728 x 90

7 เทคนิคสร้างโอกาสให้ตัวเอง

img
โดย++ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com และกลุ่มบริษัท efrastructure Group

ผมเป็นคน “สร้างโอกาสให้กับตัวเอง (Create Opportunity)” งานหลายอย่าง หรือโอกาสหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับผม พอมานั่งนึกๆ ดูแล้วมันเกิดจากการที่ “ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง” ไม่ได้เกิดจากโชคดีหรืออย่างไร  เช่น การที่ผมได้ดีลกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Rakuten หากย้อนกลับไปปี 2007 เป็นปีที่ผมได้มีโอกาสได้รู้จักกับบริษัท E-Commerce ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ดูเงียบไป ผมจึง “สร้างโอกาส” ให้ตัวเองในการที่จะได้ร่วมงานกับเค้า โดยการ บินไปญี่ปุ่นไปหาเค้า นำเสนอตัวเรา เปิดโอกาสตัวเรา ในการไปครั้งนั้นผมได้เจอกับทาง CEO ของเค้า และแสดงความตั้งใจว่าเราอยากจะร่วมธุรกิจกับเค้า ในปี 2009 เค้าก็กลับมาอีกครั้งและปิดดีลการร่วมมือนี้ลงได้ หากผมยังคงนั่งรอเค้ามาหา รอว่าเค้าจะติดต่อมา ผมคงไม่ได้โอกาสนี้ครับ

ตัวอย่างง่ายของนิสัยของการสร้างโอกาสของผมคือ “การรอแท็กซี่” ผมเป็นคนนึงที่นั่งแท็กซี่บ่อยมาก (รวมถึงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง) เวลาผมรอแท็กซี่ ในจุดที่คนเยอะๆ หารถยากๆ ผมจะไม่ยืนรอตรงนั้น ผมจะเดินไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดที่มีทางแยก จุดที่เราจะมีโอกาสได้แท็กซี่มากกว่ายืนอยู่ตรงทางเดียว การเดินไปรอตรงทางแยก หรือตรงซอยเป็นการเพิ่มโอกาสได้รถเพิ่มมาอีก 1 ช่องทางให้กับตัวเราเอง และหลายๆ ครั้งที่ผมเดินไปไกลมาก แต่ผมก็ได้รับโอกาสนั้นมากขึ้นเช่นกัน  ผมมักไม่ชอบกับการ “อยู่นิ่งๆ อยู่เฉยๆ (Stay Still)” และรอให้โอกาสมันมาหาเรา เพราะมันจะเกิดขึ้นได้ช้า หรือต้อง “รออีกนานเท่าไรไม่รู้” ผมชอบที่จะ “ออกไปหา และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา”  เพราะผมเชื่อมั่นเสมอว่า “โอกาสมีอยู่เสมอ หากเรารู้จักสร้างมันขึ้นมา” อย่ารีรออะไร คิด หาทาง สร้างโอกาสให้ตัวเองได้เยอะมากขึ้น 

7 กฏและเทคนิคการสร้างโอกาสให้ตัวเราเองที่ผมใช้ประจำ
1. อย่ารอคอย (Do not Wait) หลายคนมักจะรอคอยว่า จะมีโอกาสดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตของเรา รอใครซักคนจะมาทำสิ่งนั้นให้เกิด การรอคอยโดยไม่มีเป้าหมาย โอกาสมันคงจะไม่มาเราหรอก การหยุดคือการถอยหลัง จงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

2. อย่าหยุดคิด (Don’t Stop Thinking) จงคิด คิด คิด และคิด หากคิดไม่ออกมองโอกาสไม่เห็น จงปรึกษาคนอื่นๆ รอบๆ ตัวคุณมีคนอีกเป็นร้อยเป็นพัน รวมถึงในโลกออนไลน์มีคนอีกนับล้านๆ คน เพียงแค่คุณเปิดโอกาสไปสอบถาม พูดคุยกับคนรอบตัวคุณ โอกาสของคุณก็จะเปิดออก ผมเชื่อเสมอว่า “ทุกอย่างมีทางออกและมีคำตอบ” ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่คิดไม่ออก หรือคนที่ยอมแพ้ เพราะมักมองอะไรสั้นเกินไป และมองรู้จักใช้คนรอบตัวน้อยเกินไป ช่วงเวลาที่ผมมีคิดได้ดี คิดได้สนุกที่สุดคือตอนขับรถคนเดียว และตอนอาบน้ำ หากคิดอะไรออกปุ๊ปจงรีบจดลงทันที ผมมักจะจดลงมือถือเป็นประจำ (ผ่านโปรแกรม Evernote)

3. อย่าคิดว่า “ทำไม่ได้” (We can do it) เพราะหากว่าคุณคิดว่าทำไม่ได้ ทุกอย่างจะหยุดตรงนั้นทันที โอกาสจะหายไปทันที จงคิดว่าเราทำได้ ทำได้ ทำได้ และทำได้ อย่างได้คิดเป็นอันคาดว่าเราทำไม่ได้ (อันนี้สำคัญมาก) เมื่อเราคิดว่าทำได้ และเอาสิ่งที่เราคิดมาทำ มันก็จะเกิดโอกาสครับ เทคนิคผมคือ เมื่อใดก็ตามที่ผมคิดว่า “ทำไม่ได้หรอก” ผมจะหยุดความคิดตัวเองตอนนั้นทันที แล้วเริ่มไปปรึกษาคนอื่นๆ แทน แล้วกลับไปข้อ 2.

4. จงคิดต่าง (Think Different) อย่าคิดหรือทำในสิ่งที่ชาวบ้านเค้าทำ ปัญหาหลายๆ อย่างแก้ไขไม่ได้ เพราะเราคิดแบบเดิมๆ ไม่มีแนวทางใหม่ๆ จงกล้าคิดแปลก แตกต่างๆ ผ่าเหล่า คิดแบบออกไปนอกโลก หรือบางครั้งอย่างเอาเหตุผลมาใช้มากเกินไป ความแตกต่างจะทำให้เราสร้างอะไรใหม่ รวมถึงโอกาสใหม่ๆ เช่นเดียวกัน

5. ลงมือทำ (Just Do it) ทำ ทำ ทำ และ ทำ การลงมือทำจริงๆ จะทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรอีกมาก และยิ่งคุณได้ทำมาก เรียนรู้มาก ประสบการณ์ของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้น แน่นอนโอกาสมันก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน จะสังเกตุได้ว่า คนที่ ลงมือทำ และทำอะไรเยอะๆ จะมีโอกาสมากกว่าคนที่ไม่ค่อยทำอะไร  หลากคนชอบคิดแต่ไม่ลงมือทำ เทคนิคการลงมือทำคือ สร้างโน็ตขึ้นมาไว้ในหน้าจอคุณ ที่คุณเห็นมันตลอดเวลา พอนึกอะไรออก ก็จดมันลงไป พอเรามีเวลาว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็จงเปิดโน้ตเหล่านั้นดู และนำสิ่งต่างๆ ที่คิดไว้ นำมาทำ (ผมทำอย่างนี้เป็นประจำ)

6. ทำทันที ที่ทำได้ (Do it now) หากผมมีโอกาสทีจะทำอะไร ผมจะลงมืทำทันที ไม่มารีรอ เพราะการรอ ทำให้โอกาสหลายๆ อย่างมันหายไป และหลายๆ ครั้งเรามักจะลืมว่าเราควรทำอันนั้น อันนู้น ผมพบว่าหากเรารีรอที่จะทำอะไร โอกาสที่เราจะได้สิ่งนั้นจะลดลงไปทันที 50% นั้นหมายถึงสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น จะหายไปทันที ดังนั้นจงลงมือทำทันที ทุกครั้งที่คุณทำได้ อย่าไปรอมัน

7. มองโลกในแง่ดี (Be Positive) ทุกอย่างที่คุณทำไป หรือมันเกิดขึ้น มันจะออกมาดีหรือไม่ดี มันข้อดีในตัวมัน “จงมองมันในด้านดี แล้วคุณจะมองเห็นโอกาสมากกว่า การมองในแง่ร้าย” สิ่งที่ผิดพลาดคือประสบการณ์ที่คุณได้เรียนรู้ และทำให้รู้ว่าเราไม่ผิดพลาดอีก ยิ่งผิดมาก ยิ่งเรียนรู้มาก “จงอย่างกลัวการผิดพลาด” และ “การมองโลกในแง่ดี” ไม่ใช่การหลอกตัวเองว่าไม่มีปัญหา แต่…. คือการทำให้ตัวเรา “มีความสุขภายใต้ปัญหาที่มีอยู่”  ตัวอย่างของผมคือ ผมเนี่ยขับรถหลงเป็นประจำ และทุกครั้งผมหลง ผมก็จะมองในแง่ดีว่า ที่ผมหลงมาในเส้นทางนี้ ผมได้เห็นอะไรใหม่ๆ ได้รู้จักเส้นทางใหม่ๆ ทำให้วันหลังผมจะได้ไม่ได้หลงมาทางนี้ ผมก็จะตื่นเต้นมากๆ กับการหลงทางของผม ดูนั้นดูนี่ เห็นอะไรใหม่ๆ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และแน่นอนโอกาสมันจะแอบอยู่แถวๆ นี้แหละ

เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ทั้งหมดที่ผมกล่าวมา มันคือ “ปัจจัยความสำเร็จของตัวผมเลย (Keys Success Factor)” ลองมาไล่ดูขั้นตอนว่าเราสร้างโอกาสดีๆ ให้กับตัวเราได้อย่างไร

คิดเยอะ > คิดแตกต่างๆ > ไม่รอคอย >  ลงมือทำ > ไม่กลัวผิดพลาด > มองโลกในแง่ดี  > โอกาสดีเข้ามามาก

ต้องบอกเลยว่า ทั้งหมด มันคือสิ่งที่ผมปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา มันอาจจะไม่ 100% หรือตลอดเวลา แต่มันคือแนวทางหลักของผม ในการใช้ชีวิต ซึ่งบอกได้เลยว่ามันจะทำให้โอกาสมันเกิดขึ้นมาได้มากขึ้น

สิ่งที่สำคัญคือ อย่าปล่อยให้เราอ่านบทความนี้ไปแล้ว รู้สึกว่ามันดีเฉยๆ จงเอาสิ่งที่คุณได้จากการอ่านครั้งนี้ ไปวางแนวทางปฏิบัติกับชีวิตของคุณเอง มันต้องไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณ มันต้องทำเป็นนิสัย แล้วมันถึงจะเกิดผล เพราะหากคุณไม่ทำแบบนั้น มันก็จะกลายเป็นบทความ ที่อ่านแล้วเท่ๆ ดีๆ อันนึงที่ผ่านสายตาคุณไปเท่านั้น และบทความอันนี้ของผมก็จะไม่ก่อประโยชน์อะไรให้กับชีวิตของคุณได้เลยครับ  อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็จงลงมือปฏิบัติได้เลยครับ  หรือคิดว่าบทความนี้ดี จงแชร์และแบ่งปันไปให้เพื่อนคุณ เพราะมันอาจจะเป็นประโยชน์กับเค้านะครับ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments