728 x 90

การศึกษาสูง อัตราว่างงานเพิ่ม

img

ระบบการศึกษาไทยที่ผลิตนักศึกษาปริญญาตรีเข้าสู่ตลาดกำลังประสบปัญหา เมื่อโครงสร้างอุตสาหกรรมต้องการแรงงานระดับปฏิบัติการและสายอาชีพมากกว่า โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมส่งออก โดยผลสำรวจพบว่า ปีนี้ผู้ว่างงานที่จบ ป.ตรี มีอัตราเฉลี่ย 3.2-3.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.2% ของผู้ว่างงานทั้งหมดที่มีภูมิหลังทางการศึกษาตั้งแต่ ม.ต้น ขึ้นไป

ปี 60 คนว่างงานพุ่ง
แม้ภาพรวมการจ้างงานในประเทศไทยจะยังไม่น่าห่วงเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน โดยในไตรมาสแรกปี 60 สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า ไทยมีคนว่างงาน 463,379 คน หรือร้อยละ 1.21 ของกำลังแรงงาน 38.21 ล้านคน แต่ถ้านำตัวเลขการว่างงานของปี 60 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 57 ก่อนจะมีการรัฐประหาร จะพบว่า ปี 60 มีจำนวนคนว่างงาน 463,379 คน สูงกว่าปี 57 จำนวน 341,117 คน หรือเพิ่ม 122,262 คน

โดยอัตราการว่างงานในช่วงอายุ 15-39 ปีของไตรมาสแรกปี 60 สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปี 57 และถ้าดูอัตราการว่างงานจากทุกช่วงอายุจะพบว่าปี 60 นั้นสูงกว่าปี 57 เกือบทุกช่วงอายุ

รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการ-พัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ ให้ความเห็นว่า อัตราและจำนวนการว่างงานในปัจจุบันที่สูงกว่าปี 57 เป็นผลมาจากความสามารถในการดูดซับแรงงานทั้งเก่าและใหม่ อันเนื่องมาจากความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้พ้นจากความตกต่ำอาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เทียบกับตัวเลขของ เอ ดี บี ประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) ของประเทศไทยปี 60 ต่ำกว่าทุกประเทศในอาเซียน จากการพิจารณาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 4 ตัวคือ การบริโภคภาคประชาชน การลงทุนของภาคเอกชน การใช้จ่ายของภาครัฐ และการส่งออกสุทธิ ซึ่งเครื่องยนต์ตัวสุดท้ายนี้ถูกมรสุมของวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์จากซีกประเทศตะวันตกเล่นงานตลอดจนปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ 

ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจ (อีไอซี) ธ.ไทยพาณิชย์ ประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 60 เป็น 3.6% จากเดิม  3.4% โดยการส่งออกไทยเติบโตถึง 8.9% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี นำโดยสินค้าเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดย อีไอซีประเมินว่า การส่งออกจะขยายตัวต่อเนื่อง เติบโตได้ถึง 7% ดีที่สุดในรอบ 6 ปี ทำให้ตลาดแรงงานการผลิตยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการ

การศึกษาสูงอัตราว่างงานเพิ่ม
การเติบโตของแรงงานระดับล่าง ซึ่งมีภูมิหลังทางการศึกษาไม่เกินประถมศึกษาปีนี้นับว่าดี โดยตัวเลขเดือน ก.ค. 60 มีอัตราการว่างงานไม่เกิน 1% เป็นเพราะไทยมีสถานประกอบการที่ใช้แรงงานจำนวนมาก และเป็นอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีมากกว่า 95% ซึ่งใช้แรงงานระดับล่างมากจนต้องนำแรงงานต่างด้าวกว่า 3 ล้านคนมาทำงาน เพื่อลดปัญหาขาดแรงงานเรื้อรังมามากกว่า 15 ปี

ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานของแรงงานที่มีภูมิหลังทางการศึกษามากกว่า ม.ต้นขึ้นไปกลับตรงกันข้าม คือ อัตราการว่างงานกลุ่มนี้ในเดือน ก.ค. 60 สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย (1.2%) โดยเฉพาะตัวเลขของการว่างงานของผู้จบการศึกษาปริญญาตรีสูงถึง 3.2%-3.3% 

จากจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมด 476,000 คน มีผู้ว่างงานตั้งแต่ ม.ต้น ถึง ป.ตรี 426,000 คน หรือ 87% ของผู้ว่างงานทั้งหมด เป็นเพราะสถานประกอบการไม่สามารถปรับโครงสร้างภาคการผลิตให้สามารถจ้างแรงงานที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานได้หมด

ถ้าสังเกตตัวเลขการว่างงานของผู้จบ ม.ปลาย ซึ่งรวมเอาผู้จบสายอาชีพเข้าไว้ด้วยพบว่า สามารถจ้างงานได้ดี แต่ยังไม่เพียงพอเนื่องจากยังมีผู้ว่างงานในระดับเดียวกันค่าเฉลี่ยคือ ร้อยละ 1.2 

ที่หนักหนาสาหัสเห็นจะเป็นเรื่องผู้จบปริญญาตรีที่ว่างงาน 253,000 คน โดยมีสัดส่วนสายวิชาการตกงานมากกว่าสายอาชีพมากกว่า 2 เท่า นับเป็นความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจในยุคที่กำลังแรงงานใหม่เริ่มลดลง แต่ภาคเศรษฐกิจยังไม่สามารถที่จะพัฒนาปรับตัวมากพอที่จะดูดซับผู้มีการศึกษาสูงได้หมด
จำนวนคนว่างงานตามระดับการศึกษา
สิ่งที่น่ากังวลหลังจากนี้คือ หากปล่อยให้อัตราการว่างงานยังเพิ่มขึ้นอนาคตไทยจะมีคนว่างงาน 2%, 3%, 4% และ 5% เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ไทยยังต่างอยู่มาก เพราะการดูแลคนว่างงานของประเทศที่พัฒนาแล้วจะดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ของไทยจะดูแลเฉพาะคนที่ทำงานในบริษัทเอกชน ซึ่งคนที่อยู่นอกระบบ อาทิ พ่อค้าผลไม้ แรงงานก่อสร้าง แรงงานเกษตร กลับไม่ได้รับการเหลียวแล สิ่งที่ตามมาคือปัญหาสังคม เช่น การจี้ปล้น ฉกชิง วิ่งราวในสังคมเมือง ซึ่งทุกวันนี้ ก็เริ่มมีปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้น 
รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ


รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ
"ที่จริงจะไปโทษผู้พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องหันมามองฝ่ายผลิตกำลังคนที่ไม่ได้สร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องให้กับผู้ปกครองและเด็กเข้าใจความต้องการตลาดแรงงาน การผลิตศักยภาพตามใจผู้ปกครอง ตามใจนักเรียน โดยรัฐสนับสนุนเงิน ค่าหัวไม่พอก็มีเงินกู้ กยศ. ในที่สุดก็เป็นภาระของรัฐ เพราะส่วนใหญ่ของผู้ว่างงานเหล่านี้ไม่สามารถคืนเงินกู้เพื่อหมุนเวียนให้เยาวชนรุ่นต่อไปได้"

[English]
New University Graduates’ Struggling to Find Jobs - Sign of Troubling Thai Economy

The number of new university graduates, who could not find jobs, has risen to an average of 3.2%-3.3% in 2017, compared with 1.2% for the unemployed, who has completed either lower- or upper-secondary education.

According to the National Statistical Office, the number of the unemployed stood at 463,379 in the first quarter of this year, or 1.21% of Thailand’s total workforce of 38.21 million people.  In addition, this year’s number was considerably higher than 341,117 in the first quarter of 2014, or before the coup d’état.

Yongyuth Chalamwong, Ph.D from Thailand Development Research Institute, said that such an increase could be attributed to the failure to boost the economy and to promote employment, as The Asian Development Bank (ADB)’s GDP forecast for Thailand remains considerably lower than other Southeast Asian countries.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments