728 x 90

“ระยอง” เช็คอินได้ไม่มีเบื่อ

img

มีแหล่งเช็คอินให้เลือกมากมายที่จังหวัดระยอง แต่ทุกครั้งอาจจะต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ อยากให้ตาม BLT มาเช็คอินสถานที่กินและท่องเที่ยวที่ไม่ต้องเบียดกันให้อารมณ์เสีย สามารถเดินชิลล์ เซลฟี่ ได้ทั้งครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อนฝูงก็ดีกับใจทุกคน

ความสุขแท้จริง เกิดได้ที่พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง
พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง
จากความชอบส่วนตัวตั้งแต่สมัยวัยหนุ่ม ของอดีตข้าราชการครู “ครูกัง-บุญเกียรติ บุญช่วยเหลือ” ที่เริ่มสะสมของเก่า และตั้งใจเก็บไว้ดูเองเพื่อความเพลิดเพลินมาตั้งแต่อายุ 22 ปี ซึ่งของทุกชิ้นที่ซื้อล้วนมีสภาพดี จนเมื่อกาลเวลาผ่านมาถึง 40 ปี ในที่สุดปี 2556 ครูกังตัดสินใจสร้าง "พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง" โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยของกว่า 10,000 ชิ้น นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของภาคตะวันออก และทั้งนี้ก็เพื่อต้องการอนุรักษ์สิ่งของที่สะสมมาให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ที่สำคัญครูกังต้องการสร้างความสุขหลังเกษียณอย่างแท้จริง
พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง
พิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งโซนไว้อย่างชัดเจน ของแต่ละชิ้นเรียงเปรียบเทียบให้เห็นวิวัฒนาการชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโซน ร้านขายของชำ ร้านกาแฟ ห้องเรียน เรือนนอน ร้านถ่ายภาพที่มีกล้องรุ่นเดียวกับในหลวง ร.9 จัดวางโชว์ เป็นต้น ส่วนชั้น 2 นั้นมีของสะสมหาดูยากชั้นเยี่ยม เช่น ตะเกียง ทุกรูปแบบที่สะสมกว่า 80 อัน ยังใช้งานได้จริงถึง 80% นาฬิกา 200 เรือน ยังเดินตรงครบทุกเรือน หรือไฮไลท์อย่าง โอ่งอายุ 100 กว่าปี เครื่องลายคราม เครื่องเบญจรงค์ อายุมากกว่า 300 ปี เป็นต้น และยังมีของที่คาดไม่ถึงอีกมากมายรอให้คุณเข้าชม 
พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง
พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง ตั้งอยู่ที่ อ.แกลง ก่อนถึงอนุสาวรีย์สุนทรภู่ 1 กม. เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (แต่ครูกังแจ้งว่าถ้าเข้าหน้าฝนอาจจะต้องเลือกปิด 1 วัน ควรโทรเช็คก่อนไปดีที่สุด) ติดต่อ 087-129-9405 ครูกังจะคอยต้อนรับและอธิบายของได้ทุกชิ้นโดยไม่เหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว

กินคาวหวาน ครบจบในที่เดียว
หลังจากเดินศึกษาหาความรู้จากเรื่องราวของสะสมที่พิพิธภัณฑ์ครูกัง ท้องเริ่มจะร้อง อากาศข้างนอกร้อนจนพอจะทำให้เป็นลมบ้าหมูได้ อย่าตั้งข้อสงสัยถ้าเราจะเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ คาเฟ่ด้านหน้าของโรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง เพราะที่นี่กินได้ทั้งของคาวของหวาน ครบจบในที่เดียว และบรรยากาศร่มรื่น สีเขียวของต้นไม้ภายในร้านช่วยให้คลายร้อนได้เป็นปลิดทิ้ง





ไม่รอช้า เริ่มต้นสั่งซูชิมากินรองท้อง ตามด้วย พิซซ่าแซลมอนรมควันท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอน แผ่นบางกรอบกำลังดี หรือจะสั่งเป็นหน้าซีฟู้ดก็อร่อยไม่แพ้กัน อาหารไทยก็มีอย่าง ปีกไก่ทอด ข้าวกระเพราขาหมูไข่ดาว รสชาติจัดจ้านกำลังดี หรือจะสั่งข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้ง ก็เด็ดไม่เบา



เครื่องดื่มดับร้อนอย่างมะม่วงหรือเสาวรสปั่นเพิ่มไซรัปนิดหน่อย ชื่นใจนักแล มาถึงถิ่นคาเฟ่นี้ ของหวานเลื่องชื่อลือชา ที่อดใจไม่ไหวต้องสั่งมากระแทกปาก อย่าง ฮันนี่โทสกรอบนุ่ม ราดด้วยน้ำผึ้งห๊อมหอม, หรือจะสั่งเป็นแพนเค้กสตรอว์เบอร์รี่สูตรเฉพาะของทางร้าน เมนูนี้แอดมินปลื้มม๊ากกก แต่ถ้าใครชอบอย่างอื่นก็มีทั้งคาราเมลวาฟเฟิล หรือเครปกล้วยราดช็อคโกแลต กลิ่นขนมหอมฟุ้งยั่วน้ำลายมากจริงๆ

ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ณ ทุ่งโปรงทอง
กลายเป็นจุดเช็คอินที่ใครต่างก็ถวิลหาความงามของ ทุ่งโปรงทอง แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน หรือ ป่าชายเลนบ้านแสมผู้ มีคลองแสมผู้เป็นดั่งหัวใจหล่อเลี้ยงทุกชีวิต มีทางเดินไม้ ยาว 2.3 กิโลเมตร ตัวสะพานกว้าง 1.50 เมตร แต่เก่าแก่พื้นที่บริเวณนี้ชาวบ้านใช้เพื่อทำประมง จับปลาขาย เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก และมีเพียงทางเดินไม้เล็กๆ ที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเพื่อจะเข้าไปกราบไหว้ เจ้าพ่อแสมผู้ 
ทุ่งโปรงทอง
ทางเดินไม้ทอดยาวไปจนถึงทุ่งกว้างของต้นโปรง สามารถเซลฟี่ได้ถึง 360 องศา (ถ้าไม่โดนบัง) ยิ่งแสงยามใกล้รุ่งและแสงช่วงบ่ายเป็นต้นไปส่องกระทบลงที่ใบของต้นโปรง จะส่งแสงวิบวับระยิบระยับดั่งแสงทองไกลสุดลูกหูลูกตาบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ จากนั้นเดินเข้าไปประมาณครึ่งทางก็อย่าลืมแวะไหว้เคารพเจ้าพ่อแสมผู้ หากเดินไหวให้เดินไปจนสุดทาง จะพบปากแม่น้ำประแส และอนุสรณ์เรือหลวงประแสหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศไม่อยากเดิน ให้อุดหนุนเรือชาวบ้านคนละ 50 บาท นั่งชมวิวป่าชายเลน หรือสัตว์น้ำอย่าง ปูก้ามดาบ ปลาตีน ลิงแสม กระรอกแดง กลางคืนยังมีนั่งเรือพาชมหิงห้อยที่มีเซอร์ไพรส์ทุกวัน
ทุ่งโปรงทอง
คำเตือน : เมื่อเดินสวนกันที่ทางเดินต้องระมัดระวังเพราะไม่มีราวกั้นให้จับ โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กไปด้วยควรระวังเป็นพิเศษ ไม้บางจุดไม่เสมอและชำรุด อย่ามัวแต่เซลฟี่เพลินจนลืมมองทางเดิน แต่สะพานแข็งแรงหายห่วง และห้ามทิ้งขยะอย่างเด็ดขาด
ทุ่งโปรงทอง
ทุ่งโปรงทอง ตั้งอยู่ที่ เขตชุมชนบ้านแสมภู่ ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเทศบาลปากแม่น้ำประแส เพิ่มเติม ได้ที่ 038-661-720-1

ฝากท้องดินเนอร์ก่อนกลับ กทม.
ก่อนจะกลับกรุงเทพ อยากให้แวะมาลองชิมอาหารอิตาเลียนรสเลิศ ที่ห้องอาหาร No.43 Italian Bistro โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง แค่เริ่มต้นด้วยแอพพิไทเซอร์ พาร์ม่าแฮม สไลท์บางๆ พันกับเมลอน หวานมันลงตัวสุดๆ, จากนั้นเราสั่งพิซซ่าผักโขมท็อปปิ้งด้วยกุ้งตัวโต 






ต่อด้วยพาสต้าเส้นผักโขมทวิสด้วยชีสและซอสเห็ดอร์ชินี ถ้าปล่อยไว้ให้เย็นอาจจะบ่นว่าเค็มได้ ส่วนเมนูนี้คือทีเด็ด Lamp Shop ซี่โครงแกะที่ผ่านการหมักจากเครื่องเทศแล้วนำไปย่างจนสุก มีซอสให้เลือกถึง 3 รสชาติ ทั้งมิ้นท์ซอส ซอสพริกไทยดำ และซอสเห็ดพอร์ชินี ขอบอกเลยว่าเป็นการฝากท้องมื้อค่ำที่จะทำคุณกลิ้งเป็นหมูเลยแหล่ะ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments