728 x 90

ฟินไปกับอาหารสไตล์โมเดิร์น ที่ 8 ห้องอาหารสุดหรูย่านราชประสงค์

img

สัมผัสกับความเลิศรสของอาหาร ที่ 8 โรงแรมชั้นนำในย่านราชประสงค์ได้คัดสรรเมนูขึ้นชื่อ พร้อมรวบรวมมาเป็นเมนูแนะนำ TASTE OF RATCHAPRASONG โดยมี 8 เมนูซิกเนเจอร์อาหารไทยสไตล์โมเดิร์น ภายใต้คอนเซ็ปต์ THAI TASTE WITH A MODERN TOUCH ให้นักชิมได้ลองลิ้มชิมรส

ราชประสงค์ ย้ำจุดเด่นของย่านที่เติมเต็มทุกธุรกิจและไลฟ์สไตล์ จนได้รับการขนานนามว่า“The Heart of Bangkok” โดยมี “ราชประสงค์ วอล์ก –  R-Walk” โครงข่ายเส้นทางเดินเชื่อม 4 ทิศทางเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบให้ผู้คนเดินได้ทั่วย่านอย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ และเชื่อมทุกประสบการณ์ รวมถึงไลฟ์สไตล์ EAT-PRAY-STAY-SHOP เข้าด้วยกัน

โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร ย่านราชประสงค์ถือเป็นแหล่งรวมอาหารรสเลิศ และเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ได้สัมผัสกับสุนทรียรสของอาหารในโรงแรม ภายในย่านราชประสงค์ ซึ่ง 8 โรงแรมชั้นนำในย่านได้คัดสรรเมนูอาหารขึ้นชื่อ ที่เชฟมากฝีมือรังสรรค์ขึ้นด้วยประสบการณ์ ผสานกับความพิถีพิถันในการปรุงแต่งอาหารจากวัตถุดิบพรีเมียม เสิร์ฟมาพร้อมกับไอเดียการตกแต่งในรูปแบบแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น และน่าค้นหา จนกลายเป็นอาหารไทยในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร สร้างเสน่ห์และยกระดับให้ทุกเมนูเป็นซิกเนเจอร์ที่ครองใจคนทั่วโลก

1.บลู ออฟ เดอะ ซี (Blue of the Sea) – ห้องอาหาร ฟร้อนท์ รูม ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ
อาหารจานเด่นเมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากปูผัดผงกะหรี่ของไทย เพราะอาหารทะเลเป็นวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย เชฟจึงคัดสรรเนื้อปูม้า และหัวขึ้นฉ่ายฝรั่งจากโครงการหลวง ซึ่งเป็นผักที่นิยมเป็นอย่างสูงในแถบสแกนดิเนเวีย มาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำเมนูนี้ ส่งผลให้จานนี้มีกลิ่นอายของทั้งอาหารไทย และอาหารนอร์ดิคในสไตล์โมเดิร์น มีเทคนิคการทำอาหารโดยการนำเนื้อปูมาใส่ในขึ้นฉ่ายฝรั่งที่ทำเป็นรูปทรงกระบอก แต่งหน้าด้วยครีมโฟมรสผงกะหรี่ และตกแต่งเพิ่มสีสันด้วยขึ้นฉ่ายฝรั่งหั่นฝอย ไข่ปลาเทราต์ และดอกเวอร์บีน่าสีม่วงอ่อน เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ทีได้รับประทาน ซึ่งให้รสชาติความหวานจากเนื้อปู เข้ากับครีมโฟมผงกะหรี่ได้อย่างดี แนะนำให้รับประทานคู่กับน้ำบีทรูทที่มีส่วนผสมของบีทรูท สับปะรด และมันแกว รสเปรี้ยว และช่วยเพิ่มความสดชื่น เพิ่มกลิ่นและรสชาติของปูให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

พิกัด :ฟร้อนท์ รูม ชั้น Lower Lobby ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.30 น. -  22.30 น.
โทร. 02-846-8888
__________
2. เซียร์ทูน่าต้มยำกับซอสมะขาม – ห้องอาหารบาร์ นายน์ เบียร์ การ์เด้น ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ
สร้างสรรค์โดยนำความเป็นไทยแบบดั้งเดิม ผสมผสานเข้าไปในเมนู ชูวัตถุดิบเด่นเอกลักษณ์ของไทยคือ ซอสมะขามและผงปรุงรสต้มยำ ซึ่งเป็นสูตรพิเศษที่โรงแรมทำขึ้นเอง โดยมีส่วนผสมหลักคือ ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ และพริกชี้ฟ้าจากโครงการหลวง ด้วยการนำทูน่าหมักกับผงปรุงรสต้มยำ ทำให้กลายเป็นเมนูอาหารไทยแบบโมเดิร์นที่มีรสชาติจัดจ้านกำลังพอดี พร้อมจัดแต่งจานด้วยเซียร์ทูน่า เรียงซ้อนบนขนมปังหน้ากุ้งโรยงา สันคอหมูทอด และราดด้วยซอสมะขามสูตรพิเศษของโรงแรม

พิกัด:บาร์ นายน์ เบียร์ การ์เด้น ชั้น 9 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 น. - 01.00 น.
โทร. 02-209-1700 ต่อ 8705
__________
3. ทาปาสไทย10คอร์ส ในรูปแบบโมเลคิวลาร์ - อาร์ บาร์ ณ โรงแรม เรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
เชฟใหญ่ของบาร์แห่งนี้ได้ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากทั้งในและต่างประเทศเพื่อรังสรรค์ ทาปาสไทย นานาชนิดที่ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบโมเลคิวลาร์ หรือวิธีการทำอาหารแบบใหม่ที่นำเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ประกอบการทำอาหาร ให้ผู้ทานลืมภาพอาหารไทยแบบเดิมๆ แล้วสนุกไปกับการลิ้มลองอาหารในรูปแบบใหม่

รวมทั้งยังเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี และนำเอาสมุนไพรไทย เช่น พริกขี้หนู มะขาม ตะไคร้ และมะกรูด มาใช้เป็นวัตถุดิบหลักเพื่อรักษารสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิม หากแต่มีวิธีนำเสนอที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่น เมนูไฮไลท์คือ มัสมั่นเนื้อวัวที่ใช้เนื้อวัวจากนำเข้าจากออสเตรเลีย ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีแบบธรรมชาติ และใช้วิธี โมเลคิวลาร์ ในการเปลี่ยนน้ำแกงมัสมั่นเป็นซอสครีมเข้มข้นที่ยังคงรสชาติและกลิ่นแกงมัสมั่นดั้งเดิมไว้เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อที่ผ่านกรรมวิธีทำให้สุกภายใต้สูญญากาศ ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อ รวมถึงการตกแต่งที่ถูกถ่ายทอดจากจินตนาการที่สร้างความตื่นเต้น น่าค้นหา และทันสมัยในทุกๆจาน

นอกจากนี้ทางอาร์ บาร์ ยังได้เตรียมมอบความสดชื่นด้วยเครื่องดื่มสูตรพิเศษเพื่อต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนก่อนที่จะสนุกไปกับการรับประทานอาหารมื้อนี้อีกด้วย

พิกัด:อาร์ บาร์ ชั้นล็อบบี้ ณ โรงแรม เรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์
เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 น. - 01.00 น.
โทร. 02-125-5105
__________
4. ยำดอกขจร บัวหลวง – ห้องอาหารเอราวัณ ที รูม โดย โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค๊อก
เอกลักษณ์ของเมนูนี้ คือ การนำเอากลีบของดอกบัวหลวงสายพันธุ์บัวแดง ฉัตรชมพู หรือสัตตบงกช ที่มีรสชาติขมเล็กน้อย มาผสานเข้ากับดอกขจร ซึ่งมีรสชาติหวานหน่อยๆ บวกเข้ากับเครื่องเคียงที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่าง มะพร้าวคั่วกรอบ ถั่วลิสงคั่วบด และเม็ดบัวต้ม รับประทานพร้อมกับน้ำยำ ที่ได้นำกะทิพริกเผามาปรุงกับน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเกลือ เคี่ยวให้เกิดรสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน เผ็ดปลายลิ้น จัดวางดอกขจรในกลีบดอกบัวอย่างพอดีคำทำให้ทานง่าย

ยิ่งไปกว่านั้นสีเขียวของวัตถุดิบยังตัดกับสีชมพูของกลีบดอกบัว ทำให้เมนูนี้สวยสะดุดตา แนะนำทานคู่กับชามะตูม ใบเตยที่มีรสชาติหอมหวานซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดี ห้องอาหารเอราวัณ ที รูม โดยมี เชฟทรงพล กิตติคุณวัจนะ คอยดูแลในส่วนของอาหาร ผู้ที่อยู่ในแวดวงการอาหารมานานหลายปี และจบหลักสูตรการทำอาหารจากโรงเรียน เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

พิกัด:เอราวัณ ที รูม โดย โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ชั้น 2ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค๊อก
เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 น. - 22.00 น.
โทร. 02-254-6250
__________
5. กุ้งคั่วพริกเกลือ – ห้องอาหารสไปซ์มาร์เก็ต ณ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
จานนี้เป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่ไม่ควรพลาด โดยเชฟได้เลือกใช้กุ้งลายเสือตัวใหญ่เนื้อสดแน่น ซึ่งเข้ากันดีกับสมุนไพรไทยอย่างพริก ข่า และตะไคร้ ที่นำมาโขลกและผัดให้เกิดกลิ่นหอม จากนั้นโรยด้วยหอมแดงและกระเทียมทอดกรอบ โดยเหตุผลที่เลือกใช้สมุนไพรไทยเพราะมีความโดดเด่นในเรื่องกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ไทย และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย พร้อมกับตกแต่งในรูปแบบใหม่ และทันสมัย เพื่อเพิ่มความโดดเด่น

พิกัด:สไปซ์มาร์เก็ต ชั้น ล็อบบี้ ณ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30 น. - 14.30 น. และเวลา 18.00 น. - 22.30 น.
โทร. 02-126-8866
__________
6. ต้มยำกุ้งมังกร – ห้องอาหารวูว์ ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
เมนูนี้ได้มาจากการนำเอาเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ และยอดนิยมของไทย อย่าง ต้มยำกุ้งมาต่อยอดเพิ่มความพรีเมียมโดยใช้กุ้งมังกรตัวใหญ่เนื้อแน่น เด้ง สด หวาน จากจังหวัดภูเก็ตมาเป็นวัตถุดิบหลัก เนื่องจากกุ้งมังกรของภูเก็ตมีความโดดเด่นตรงที่มีเปลือกบางซึ่งทำให้มีเนื้อเยอะ เมื่อปรุงน้ำซุปต้มยำกับเนื้อกุ้งมังกรเข้าด้วยกัน เติมความเปรี้ยวด้วยใบมะขามและน้ำมะนาวสด ทำให้เมนูนี้มีรสชาติกลมกล่อมและเผ็ดกำลังดี

อีกทั้งใบมะขามยังมอบสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้ที่ได้รับประทานอีกด้วย พร้อมเสิร์ฟมาอย่างสวยงามในลูกมะพร้าวอ่อน ซึ่งเพิ่มความหอมอร่อยน่าทาน และตกแต่งจานอย่างสวยงามด้วยเปลือกกุ้งมังกร และเมนูนี้ยังปรุงให้ชมสดๆ ข้างโต๊ะอาหาร เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษที่สุดให้แก่ผู้ทาน

พิกัด:วูว์ ชั้น 12 ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 น. - 24.00 น.
โทร. 02-207-7819
__________
7. ปลากระพงซอสมะขาม – ห้องอาหารเอสเพรสโซ่ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
เป็นเมนูเด่นของห้องอาหารเอสเพรสโซ่ ที่เน้นการนำเอาวัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรไทย เช่น มะขามเปียก มะนาว หอมแดง พริกแห้ง และผักชี รวมถึงเครื่องปรุงรสอย่างน้ำปลาและน้ำตาลปี๊ป มาทำเป็นน้ำซอสราดบนเนื้อปลากระพงชุปแป้งทอดทอดกรอบ ทำให้ได้รสหวานของเนื้อปลากระพง ไปพร้อมกับรสชาติเปรี้ยวหวานจัดจ้านของซอสมะขาม ทำให้เมนูนี้มีรสชาติกลมกล่อมครบรส

ซึ่งที่ห้องอาหารเอสเพรสโซ่พร้อมเสิร์ฟอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์นานาชาติที่หลากหลาย นอกจากปลากระพงซอสมะขาม ยังมีต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน ยำสามกรอบ และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บแบบไทย เพิ่มรสชาติให้กับอาหารทะเลสดใหม่ อาทิ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งล๊อบสเตอร์ หอยนางรมฟิน เดอร์ แคลร์ และปูอลาสก้า ฯลฯ

พิกัด:ห้องอาหารเอสเพรสโซ่ ชั้น M ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 น. - 23.00 น.
โทร. 02-656-0444 ต่อ 6430
__________
8. อกเป็ดเซียร์เสิร์ฟพร้อมตับห่าน – ห้องอาหารอูโน มาส ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอก
คอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์
อกเป็ดเซียร์เสิร์ฟพร้อมตับห่าน เป็นเมนูที่ได้นำวัตถุดิบที่ผลิตในท้องถิ่นของไทย มาผสมผสานกับรูปแบบของอาหารสเปน โดยเลือกใช้อกเป็ดจากโครงการหลวงที่มีคุณภาพดีเลิศเทียบเท่าระดับโลก ด้วยเนื้อที่แน่น หนังกรอบ และรสชาติที่อร่อย ทานคู่กับตับห่านเซียร์ ทำให้เมนูนี้มีความหอม มัน มีรสชาติกลมกล่อมและลงตัว ราดด้วยซอสซึ่งทำจากน้ำสต็อกโครงเป็ดที่ใช้เวลาเคี่ยวนานหลายชั่วโมง รวมถึงวัตถุดิบและเครื่องปรุงอื่นๆ จากสเปนที่เชฟนำมาผสมผสานเป็นสูตรเฉพาะของห้องอาหารอูโน มาส

อีกทั้งเมื่อทานคู่กับซอสมัสตาดที่ตกแต่งข้างจานจะช่วยชูรสชาติให้ดียิ่งขึ้น การจัดจานของเมนูนี้ถูกจัดในแบบสเปนสไตล์ อูโน มาส ทำให้ดูมีความเรียบง่าย ทันสมัย และแปลกตายิ่งขึ้น

พิกัด:ห้องอาหารอูโน มาส ชั้น 54 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์
เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.00 น. - 01.00 น.
โทร. 02-100-6255 ต่อ 5400

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments