728 x 90

อิ่มใจไม่รู้จบที่ “อยุธยา”

img

อิ่มใจไม่รู้จบที่ “อยุธยา” 
พระนครศรีอยุธยา คือจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์และความเป็นมาอย่างยาวนาน เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งเรียนรู้อดีตที่ทำให้คนรุ่นหลังอย่างเราทุกคนได้ซึมซับถึงประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ที่สำคัญมีโบราณสถาน วัดเก่าเลื่องชื่อ คอยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล แม้ว่าอากาศจะร้อนหรือพายุเข้าจนฝนตก BLT จะไม่ขอถอยทัพ เพราะเราอยากพาทุกคนไปตะลุยเมืองประวัติศาสตร์กับเราอีกสักครั้ง ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็จะได้สัมผัสเรื่องราวที่มีให้ศึกษาได้ไม่รู้จบ

หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง

หวงแหนช้างไทยให้มากขึ้น
หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง สร้างความประทับใจให้คนประชาชนชาวไทยด้วยการนำช้างพลาย 11 เชือกเข้าหมอบกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเราได้รับการต้อนรับจากนายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย หรือ อ.ขาว ผู้จัดการวังช้างอยุธยาแลเพนียด มาช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้เรารู้สึกหวงแหนช้างไทยมากยิ่งขึ้น เพราะที่แห่งนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นแห่งประวัติศาสตร์ ในหลายด้าน ทั้งการปกครอง การค้า เป็นต้น เนื่องจากพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในทุกสมัยราชวงศ์จะต้องเข้ารับการฝึกศึกษาช้าง ทั้งยังต้องฝึกคัดเลือกช้างมงคลตามตำราคชสาร ณ ที่แห่งนี้

ในวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน อ.ขาว จึงให้บรรดาควาญช้างพาช้างไปอาบน้ำกันที่แม่น้ำ เราจึงได้มีโอกาสเดินตามไปชมความน่ารักและเปียกปอนเหมือนอาบน้ำกับมันด้วย เพราะเล่นพ่นน้ำจนวิ่งกันกระเจิง หลังจากอาบน้ำเสร็จ อยู่ๆ เจ้าปีเตอร์ตัวใหญ่ ก็ยกงวงส่ายไปมาคล้ายกับเป็นการบอกบ๊ายบายให้เรา ว่าจะขอตัวไปพักแล้ว โดยที่ควานช้างยังไม่ได้สั่งอะไรเสียด้วยซ้ำ ขอบอกว่าช้างที่นี่ขี้เล่นเหลือเกิน โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กอายุไม่กี่เดือนที่งัวเงียจากการตื่นนอน ก็สร้างความประทับใจให้เรามากๆ ทั้งโชว์จูบน่ารักๆ และถ่ายรูปคู่แสนจะง่ายดายอีกด้วย 

คาเฟ่ แคนทารี อยุธยาคาเฟ่ แคนทารี

อร่อยดับร้อนจนต้องเช็คอิน
หลบแดดมาพักกินบุฟเฟ่ต์ช่วงมื้อเที่ยงกันที่โรงแรมแคนทารี โฮเทลส์ อยุธยา ซึ่งความขึ้นชื่อของที่นี่จะต้องแวะ คาเฟ่ แคนทารี ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงแรม ที่เหมาะกับการนั่งพักสบายๆ มีทั้งเค้ก ขนมอบ เครป ไอศกรีมเจลาโต้ พิซซ่า และเครื่องดื่มนานาชนิดให้เลือกสรร มาถึงที่ทั้งทีต้องเลือกสั่งที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ อย่าง Oh Lah La Honey Toast แบบชาโคลก็มีนะ ได้ขนมปังไซส์บิ๊กอบเนยกรอบนอกนุ่มใน กินพร้อมผลไม้ ไอศกรีมวานิลลา ราดด้วยช็อกโกแลตรสชาติกลมกล่อม เมนูอร่อยแบบไม่ได้อวยจริงๆ ยังมี เบอร์รี่เครป ความลงตัวของแป้งเครปหอมนุ่มและวิปครีมเนื้อนุ่มละมุนลิ้น เข้ากันอย่างดีกับเบอร์รี่รสเปรี้ยวหวาน หรือจะเลือกเป็น เบอร์รี่แพนเค้ก เนื้อแพนเค้กหอมนุ่มด้วยกลิ่นน้ำผึ้ง โรยไอซ์ซิ่งราดด้วยคาราเมลหอมหวานมัน เข้ากันกับเบอร์รี่นานาชนิด ราคาย่อมเยาม๊ากมากจนน่าตกใจ เป็นอีกหนึ่งร้านขนมที่อร่อยมากๆ เมื่อมาถึงอยุธยาเราไม่อยากให้คุณพลาดเช็คอินที่นี่ ถึงจะอิ่มหนังตาเริ่มหย่อน แต่เรายังมีโปรแกรมให้ทัวร์ต่ออีก จะหลับที่นี่ไม่ได้! 

วัดพระศรีสรรเพชญ์วัดพระศรีสรรเพชญ์

ศูนย์กลางแห่งความรุ่งเรือง
หลังจากมื้อเที่ยง วัดพระศรีสรรเพชญ์ มีพระเจดีย์ทองทรงกลม 3 องค์เป็นจุดเด่นของวัดและเป็นเจดีย์แบบลังกา มีความสำคัญดั่งวัดพระแก้วในกรุงเทพฯ ซึ่งที่นี่คือศูนย์กลางแห่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยานั่นเอง ซึ่งวัดนี้เคยเป็นพระราชวังหลวงสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ที่ซึ่งใช้ในการประกอบพระราชพิธีอันสำคัญต่างๆ รวมถึงเป็นที่เก็บพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์อยุธยาถึง 3 พระองค์ คือ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 หลังจากนั้นได้เปลี่ยนเป็นวัดหลวงประจำพระราชวังของทุกพระบรมวงศานุวงศ์ แม้จะเหลือเพียงซากอิฐปูนแล้วก็ตาม

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ห้ามปีนป่ายหรือขึ้นไปยืนถ่ายรูปบนพื้นที่ต้องห้ามที่ติดป้ายไว้เด็ดขาด หากเห็นชาวต่างชาติหรือคนไทยเองก็ตาม อยากให้ทุกคนช่วยตักเตือนอย่างสุภาพ เพื่อช่วยกันรักษาโบราณสถานของคนไทยเอาไว้

วัดสุวรรณดาราราม ราชวรวิหารวัดสุวรรณดาราราม ราชวรวิหาร

แต่เดิมใช้ชื่อว่า วัดทอง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรือ รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาวัดทองขึ้นใหม่และพระราชนามว่า วัดสุวรรณดาราราม ราชวรวิหาร พระอุโบสถมีฐานแอ่นโค้งแบบเรือสำเภา ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัย มุมปากยิ้มเล็กน้อย ฝ้าด้านบนถูกล้อมไปด้วยกระจกคล้ายดาวล้อมเดือน เล่าเรื่องทศชาติชาดก สมัยก่อนผู้หญิงเข้าไม่ได้เนื่องจากเป็นที่สอนพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ และให้เดินไปทางด้านหลังเพื่อกราบเจดีย์บรรจุพระอัฐิพระชนกนารถ ร.1

ในส่วนของพระวิหาร ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่หน้าพระบันมีตราพระมหาพิชัยมงกุฎซึ่งเป็นตราประจำรัชกาล พระวิหารแห่งนี้เป็นอาคารเลียนแบบจากพระอุโบสถแต่ฐานไม่แอ่นเหมือนเรือสำเภา ภายในมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งรัชกาลที่ 7 ทรงโปรดให้จิตรกรวาดขึ้น ด้านหลังมีภาพวาดเทพเทวดานับร้อยลอยอยู่ มองดีๆ เหมือนเป็นภาพสามมิติที่กำลังลอยจริงๆ มีภาพวาดยักษียักษาเฝ้าประตูทั้งสี่ทิศ และมีการซ่อมแซมอยู่เรื่อยมาถึงปัจจุบัน วัดสุวรรณดารารามเปรียมดั่งอนุสรณ์สถานที่พระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลทรงฟื้นฟูไว้ให้คงเดิมมากที่สุด ลองใช้เวลานั่งจินตนาการถึงความกล้าหาญจากภาพวาดเหล่านี้จะเพลิดเพลินจนทำให้ไม่อยากลุกไปไหนเลยทีเดียว

วัดมเหยงคณ์วัดมเหยงคณ์

วัดอันเก่าแก่ที่มีสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยกรุงอโยธยา ก่อนที่จะก่อตั้งกรุงศรีอยุธยาอย่างน้อย 40 ปี เป็นพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีฐานโค้งเป็นรูปท้องเรือสำเภาซึ่งเป็นรูปแบบของอาคารที่นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีทางเข้าที่ผนังด้านหน้า 3 ประตู ซึ่งประตูช่องกลางเป็นประตูของมุขส่วนด้านหลังมี 2 ประตู มีพระพุทธรูปจากซากอิฐปูนให้ไหว้เคารพ ในส่วนของเจดีย์ประธานทรงระฆังคว่ำมีฐานช้างล้อมรอบองค์เจดีย์รวม 80 เชือก เนื่องจากสมัยก่อนมีคติความเชื่อที่ว่าช้างเปรียบดั่งศูนย์กลางช่วยเกื้อหนุนโลก ซึ่งนับเป็นวัดที่สวยงามและมีเสน่ห์อย่างยิ่ง แต่กว่าจะได้รับการขัดสีฉวีวรรณให้เราได้ชื่นชมเหมือนทุกวันนี้ ก็ถูกปกคลุมไว้นานตามกาลเวลาจนถูกเปรียบดั่งทองคำจมดิน

บริเวณด้านนอกรอบวัดมีสำนักปฏิบัติกรรมฐาน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาในชุมชน และก่อตั้งเป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมเพื่อให้ความรู้ทั้ง พระสงฆ์ และประชาชนทั่วไป

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์

ล้านความสุข ล้านจินตนาการ
งัดแงะตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่นอน แล้วรีบเก็บกระเป๋าเช็คเอ้าท์ เพื่อไปกินบุฟเฟ่อาหารเช้าสุดอลังการก่อนออกจากโรงแรม เพราะโปรแกรมแรกของวันนี้เราจะแวะที่ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น ตรงแยกโรงเรียนประตูชัย ที่นี่คือนิทรรศการของสะสมจาก รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ ผู้รักในการสะสมของเล่นในยุคเก่าและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นของเล่นสมัยสุโขทัย ของเล่นจากต่างประเทศ เครื่องรางของขลังแบบโบราณ ที่มีอายุหลายร้อยปี รวมไปถึงของเล่นร่วมสมัยจากภาพยนตร์และการ์ตูนชั้นนำเรื่องต่างๆ ทำให้รู้สึกกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เดินดูไปเรื่อยๆ ก็ทำให้ยิ่งคิดถึงอดีต 

ที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับวันครอบครัวอย่างแท้จริง เพราะจะได้เห็นพ่อแม่ลูกเดินเล่นร่วมแชร์ความรู้สึกที่มีต่อของเล่นในสมัยของตัวเองท่ามกลางรอยยิ้มแสนอบอุ่น และต้องบอกว่าบรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างร่มรื่น เพราะอาคาร 2 ชั้นสีฟ้า ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้นานาชนิด มีไก่แจ้เดินออกมาต้อนรับทักทายกันหลายตัว ด้านหน้าทางเข้า มีร้านอาหารให้เราได้พักกินอาหารกลางวันกันง่ายๆ ก่อนจะไปลุยต่อกันที่ต่อไป

วัดพุทไธศวรรย์วัดพุทไธศวรรย์

ความงดงามที่ไม่ถูกทำลาย
แดดของยามบ่ายกำลังแผดเผาได้ที่ แต่ก็หากลัวไม่ เพราะเราแวะมาเยือนที่ วัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวงที่สร้างขึ้นในยุคสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ปฐมบรมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นวัดงามแห่งกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกทำลายจากสงครามกับพม่า เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่นอกเมืองนั่นเอง จึงเป็นเหตุให้โบราณสถานและโบราณวัตถุยังคงมีร่องรอยความงามไว้ให้ชื่นชมนับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน

มองเห็นยอดปรางค์ประธานสีขาวอยู่ไกลลิบ ก่อนจะเดินอย่างสำรวมเข้าไปดูใกล้ๆ ที่แห่งนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะเงียบ สงบ และมีลมเย็นอ่อนๆ พัดมาให้คลายร้อน ใครมีเวลามากหน่อยอยากให้เดินวนรอบปรางค์ประธานเพื่อชมความงามของพระพุทธรูปที่รายเรียงอยู่และลองตั้งจิตให้นิ่งเพื่อเป็นการปล่อยวาง ถ้าหากหัวเข่าไม่แข็งแรงแต่ใจสู้ให้เดินขึ้นบันไดไป เพื่อไหว้พระธาตุบนยอดปรางค์ประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ระวังค้างคาวจะพ่นน้ำหรืออุจจาระใส่หัวด้วยนะจ้ะ 

จากนั้นให้เดินออกประตูไปทางด้านหลังเพื่อกราบไว้พระนอนหรือพระไสยยาสน์องค์ใหญ่ แล้วเดินชมความยิ่งใหญ่ของวิหารหลวงที่มีความกว้างใหญ่จนนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าก่อนที่แห่งนี้จะเสื่อมโทรมไป มีความงดงามเพียงใด

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments