728 x 90

Summer Hangout @ ชลบุรี

img

ช่วงนี้ฟ้าฝนพิโรธเป็นพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าจะมีฝนตกทุกวัน วันไหนที่แดดออกขอให้รู้ว่าชีวิตอย่าหยุดเที่ยว! มีเวลาแค่วันเดียวก็ต้องใช้ให้คุ้ม BLT ขอจัด One-Day-Trip แบบเลิศหรูหนีฝนเมืองกรุงไปนอนเอกเขนกกันบนเรือยอร์ชลำใหญ่ แล่นเรือใบสุดชิลล์ อิ่มเอมกับอาหารหลากรส ปิดท้ายด้วยดินเนอร์ดูพระอาทิตย์ตก ที่ จ.ชลบุรี อย่ารอช้า ไปเที่ยวกับเราดีกว่า!

เติมพลัง ณ ร้านประภาคารบ้านอำเภอ
ร้านบ้านประภาคาร
ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวแห่งหนใด กองทัพจะต้องเดินด้วยท้อง แม้ว่ากิจกรรมตลอดวันของเราวันนี้สุดแสนจะชิลล์ นั่งกินนอนกิน แต่ก็ขอเลือกเมนูเด็ดเป็นอาหารไทยผสมผสานความเป็นอิตาเลียนจาก “ร้านประภาคารบ้านอำเภอ” บริเวณหาดนาจอมเทียน อ.สัตหีบ เพื่อเติมพลังมื้อเช้าให้กับเรา โดยร้านเป็นลักษณะบ้านสองชั้น เปิดโล่งรับลมทะเล เราเลือกนั่งริมระเบียงเพื่อมองเห็นวิวทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา แต่เรื่องอาหารไม่เน้นเป็นขนมปังไข่ดาวหรอกนะ มาทะเลทั้งทีขอบอกว่าจัดเต็ม! 
ซีซ่าสลัดไก่ย่าง ณ ร้านประภาคารบ้านอำเภอ

ร้านประภาคารบ้านอำเภอ
เริ่มกันที่เมนูออเดิร์ฟเบาๆ อย่าง “ซีซ่าสลัดไก่ย่าง” ราคา 250 บาท ตามด้วย “ขนมปังผักโขมอบชีส” ราคาเบาๆ 180 บาท อร่อยมาก อร่อยแบบไม่อวยเลยล่ะ ตามด้วย ชีสทอด ราคา 200 บาท วางปุ๊บต้องรีบหยิบปั๊บ กัดชีสไหลเยิ้มอร่อยเหาะ แต่ระวังร้อนหน่อยนะ


มาถึงเมนูทีเด็ดของร้าน “ยำประภาคาร” ราคา 350 บาท คุณจะได้กินหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์และหอยนางรมตัวโต๊โต สดใหม่มาก รสชาติเปรี้ยวเผ็ดจากน้ำยำ กินไปซู้ดปากไป แซ่บเวอร์ แนะนำสำหรับคนชอบรสชาติจัดจ้าน แต่ถ้ากินเผ็ดไม่ได้ก็สามารถกระซิบพนักงานก่อนสั่งได้เลย อีกเมนูที่จี๊ดจ๊าดไม่แพ้กันต้อง “ลาบปลาแซลมอน” ราคา 300 บาท รสแซ่บนัวถูกปากมากๆ
ปลาสองหน้า ณ ร้านประภาคารบ้านอำเภอ

ร้านประภาคารบ้านอำเภอ

ต้มยำกุ้งในน้ำมะพร้าว ณ ร้านประภาคารบ้านอำเภอ
“ปลาสองหน้า” ราคา 450 บาท สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นปลาเก๋าหรือปลากะพง ทางร้านแนะนำให้เราทานปลาเก๋า เนื่องจากเนื้อแน่น ทอดแล้วจะกรอบอร่อย ซึ่งเมนูนี้สามารถครีเอทเองได้เลยว่าอยากกินแบบไหน เราเลือกเป็นแบบซอสราดพริกและแบบทอดตะไคร้ กินอร่อยทั้งสองรสชาติในจานเดียว มาถึงเมนู “ต้มยำกุ้งในน้ำมะพร้าว” ราคา 220 บาท ทีเด็ดแบบเด็ดมาก เพราะทางร้านเสิร์ฟมาในลูกมะพร้าวจริงๆ โดยเลือกใช้น้ำมะพร้าวมาทำน้ำต้มยำแทนการใช้น้ำกะทิ ความมันของน้ำจึงมีรสชาติหวานมัน ด้านในมีเนื้อมะพร้าวติดอยู่ด้วย มาแล้วไม่ลองชิมถือว่าพลาด ปิดท้ายด้วยเมนู “เนื้อแกะย่าง” เสิร์ฟแบบมีเดียมนิดๆ เนื้อแกะจะนุ่มไม่แข็งมาก เลือกกินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยหรือมิ้นท์ซอสสไตล์อิตาลีก็อร่อยมาก 

“ร้านประภาคารบ้านอำเภอ” เปิดทุกวันเวลา 10.00-22.00 น. สอบถามได้ที่เบอร์ 038 238 009

ล่องเรือยอร์ช แล่นเรือใบ ณ เกาะยอ
ต้องบอกว่านี่แหละคือไฮไลท์ที่เราจะมาสโลว์ไลฟ์และได้ความรู้ไปด้วยในตัว เรามีนัดกับ “Sailing Yacht Thailand” (เซลลิ่ง ยอร์ช ไทยแลนด์) ล่องเรือยอร์ชเพื่อจะไปแล่นเรือใบกันที่เกาะยอ เรือยอร์ชที่เรานั่งมี 2 ชั้น จุคนได้ประมาณ 20-40 คน ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่พอสมควร แต่ถ้าลำใหญ่ของที่นี่จริงๆ จะจุคนได้ 55 คนรวมลูกเรือ ลำเล็กไม่เกิน 15 คน ซึ่งใครจะไปก็ต้องชวนเพื่อนๆ และประมาณราคากันให้ดี เพราะราคาค่อนข้างสูง ยิ่งไปเยอะก็ยิ่งหารกันถูกลง สอบถามกับทางเรือได้โดยตรง ทริปนี้เราเลือกเป็นแบบครึ่งวัน คือมีกิจกรรมล่องเรือ และปิดท้ายด้วยการดินเนอร์
ล่องเรือยอร์ช แล่นเรือใบ ณ เกาะยอ

เมื่อขึ้นเรือแล้ว ชั้นล่างด้านในมีเวลคัมดริ้งค์เป็นผลไม้และขนมอร่อยๆ ให้กินรองท้อง ถ้าใครใจกล้าท้าแดดช่วงสายๆ ก่อนเที่ยงก็ออกไปชมวิวทะเลได้เลย ใครที่มีอาการเมาเรือก็อย่ากินเยอะแต่อยากให้แจ้งทีมงานไว้ก่อน หาที่นั่งเหมาะๆ รับลมชมวิว เม้าท์มอยไปเรื่อยๆ ในที่สุดเบื้องหน้าของเราก็คือ “เกาะยอ!” ซึ่งเป็นเกาะแห่งใหม่ที่อยู่ในการดูแลของทหาร ใครจะเข้าไปบริเวณนี้ต้องขออนุญาตก่อน แม้แต่ทางเซลลิ่งยอร์ชก็ตาม แต่ในอนาคตคาดว่าจะถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งดำน้ำ และเล่นเรือใบแห่งใหม่ ขอบอกว่าน้ำใสม๊ากมากกก ทีมงานบอกกับเราว่าช่วงนี้คลื่นลมแรง บนชายหาดอาจจะมีหินเยอะไปหน่อย จึงทำให้หาดไม่ขาวอย่างที่คิด จากนั้นเรานั่งเรือยางไม่นาน เพื่อไปที่เกาะ น้ำใส หาดขาวสะอาดของแท้เลยล่ะ
ล่องเรือยอร์ช แล่นเรือใบ ณ เกาะยอ
กิจกรรมของเราคือการแล่นเรือใบ ซึ่งใครไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะต้องทำ ก็ขอให้ทำ เพราะนี่คือประสบการณ์ในชีวิตครั้งใหม่ที่น่าจดจำอย่างมาก ผู้ที่มาสอนเราแล่นเรือใบเป็นนักกีฬามืออาชีพที่มีดีกรีถึงแชมป์ระดับประเทศกันทุกคน ก่อนลงต้องสวมเสื้อชูชีพ ดังนั้นปลอดภัย สบายใจได้ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับเรือใบก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจะค่อนข้างยากสำหรับคนเล่นไม่เป็น เพราะจะต้องบังคับทั้งใบเรือ และหางเสือไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่แค่ขึ้นไปนั่งบนเรือแล้วจะทำได้ ต้องตั้งใจฟังสิ่งที่ผู้ดูแลบอกเราด้วย เขาจะสอนเรื่องอ่านทิศทางลม การดูคลื่น การกลับใบทวนลมหรือให้ไปตามลม โอ้โห! ไม่ง่ายเลยใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าทำได้คุณจะสนุกมากๆ

แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ อยากนั่งสวยๆ รับลมทะเลเล่นๆ ให้นั่งที่หัวเรือ แต่ต้องเกาะแน่นๆ และอย่าเกร็ง ต้องหาความบาลานซ์ในการนั่งให้เจอ ไม่งั้นอาจจะพลัดตกเรือได้ ซึ่งการแล่นเรือใบอาจจะกินเวลานานเป็นชั่วโมงในกรณีที่ไม่มีลม แต่ถ้ามีลมพัดดีๆ คุณจะได้ฝึกทักษะสมใจอยากเลยล่ะ สามารถติดต่อทริปท่องเที่ยวทั้งโปรแกรมได้ที่เบอร์ 061 664 5563

จิบชายามบ่าย A' La Campagne Pattaya
A' La Campagne Pattaya
ตากแดดตากลมกันมาแบบหนำใจ ถึงเวลาขึ้นบกไปนั่งสโลว์ไลฟ์ในร้านบรรยากาศดีๆ แอร์เย็นๆ กันดีกว่า ที่ “A' La Campagne Pattaya” (อะลาอมปาณย์ พัทยา) นี่คือร้านอาหารที่จำลองหมู่บ้านขนาดเล็ก ในชนบทของยุโรปที่ยังคงความงดงามทางสถาปัตยกรรมมาตั้งไว้ให้เราได้ไปสัมผัสกัน สถานที่ยังเหมาะกับการนั่งประชุม มีทติ้ง สังสรรค์ต่างๆ เป็นที่ถ่ายพรีเวดดิ้งหรือจัดงานแต่งงานแบบเรียบๆ ง่ายๆ ได้อีกด้วย ที่นี่มีให้เลือกหลายสไตล์ ถ้าอยากทานอาหารไทย-อีสานรสแซ่บ ให้เลือกนั่ง “Somtum Villa”, นั่งจิบชาต้องเลือก “Tea Factory & More” มีชาและเบเกอรี่อร่อยๆ หรืออยากชอปปิงอย่างเดียวให้ตรงเข้าไปที่ “Shop& Gallery” ที่จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมฝีมือชาวบ้าน
A' La Campagne Pattaya
เราเลือกนั่ง “Tea Factory & More” เพียงเดินเข้ามาในร้านก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ร่มรื่น เริ่มด้วยการเลือกสั่งชาโคลด์บรูล์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ราคาเพียงขวดละ 100 บาท มีให้เลือกถึง 4 รสชาติ คือ “La Vie En Rose” (ชากุหลาบ), “Dimbula Lemon” (ชามะนาวดิมบูล่า), “Oolong Lychee” (ชาอู่หลงลิ้นจี่) และ “Puerth Vanilla” (ชาผูเออร์วานิลลา)

จะบอกว่าชาร้อนของที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่อร่อยไม่แพ้ชาที่ไหน มีให้เลือกดื่มจากหลายประเทศที่ไม่ผสมคาเฟอีน เช่น แอฟริกาใต้ ให้สั่ง ชาแดงโรอีบูท ที่มีส่วนผสมของตะไคร้และส้ม, อิสราเอล เป็นชาออแกร์นิคที่มีให้เลือกทั้ง รสกระเจี๊ยบ แอปเปิ้ล ส้ม และโสม, ไทย ก็มีชาบัวหลวง หอมมาก อร่อยมากๆ และชาคาโมมายล์, มาถึงชาจีน เป็นชาที่มีส่วนผสมจากดอกไม้ 8 ชนิด หรือจะสั่งชาอาร์ติโชค จากเวียดนามก็เก๋ไม่เบา ทางฝั่งของ ไต้หวัน มีชาหอมหมื่นลี้ผสมผลไม้รสชาติหอมชื่นใจ, ปากีสถาน คือชาภูเขาผสมเก๊กฮวยจากภูเขาสูง ทีเด็ดคือ ชาเขียวหลายรสของญี่ปุ่น ทางร้านจะชงชาให้เห็นก่อนเสิร์ฟอีกด้วย เลือกไม่ถูกเลยใช่มั้ยล่ะ

ว่ากันว่ามาพัทยาต้องมาชิม มาการอง หลากรสชาติของที่นี่ ไม่มีคำว่าผิดหวัง ที่สำคัญ ขนมต้องสั่งเป็นเซต ชา อร่อยจนไม่อยากลุกไปไหน มีทั้ง Strawberry Shot Cake, Red Bean Green Tea เค้กตัวนี้หมดเร็วมากเพราะอร่อยมาก, Rasberry Rose รวมถึง สโคนนุ่มๆ อิ่มท้องแล้วสามารถเดินย่อย ถ่ายรูปเล่นบริเวณด้านหลังร้านซึ่งจัดเป็นสวนสวย มีพื้นที่ปลูกผัก ให้อาหารม้า แพะ และไก่ เหมาะสำหรับคุณหนูๆ

ร้านเปิดทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10:00-21.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ และ10:00-22:00 น. สามารถจองที่นั่งก่อนไปได้ที่เบอร์ 091 783 8772 

Yacht Sunset Trip ดินเนอร์สุดคูล 

เดินเล่นจนท้องเริ่มย่อย พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน เราจึงเดินทางไปที่ท่าเรือโอเชียนมารินายอชต์คลับ เพื่อกลับขึ้น เซลลิ่ง ยอร์ช อีกครั้ง เพราะโปรแกรมวันนี้ยังไม่จบ ต้องปิดจ็อบความสุขแบบเต็มอิ่มด้วยการนั่งเรือยอร์ชลำหรูเพื่อดินเนอร์นั่นเอง บนเรือเตรียมอาหารทะเลที่สดมากๆ ไว้ให้เราด้วย ไม่ว่าจะเป็น หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้งตัวโต กรรเชียงปูที่ไม่ต้องแกะเองให้เมื่อยมือ จาก “เจ้คิว ปูม้านึ่ง” 

แนะนำให้เลือกนั่งด้านหน้าเรือแล้วถ่ายภาพสวยๆ เบื้องหลังเป็นวิวพระอาทิตย์ตก และบรรยากาศแสงไฟของตึกบนพื้นดิน เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับนั่งจิบไวน์หรือแชมเปญเบาๆ ซึ่งสามารถรีเควสกับทางเรือได้ว่าอยากได้รสชาติแบบใด หรือจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อให้ทางเรือใช้ทีมถ่ายภาพมืออาชีพด้วยการใช้โดรนเห็นเรือทั้งลำ เพื่อนคุณอิจฉาตาร้อนกันแน่ๆ

ชีวิตคนเราจะเอาไรมาก แค่กินอิ่มนอนหลับ ใช้ชีวิตดีๆ ให้หายเหนื่อยสักวันแค่นี้ก็ช่วยชาร์จพลังงานในร่างกายให้มีแรงปั๊มเงินสู้ต่อไปได้แล้ว ต้องขอบคุณ เคทีซี จริงๆ ที่ชวนเรามาดื่มด่ำบรรยากาศความสุขดีๆ แบบนี้ อ้อ...ทุกกิจกรรม ทุกร้านที่เราบอกไปถ้าใครใช้บัตรเขาได้ส่วนลดกระหน่ำเลยล่ะ แต่ถ้าอยากจ่ายเต็ม มีเงินเต็มกระเป๋าก็ไม่ขัดศรัทธา เพราะเราเชื่อว่าคุณต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของตัวเองแน่นอน อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนกันบ้าง แค่วันเดียวก็ยังดี!

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments