728 x 90

เมื่อเงิน (เดือน) ชี้วัดคุณภาพชีวิต

img

คงไม่มีใครกล้าปฎิเสธว่า ค่าแรง หรือรายได้จากการทำงาน สามารถเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของคนไทยได้เป็นอย่างดี เพราะจากจำนวนประชากรไทย 65 ล้านคน เป็นแรงงานกว่า 55 ล้านคน คนกลุ่มนี้จึงเปรียบดั่งแรงขับเคลื่อนประเทศที่บอกชัดเจนว่าไทยจะพัฒนาได้จริงหรือย่ำอยู่กับที่

มีงานทำ แต่ไร้ความสุข
ประเทศไทยติดอันดับ 1 ถึง 3 ปีซ้อนจากเว็บไซต์บลูมเบิร์ก กับการสำรวจดัชนีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก พูดง่ายๆ หรือมีความสุขที่สุดนั่นเอง โดยวัดจากอัตราการว่างงานเป็นหลัก ผลรวมดัชนีความทุกข์ยากของไทยอยู่ที่ 2.6% เพิ่มขึ้นมาจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1.2% ในปี 2559 ไทยมีผู้ว่างงานราว 370,000 คน รอฤดูการทำงานอีก 120,000 คน ด้วยค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน คงที่มาตั้งแต่ปี 2555 ก่อนที่ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2560 มีมติให้ปรับขึ้นค่าแรงเป็น 310 บาทต่อวัน เฉลี่ยรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 9,300 บาท ในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ อาทิ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้านหรือคอนโดฯ ค่าไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ทำให้รายรับและรายจ่ายไม่สมดุลกัน จึงขอเรียกร้องเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 620 บาท แน่นอนความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ เมื่อดูจากเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ แม้ว่าความสุขจะเป็นรองจากบ้านเรา มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูงถึง 60,000 บาท แต่ค่าครองชีพก็สูงลิบลิ่วเช่นกัน หากเทียบเรื่องคุณภาพชีวิต ทั้งความสะดวกสบาย เศรษฐกิจ การเมือง ยิ่งแสดงถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

คุณภาพชีวิตคนกรุงยังต้องพัฒนา
หนึ่งในเว็บไซต์ด้านการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง nembeo.com ได้เปิดเผยงานวิจัยถึง ดัชนีคุณภาพชีวิตจำนวน 67 ประเทศและ 177 เมืองทั่วโลก โดยประเทศไทยติดอันดับที่ 63 ดัชนีคุณภาพชีวิตอยู่ที่ 57.21 โดยเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 169 ในขณะที่ เชียงใหม่ มีคุณภาพชีวิตดีกว่าในอันดับที่ 143 ซึ่งใช้เกณฑ์การวัดจาก 8 เรื่องใหญ่ๆ คือ กำลังการซื้อ, ความปลอดภัย, สุขภาพ, สภาพภูมิอากาศ, ค่าครองชีพ, ราคาที่ดินต่อรายได้, การใช้เวลาในการเดินทาง และ มลพิษ แต่หากเทียบแค่ประเทศในอาเซียน เชียงใหม่ถือว่ามีคุณภาพชีวิตดีที่สุดอันดับหนึ่ง ตามด้วยสิงคโปร์, ดาเวา ฟิลิปปินส์, จากาตาร์ อินโดนีเซีย และ กรุงเทพฯ รั้งอันดับ 5 ซึ่งสิ่งที่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงสูงที่สุดคือเรื่องของปัญหาจราจรและมลพิษ รวมถึงเรื่องรายได้ไม่สมดุลกับการซื้อที่อยู่อาศัย บวกกับสภาพภูมิอากาศร้อนระอุ กำลังการซื้อจัดอยู่ในระดับต่ำมาก และค่าครองชีพยังไม่สอดคล้องกับรายได้อีกด้วย แสดงให้เห็นว่านี่ยังไม่มีความสุขกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแท้จริง 

การศึกษาบอกคุณภาพชีวิตได้
เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 พร้อมกับการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว จึงมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญในงานแต่ละอาชีพและตำแหน่งเพื่อให้สอดคล้องควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งไทยมีแรงงานในระบบ 16.94 ล้านคน เป็นผู้มีอายุ 40 ปีถึง 46% อีก 50.5% มีการศึกษาแค่ระดับประถมในจำนวนนี้ 1.2 ล้านคนไม่มีการศึกษา และกองบริหารข้อมูลตลาดแรงงาน กรมการจัดหางานระบุว่า จำนวนความต้องการแรงงานจำแนกประเภทตามระดับการศึกษา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560 พบว่า ความต้องการแรงงานในระดับมัธยมศึกษามีจำนวนมากที่สุด 10,728 คน รองลงมาคือระดับปวช. 5,552 คน ระดับปวส. 5,048 คน ระดับปริญญาตรี 4,729 คน ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นว่าตลาดยังคงมีความต้องการผู้ทำงานตามกลไกของการพัฒนาด้วยค่าแรงขั้นต่ำ หากต้องการขับเคลื่อนประเทศ ควรเร่งยกระดับแรงงานด้วยการช่วยเรื่องการศึกษา เพิ่มความรู้ และทักษะให้สอดคล้องกับความสามารถของผู้ทำงาน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง เพื่อกระตุ้นให้นายจ้างจัดอบรมแรงงานของตนเองอย่างมีคุณภาพ

[English]

Low Misery, Low Quality of Life
Thailand has maintained the ranking as the world’s least-miserable economy for three consecutive years according to the Bloomberg's Misery Index. The ranking is based on a country’s jobless rate and inflation. While Thailand has a low unemployment rate, most workers who are employed at minimum wage jobs still have a low quality of life. Data from the Labour Market Information Administration Division shows that those workers having secondary school qualifications are in the highest demand, followed by the ones with vocational and higher vocational certificates. The improvement of the education quality at these levels will make Thailand develop faster, resulting in a better quality of life for the people.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments