728 x 90

ถึงเวลา “Gen Y” เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การเงิน

img

อยากมีเงินช้อปปิ้งของแบรนด์เนมกินอาหารร้านหรูไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ก็เป็นได้แค่ความฝันต้องสะดุด เมื่อเช็คยอดเงินในบัญชีที่เหลือใช้แทบไม่ถึงสิ้นเดือน ซึ่งหนุ่มสาว Gen Y คือกลุ่มที่เต็มไปด้วยความมโน และเก็บเงินไม่ได้ แถมเป็นหนี้เยอะที่สุดอีกด้วย!
วิถี Gen Y
Gen Y หนี้เยอะกว่าทุก Generation จริงหรือ?
Gen Y คือเจนเนอเรชั่นที่ใช้จ่ายมากที่สุดกว่าทุกช่วงวัย ถึง 80% จากข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติพบว่า Gen Y เป็นกลุ่มที่มีการขอสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นในทุกประเภท ทั้งบ้าน รถ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เช่นเดียวกับผลการวิจัยเบื้องต้นของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภากรณ์ พบว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุ 31 ปีจะมีหนี้ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคนทำงานGen Y เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพทางการเงินไม่ค่อยดีนัก ยังสอดคล้องกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มีการสำรวจความสุขของทำงานในปี 2558 พบว่า 50% ของคนทำงานกลุ่ม Gen Y ไม่มีเงินออม เก็บเงินไม่ได้, 48% ผ่อนชำระหนี้สินไม่ตรงเวลา, 45% รู้สึกว่ารายจ่ายมีมากกว่ารายรับ, 45.6% ยังมีความรู้สึกว่าการผ่อนชำระหนี้สินเป็นเรื่องที่สร้างภาระหนักมากให้แก่ตนเอง ไม่สามารถจ่ายหนี้ที่ตนก่อขึ้นได้

รู้วิธีเก็บเงินแต่เดี๋ยวก่อน!
เมื่อพูดถึงเรื่องการเงินทุกคนทราบกันมาตั้งแต่วัยเด็กว่าเทคนิคเก็บเงินมีอะไรบ้าง เก็บแล้วดียังไงบ้าง สมัยนี้มีอินเตอร์เน็ตแนะนำวิธีเก็บเงินต่างๆ มากมายเสิร์ชเมื่อไหร่ก็เจอ แต่พอคิดถึงการต้องคำนวนเงินก่อนวัยเกษียณ กลับคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว จนคน Gen Y มองเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะวิธีเก็บเงินที่คนทุกวัยส่วนใหญ่ใช้กัน คือเน้นฝากเงิน เพื่อกินดอกเบี้ยระยะยาว แต่คนกลุ่มนี้อาจจะมองว่าการฝากเงินต้องใช้จำนวนเยอะ หากมีเรื่องฉุกเฉินหรือเกิดกิเลสขึ้นมา จะหาเงินใช้ได้ทันอย่างไรจึงเกิดคำพูดว่า“เดี๋ยวค่อยเก็บแล้วกัน” ฉะนั้นสิ่งที่รู้ทั้งหมดกลับขึ้นอยู่กับพฤติกรรมว่าจะลงมือทำหรือไม่ เพราะต่อให้มีสื่อฯ หรือคนรอบข้างมากมายประโคมเรื่องการออมเงินก็อาจจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไม่ได้

แบงก์ชาติแนะแคมเปญ #เปย์ไม่เจ็บเก็บไม่จน
ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ หน่วยงานสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ ร่วมกับ Asian Development Bank (ADB) เล็งเห็นว่าพฤติกรรมของGen Y ควรเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ตั้งแต่วัยเริ่มใช้เงินของตนเอง เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินในอนาคต จึงต้องการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้กับคน Gen Y โดยกระตุ้นให้เริ่มฝึกวินัยในการจัดการเงินตั้งแต่วัยเริ่มทำงานจึงมีการจัดทำออนไลน์แคมเปญ #effortlesssaving : #เปย์ไม่เจ็บเก็บไม่จน นำเสนอเทคนิคการเก็บเงินที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อเปลี่ยนคน Gen Y ให้เก็บได้ใช้เป็น ปรับเปลี่ยนทัศนคติเดิมๆ ที่มองการเก็บเงินเป็นเรื่องยาก และไกลตัวให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้ความพยายาม
เทคนิคเก็บเงิน


คุณชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
“เราได้ให้ความรู้ทางการเงินมาสักระยะหนึ่งแล้ว ช่วงแรกให้บริการกับประชาชนโดยไม่เน้นที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่พอทำมาสักระยะเราเห็นว่าการให้ความสำคัญกับกลุ่มน้องๆ นักศึกษา Gen Y จะเป็นพื้นฐานทีสำคัญ ถ้าเราให้ภูมิคุ้มกันตั้งแต่ตอนนี้ จะสามารถช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะว่ากลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์การใช้เงินที่ตอบสนองต่อการสร้างประสบการณ์ชีวิตของตนเอง”

เทพพิทักษ์ มณีพงษ์ อายุ 25 ปี ทีมคิดโครงการ
“ทีมเรามีทั้งหมด 5 คน ทุกคนเป็นศิษย์เก่า รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่รู้จักกันอยู่แล้ว เลยมารวมตัวกัน แล้วแชร์ไอเดียโครงการนี้เป็นโครงการนำร่อง แล้วก็จะมีโครงการอื่นๆพัฒนาต่อไป ความคาดหวังของโครงการนี้แค่คนเดียว เราก็ดีใจแล้ว ไม่ได้มองว่าจะต้องเยอะถึง 50% แต่แค่รู้สึกว่ากิจกรรมทั้งหมดสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของคนคนหนึ่งได้เท่านี้ก็เวิร์คแล้ว”

อรุณรัตน์ ใจกล้า อายุ 24 ปี ทีมคิดโครงการ
“โปรเจ็กต์นี้เราอยากให้คนเริ่มต้นทุกคนรู้ว่า การเก็บเงินเป็นเรื่องที่ง่าย อยากให้เก็บเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขา ถ้าลองทำครบกำหนดอาจจะเปลี่ยนนิสัยประจำตัวของเรา ให้ทำไปเรื่อยๆ ได้ เราไม่ได้มองว่าเขาเก็บแล้วเขาต้องเอาไปฝากธนาคาร เขาสามารถเก็บเพื่อนำไปใช้อย่างอื่นก็ได้ เมื่อเกิดนิสัยนี้ขึ้นมา การต่อยอดมันจะง่ายมากขึ้น”

กบ อายุ 29 ปี ปัจจุบันฟรีแลนซ์ มีบัตรเครดิต 5 ใบ
“เริ่มเป็นหนี้บัตรเครดิตครั้งแรกเพราะจะซื้อโทรศัพท์ ใบต่อมาเพื่อนชวนทำ พอกดเงินสดได้ ก็กดออกมาใช้ ก็มีใบต่อมาเรื่อยๆ จนมี 5 ใบ มีเท่าไหร่ก็ใช้หมด แต่ไม่ได้ใช้ของแพงหรือแบรนด์เนม ตอนนั้นช่วง 25 มีหนี้เป็นแสน วงเงินเต็มหมด ดีที่ได้ป้าให้เงินมาช่วย ก็ตั้งใจว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ไปปิด 3 ใบเหลือไว้แค่ 2 ใบแต่คราวนี้ตัวเราเองก็ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ รู้สึกว่าเราผ่อนไหวที่ไหนได้ก็มีเพิ่ม 5 ใบเป็นครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้เก็บไว้ใช้จ่ายฉุกเฉิน มีประกันพ่วงด้วย เรามีอำนาจการใช้จ่ายเยอะ เหมือนมีแล้วต้องใช้อีก ก็เคยนั่งคิดว่ารูดมาใช้ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตอนนี้วิธีแก้ก็คงต้องหมุนไปเรื่อยๆ ก่อน ไม่กดมาใช้ใหม่ ไม่มีก็ไม่ซื้อ หาเงินใช้หนี้ไปก่อน เงินเก็บมีแค่ฝากประจำ หยอดกระปุกเก็บใบ 50 แต่สะดุดก็ถอนมาใช้บ้าง (หัวเราะ)”

เบียร์อายุ 24 ปี ปัจจุบันตกงานมีบัตรเครดิต 4 ใบ
“เราเริ่มทำงานมีรายได้แล้วก็ตั้งใจจะไปเที่ยวต่างประเทศเลยไปทำบัตรเครดิตเพราะมีหลายอย่างที่ต้องใช้ในการซื้อเช่นตั๋วเครื่องบินจองโรงแรมพอทำมาแล้วก็สะดวกดีนะมีโฆษณาผ่อน0%ทำให้อยากได้ของอะไรมากขึ้นไปอีกมีบัตร4ใบแต่อีก2ใบให้พ่อกับแม่เขาก็รับผิดชอบส่วนนั้นผ่อนเดือนหนึ่งก็หมื่นนิดๆส่วนตัวเป็นพวกวัตถุนิยมคิดว่าใช้แล้วมันก็สะดวกแต่พีคมากที่มีช่วงหนึ่งเข้าโรงพยาบาลต้องออกจากงานกะทันหันไม่มีเงินชำระบริษัทเขาโทรมาทวงเงินทุกวันเราก็แจ้งเขาไปว่าขอเลื่อนยังไม่สะดวกแต่เขาทวงให้รีบหามาจ่ายตอนนี้ก็รู้สึกเครียดมากกว่าด้วยความเป็นคนที่ใช้เงินเก่งด้วยตอนนี้คิดแค่ว่าต้องรีบหางานทำให้เร็วที่สุด”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments