728 x 90

5 เมืองที่น่าไปเที่ยวครั้งแรก

img

ไม่ว่าจะนานแค่ไหน คนส่วนใหญ่มักจะจดจำประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยตัวเองครั้งแรกได้ หลายคนอาจวางแผนท่องเที่ยวครั้งแรกในประเทศ แต่ยังไม่เคยลองวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศดู Booking.com ได้แนะนำเมืองที่แม้จะยังไม่ได้เป็นที่รู้จักฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก แต่รับรองสามารถสร้างประสบการณ์ที่สุดยอดได้ไม่แพ้กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม อาหาร การท่องราตรี สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ

ลองมาดูชื่อเมืองกันดูซิว่ามีที่ไหนสามารถสะกดนักท่องเที่ยวไม่แพ้เมืองยอดนิยมอย่าง ปารีส ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ กันบ้าง
1. ควิเบคซิตี้ ประเทศแคนาดา
ควิเบคซิตี้ ประเทศแคนาดา

วิวทิวทัศน์: แม้ควิเบคจะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงามและหลากหลาย ย่านเมืองเก่าซึ่งมีถนนโรยด้วยกรวดหินพาดผ่านบ้านสมัยศตวรรษที่ 17 และ 18 โบสถ์ จัตุรัส และโรงแรม ชาโต ฟรงเทอนัค (Chateau Frontenac) แสนสวย ทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO และเป็นสถานที่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง
วัฒนธรรม: เมืองนี้แบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนเมืองเก่า (Old Town) และเมืองเก่าตอนล่าง (Old Lower Town) แต่ก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจรอผู้เดินทางไปสำรวจอยู่นอกประตูเมืองเก่าแก่ ลองออกเดินทางไปยังประตูเซนต์หลุยส์ (Port St-Louis) และประตูเซนต์จีน (Porte St-Jean) จากนั้นลิ้มลองอาหารในร้านอาหารชั้นเลิศ สัมผัสประสบการณ์การชอปปิง และท่องราตรี ลองจินตนาการถึงร้านขายของเก่า ร้านอาหารในบรรยากาศสุดชิลล์ และโรงละครระดับโลก รวมถึงบรรดาเทศกาลกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงของควิเบค ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับดนตรี ประวัติศาสตร์ในฤดูหนาวดูสิ
สถานที่น่าสนใจ: เข้าร่วมทริปล่องเรือซึ่งจะพาคุณล่องไปตามแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ (Saint Lawrence River) เพื่อชมความสวยงามของเมือง หรือเดินเล่นในละแวกชาโต ฟรงเทอนัค (Chateau Frontenac) เพื่อสำรวจสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่จากสนามรบ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ด้านการทหารของควิเบค
อาหาร: อาหารในควิเบคแปลกใหม่และมีประวัติความเป็นมายาวนาน ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องกาแฟรสเลิศ พายเนื้อ และชีสจากนมสด นอกจากนี้ยังสามารถลองอาหารที่ตลาดท้องถิ่น อย่าลืมไปจิบชายามบ่ายที่โรงแรมชาโต ฟรงเทอนัคและชิม “ปูติน” หรือเมนูอาหารท้องถิ่นที่ทำจากมันฝรั่งทอดราดน้ำเกรวี่ และชีสกองโต
การท่องราตรี: ในยามค่ำคืน ก็มีประสบการณ์ไนท์ไลฟ์ให้คุณสัมผัสมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกลลอรี่ศิลปะ โรงผลิตเบียร์ขนาดเล็ก คาราโอเกะ หรือแม้แต่บาร์ซึ่งตกแต่งด้วยเก้าอี้ยาวสไตล์โบสถ์ ย่านหลักที่คุณควรไปเยือนคือ แกรนด์ อัลเลย์ (Grande-Allee) ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรดาร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารรสเยี่ยม บาร์ และคลับที่ตั้งอยู่ในคฤหาสน์สไตล์วิกตอเรียน
รู้หรือไม่?: มอร์ริน เซ็นเตอร์ (Morrin Centre) อาคารสง่างามซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคุก แต่กลายมาเป็นห้องสมุดภาษาอังกฤษเพียงแห่งเดียวในควิเบคในปัจจุบัน ถ้าได้มีโอกาสได้ไปเยือนที่นี่เพื่อชมชั้นหนังสือที่เรียงราย และระเบียงที่นักโทษเคยถูกแขวนคอ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าทีเดียว

2. ซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา
ซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา

วิวทิวทัศน์: การนอนแผ่บนชายฝั่งพิวเจ็ตซาวน์ โดยมีภูเขาเรเนียร์ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ทิวทัศน์เมืองของซีแอตเทิลนั้น เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเมืองเล็กๆ โดยแต่ละเมืองนั้นล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว
วัฒนธรรม: ซีแอตเทิลถือเป็นเมืองที่ผู้คนมีการศึกษาที่ดีและสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่วที่สุดในสหรัฐอเมริกา แม้ที่นี่จะเป็นบ้านเกิดของกาแฟสตาร์บัคส์ แต่ก็ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะไปเยือนร้านกาแฟท้องถิ่น ถ้าพูดถึงเรื่องดนตรีซีแอตเทิลก็ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นนักร้องชื่อดังอย่าง จิมิ เฮนดริกซ์ (Jimi Hendrix) ที่มักถูกต่อต้านอยู่เสมอ รวมถึงนักดนตรีคนสำคัญอื่นๆ อย่าง เพิร์ลแจม (Pearl Jam) หรือ เคิร์ท โคเบน (Kurt Cobain) และเมืองนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของแนวดนตรีฮิปฮอปด้วย
สถานที่น่าสนใจ: ลองมุ่งหน้าไปที่ตลาดไพค์ เพลส (Pike Place Market) ที่ตั้งอยู่ริมน้ำเพื่อลิ้มลองอาหารรสเลิศ จากนั้นไปเยือนยอดตึกสเปซ นีดเดิล (Space Needle) เพื่อชมวิวอันงดงามของเมือง หรือเรียนรู้ประวัติศาสตร์ด้านดนตรีที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมสมัยนิยม (Museum of Pop Culture)
อาหาร: ซีแอตเทิลมีร้านกาแฟ ร้านเบียร์ และคราฟต์ไซเดอร์ให้เลือกอย่างหลากหลาย รวมทั้งร้านอาหารแสนอร่อยและสดใหม่มากมาย เช่นเดียวกับร้านอาหารชั้นดีที่ขยันรังสรรค์อาหารจานใหม่ โดยเมนูเด็ดคงหนีไม่พ้นอาหารทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหอยนางรมทอด ซุปหอยข้น และแซลมอนที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองนี้
การท่องราตรี: มีคลับและบาร์สำหรับเต้นรำมากมายในย่านแคปิตอล ฮิลล์ (Capitol Hill) และเบลล์ทาวน์ (Belltown) ที่สามารถเพลิดเพลินกับคลับดนตรีแจ๊ซ ไปจนถึงบาร์คราฟต์ค็อกเทล
รู้หรือไม่?: คนท้องถิ่นและผู้มาเยือนต่างแปะหมากฝรั่งหลากสีที่เคี้ยวแล้ว ลงบนกำแพงเดียวกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 กำแพงดังกล่าวจึงได้ชื่อว่า “กำแพงหมากฝรั่ง (Gum Wall)” ในปัจจุบันกำแพงนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขนาบไปตามตรอกโพสต์ กำแพงนี้คือสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ความพิสดาร และมีสีสัน

3. มุมไบ ประเทศอินเดีย
มุมไบ ประเทศอินเดีย

วิวทิวทัศน์: มุมไบเป็นส่วนผสมที่หลากหลายของทิวทัศน์สไตล์โกธิก (Gothic) วิกตอเรียน (Victorian) อาร์ตเดโค (Art deco) และศิลปะแนวร่วมสมัย เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังและรอการค้นพบ จะมีที่ไหนอีกที่คุณจะได้พบกับป่าเขตร้อนใกล้ๆ กับเขตเมือง
วัฒนธรรม: ที่นี่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อินเดีย และเป็นส่วนผสมระหว่างชนชั้นแรงงานกับบรรดาเศรษฐี นอกจากนี้มุมไบยังเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านการเงินของประเทศอินเดีย รวมถึงศูนย์กลางของแฟชั่น และมีบรรยากาศของความเร่งรีบวุ่นวาย
สถานที่น่าสนใจ: การเดินทางไปยังสถานีรถไฟสไตล์โกธิกที่น่าทึ่งของมุมไบเป็นอีกประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ที่นี่ยังมีวัดอิสกอน (Iskcon) ของศาสนาฮินดู ที่งดงาม รวมถึงสวนลอยที่มีชื่อเสียง หรือจะไปยังทิศเหนือเพื่อไปยังพื้นที่มรดกโลกอย่างเกาะอิลลาแพนต้า (Elephanta Island) ซึ่งภายในถ้ำมีการสร้างวัดอย่างสลับซับซ้อน ซากโบราณวัตถุ และผลงานแกะสลักตามแบบฮินดูซึ่งมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 เลยทีเดียว
อาหาร: อาหารริมถนนของมุมไบนั้นมีรสชาติน่าประทับใจและถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนที่นี่ ทั้งยังมีเมนูอาหารท้องถิ่นมากมาย แต่ที่คุณไม่ควรพลาดคือ พัฟบาจิ (pav bhaji) เคบับ (kebabs) แพนเค้กมันฝรั่ง (potato patties) และเบห์ล ปุรี (bhel puri) ขนมที่ทำจากข้าวพองและผักแสนอร่อย
การท่องราตรี: ความวุ่นวายยังต้องหลบให้กับความสนุกสนาน การเต้นรำ และการรับประทานอาหารในยามค่ำคืน ที่นี่มีทั้งบาร์ให้คุณได้สนุกสุดเหวี่ยง หรือจะเลือกทานอาหารค่ำแบบโรแมนติก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเพศที่สาม รวมถึงการแสดงดนตรีสดและอาหารยามดึกให้เห็นโดยทั่วไป
รู้หรือไม่?: เพื่อให้ได้รสชาติอาหารมุมไบแบบดั้งเดิม ลองไปที่ร้าน สวาติ สแนค (Swati Snacks) ในย่านทาดิโอ (Tardeo)  เพื่อลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่นในแบบดั้งเดิมดูสิ

4. ซานเซบัสเตียน ประเทศสเปน
ซานเซบัสเตียน ประเทศสเปน

วิวทิวทัศน์: ซานเซบัสเตียนเป็นเมืองที่มีเสน่ห์แห่งหนึ่งในประเทศสเปน ที่ไม่ว่าจะมองไปทางใดคุณก็จะพบกับชายหาดอันงดงาม วิหารสไตล์โกธิค จัตุรัส ตลอดจนปราสาทที่ตั้งตระหง่าน
วัฒนธรรม: เมืองแห่งนี้มีทั้งย่านเมืองเก่าซึ่งเต็มไปด้วยบาร์และที่พักเปี่ยมเสน่ห์ ย่านชอปปิงอย่างโรแมนติก้า (Area Romantica) ย่านกรอส (Gros ) ซึ่งมีบรรยากาศผ่อนคลาย และชายหาดที่เหมาะสำหรับการโต้คลื่น รวมไปถึงย่านหรูหราที่อยู่บริเวณหาดออนดาร์เรต้า (Ondarreta Beach) ชายหาดรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีชื่อเสียงของที่นี่
สถานที่น่าสนใจ: หาดกอนช่า (Concha beach) เป็นชายหาดอันแสนงดงามซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน นอกจากนี้สวนคริสติน่า เอเนอา (The Parque de Cristina Enea) ยังเป็นสถานที่อันงดงามอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเดินไปยังปราสาท มอนเต อูร์กูล (Monte Urgull) เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามเหนือตัวเมืองได้ ตอนเที่ยงก็ได้เวลาไปเยือนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันยอดเยี่ยม และพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลายแห่งที่น่าชม
อาหาร: วัฒนธรรมการทานทาปาสได้รับความนิยมอย่างมาก และซานเซบัสเตียนก็มีร้านทาปาสระดับมิชลินสตาร์ เมืองนี้มักติดอันดับสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการทานอาหาร อีกทั้งยังเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทานอาหารอย่างแท้จริง คุณภาพอาหารอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุด หรือเมนูของบาร์ทาปาสเล็กๆ ก็ตาม เรียกได้ว่าซานเซบัสเตียนเป็นจุดหมายในฝันของผู้หลงใหลในรสชาติอาหารอย่างแท้จริง ลองสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับของเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตากแห้ง เมนูเลิศรสที่ทำจากถั่ว ไข่เจียวสเปน ปลาคอดตากแห้ง และขนมคัสตาร์ดไข่
การท่องราตรี: ซานเซบัสเตียนเป็นที่ตั้งของบาร์ที่มีบรรยากาศคึกคักแต่ค่อนข้างมีขนาดเล็ก โดยย่านเมืองเก่าของที่นี่มีทั้งไวน์บาร์แบบดั้งเดิม คลับขนาดเล็ก ตลอดจนบาร์สุดทันสมัย ส่วนย่านกรอสเองก็จะมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากกว่า ยังมีคาสิโนสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้ความสนุกสนานในช่วงค่ำคืนสิ้นสุดลง
รู้หรือไม่?: เมืองแห่งนี้มีเส้นทางจักรยานยาวกว่า 30 กิโลเมตร ซึ่งคนในท้องถิ่นรู้จักกันในนาม “บิเดกอริ (bidegorris)” เส้นทางนี้สามารถท่องไปรอบๆ ย่านใจกลางเมือง และไปยังทางเดินริมทะเล รวมถึงนอกเมือง

5. เบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย
เบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย
วิวทิวทัศน์: เมืองที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายคงเป็นคำที่อธิบายได้ดีที่สุดสำหรับเบลเกรด เมืองแห่งนี้มีสวนสาธารณะหลายแห่งช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็มีตึกรามบ้านช่องและอาคารคอนกรีตที่โดดเด่นเหนือทิวทัศน์ของตัวเมือง ที่แม้จะดูเรียบๆ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
วัฒนธรรม: เบลเกรดมีคาเฟ่ที่ได้รับความนิยม อาหารเลิศรส และความบันเทิงยามค่ำคืนที่แสนมีชีวิตชีวา ซึ่งสามารถเพลิดเพลินได้ในราคาเบาๆ จึงทำให้ที่นี่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและราคาไม่แพงซึ่งไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง  
สถานที่น่าสนใจ: ป้อมเบลเกรด (The Belgrade fortress) ในย่านอัพเพอร์ ทาวน์ (Upper Town) เป็นสถานที่ที่สวยงาม อีกทั้งยังมีร้านอาหารและสวนสาธารณะอันยอดเยี่ยมอยู่ด้านใน หรืออาจจะลองไปชอปปิงที่คะเนซ มิฮาโลว่า (Knez Mihailova) นอกจากนี้ที่ตึกซีบินยานิน ยานกา (Sibinjanin Janka) ยังมีวิวที่งดงาม ส่วนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของยูโกสลาฟก็เต็มไปด้วยวัตถุโบราณซึ่งหาที่ไหนไม่ได้ อีกทั้งยังมีทัวร์ฟรีในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์อีกด้วย
อาหาร: ที่นี่มีเนื้อ มันฝรั่ง และผักต่างๆ ราคาย่อมเยา เมนูทั่วไปของที่นี่จะเป็นเนื้อสับปั้นเป็นก้อน มักได้จากการนำเนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อวัว และหัวหอมมาบดรวมกัน นอกจากนี้อาหารที่มีลักษณะคล้ายเคบับก็ได้รับความนิยมเช่นกัน รวมไปถึงเมนูที่ทำจากเนื้อลูกวัวที่ปั้นเป็นแท่งและยัดไส้ด้วยเบคอน หรืออาจอยากลองลิ้มรส “ซาร์มา (sarma)” ซึ่งเป็นกะหล่ำปลียัดไส้ด้วยเนื้อวัวบดและข้าว
การท่องราตรี: การท่องราตรีในเบลเกรดเริ่มโด่งดังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง มีไฮไลท์อยู่ที่ดีเจและคลับใต้ดิน ผู้คนในพื้นที่ต่างชื่นชอบการไปชมคาบาเรต์ในยามค่ำคืนและคาสิโนเป็นอย่างยิ่ง อย่าลืมแวะไปยังบาร์สุดฮิปสักแห่งบนเรือในแม่น้ำล่ะ 
รู้หรือไม่?: เบลเกรดนั้นมีทั้งอุโมงค์ แกลลอรี่ และถ้ำใต้ดินแสนลึกลับกระจายอยู่ทั่วเมือง และยังเป็นสถานที่ที่จะได้พบกับซากอารยธรรมในยุคก่อน ลองจองทัวร์แล้วไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของเมืองแห่งนี้ดูกันนะครับ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments