.2

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างขึ้นเงินเดือนต่ำสุด ที่ร้อยละ 4 ในปี 2560 และคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ในปี 2561 ส่วนกลุ่มประกันชีวิตปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5.9 เป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนมากที่สุด และปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 5.5 เป็นอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่โบนัสในกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มบริหารสินทรัพย์ จ่ายสูงสุดเฉลี่ย 5.5 เดือน กลุ่มผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มประกันภัย จ่ายต่ำสุดเฉลี่ย 1.8 เดือน สำหรับอัตราค่าจ้างผู้จบการศึกษาป.ตรี เริ่มต้น 15,000 บาท ป.โท เริ่มที่ 20,500 บาท ส่วนค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในเขตกรุงเทพฯ อยู่ที่ 325 บาทต่อวัน
รางวัลพิเศษ
ไม่เพียงแต่แรงงานเท่านั้นที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง แต่องค์กรเองก็ต้องปรับตัวให้ทันเพื่อสอดรับกับกระแสโลกทั้งด้านเทคโนโลยีและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของประชากรวัยแรงงาน รวมถึงการดำเนินงานขององค์กรให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ นิตยสาร Business+ โดย บมจ. เออาร์ไอพี (ARiP) ประกาศรางวัล Thailand Top Company Awards 2018 เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจในความสำเร็จขององค์กรธุรกิจไทย ที่มีศักยภาพการดำเนินธุรกิจและมีหลักธรรมาธิบาลความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการปรับกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจในโลกยุคดิจิทัล โดยแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม 13 รางวัล และรางวัลพิเศษอีก 12 รางวัล (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ  )

ความท้าทายในโลกการทำงานปัจจุบันคือ Digital Transformation หรือการปฏิวัติองค์กรทุกส่วนให้เป็นดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น ทรัพยากรบุคคล วัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน ซึ่งหากองค์กรปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ก็จะแสดงถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ นำไปสู่การดึงดูดให้ลูกจ้างหรือพนักงานอยู่กับองค์กร

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของประชากรไทยที่คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้จะค่อยๆ ลดลง ทำให้โอกาสจำนวนแรงงานไทยลดลงด้วย จึงเป็นเรื่องที่ทั้งองค์กรและคนทำงานต้องเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 


ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ที่ปรึกษาด้านหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ
“ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานไทยอย่างเห็นได้ชัด หญิงทำงานนอกบ้านเพิ่มขึ้นแต่รายได้น้อยกว่าชาย หญิงที่ทำงานนอกบ้านมีการศึกษาสูงกว่าชาย หรือแม้ว่าหญิงจะมีการศึกษาระดับเดียวกันกับชายก็ตามแต่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าชาย โดยปี 2560 พบว่า หญิงได้เงินเดือนน้อยกว่าชาย 5,000 บาท ทั้งที่การจ้างงานในระดับการศึกษาที่สูงไม่ได้ต้องการกำลังแรงกายที่มักเป็นข้ออ้างในความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของแรงงานชาย”
ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ที่ปรึกษาด้านหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ


มนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บมจ.เออาร์ไอพี
“การมอบรางวัล Thailand Top Company Awards 2018 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และกระบวนการทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและฉับพลัน ดังนั้น องค์กรที่สามารถประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมนี้ได้ จึงเป็นสุดยอดองค์กรอย่างแท้จริง”
มนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บมจ.เออาร์ไอพี
[English]
Thailand’s Shrinking Population and Shift in Workforce Calls for Attention of Entrepreneurs and Labor

The current shift in Thailand’s labor market is continuing at times when the country’s birth rate remains on a decline.  This means both entrepreneurs and the workforce will get ready for the fast-paced change in the future.

Data from the National Statistical Office showed Thailand’s population in 2017 stood at 67.7 million, comprising 51% of women and 49% of men, while a trend suggests that the population of women will rise faster than that of men.

Meanwhile, Thailand Development Research Institute (TDRI) revealed that the labor force has been welcoming more male workers than female workers.  Statistics showed 62% of men aged between 15 and 19 entered the labor market during 1987 and 1996, compared with 61% of women, but only 26% of men entered the market while 13% of women did, in 2016.

Another observation from the study was that the new generation has started working relatively late, when compared with people from the previous generations.  This means the average duration of working life will be shorter than before.

Moreover, while the study found more men are in the workforce than women, the former appeared to have a lower level of education than the latter.  In 2017, the number of working men without higher education (university) were four million higher than that of working women.

But, TDRI pointed out that, despite higher education, women are still making less money than men as the study found the former made 5,000 baht less than the latter in 2017.

As labor will likely continue to face more challenges, entrepreneurs will also have to be prepared for the future as well, especially with the increasingly-common digital transformation.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments