728 x 90

แรงงานไทยยุค 4.0

img

ตลาดแรงงานไทยมีการปรับตัวด้วยปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คาดแนวโน้มปี 61 ผู้ประกอบการหันมาพึ่งเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ด้านแรงงานต้องเร่งเสริมทักษะทำงานได้หลากหลาย ชี้คนรุ่นมิลเลนเนียลจะเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจในอีก 5 ปี

ปี 60 การว่างงานสูง
ผลสำรวจตลาดแรงงาน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมไทย โดยแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ระบุถึงสถานการณ์ในปี 2560 ที่ผ่านมาว่า สายงานที่ตลาดแรงงานต้องการสูงสุด
อันดับ 1. งานขายและการตลาด ยังคงต้องการแรงงานจำนวนมาก จากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวดีนัก 
อันดับ 2. งานบัญชีและการเงิน ซึ่งยังคงมีความต้องการในธุรกิจทุกระดับ
อันดับ 3. งานไอที สอดรับกับการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไอที หรือนักพัฒนา ที่มีความต้องการสูง
อันดับ 4. งานวิศวกร จากการลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐ 
อันดับ 5. งานบริการลูกค้า ผลจากการปรับเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น
ภาวะการมีงานทำของประชากรไทย infographic
สายงานที่มีผู้ต้องการทำงานสูงสุด 
อันดับ 1. งานขายและการตลาด
อันดับ 2. งานวิศวกร
อันดับ 3. งานธุรการ
อันดับ 4. งานขนส่งและโลจิสติกส์ 
อันดับ 5. งานบริการลูกค้า

ธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานสูงสุด 
อันดับ 1 กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ บริการเฉพาะกิจ และการท่องเที่ยวและสันทนาการ
อันดับ 2. สินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมเครื่องจักร และยานยนต์
อันดับ 3 เทคโนโลยี กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
อันดับ 4. เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
อันดับ 5. สินค้าอุปโภคและบริโภค กลุ่มของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน, ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ และแฟชั่น

แม้ภาพรวมความต้องการของตลาดกับแรงงานจะสอดคล้องกัน แต่อัตราการว่างงานในปี 60 สูงกว่าปี 59 ร้อยละ 0.2 โดยมีอัตราการว่างงานสูงถึง 8.52 แสนคน จากปัจจัยการเลือกทำงานของคนรุ่นใหม่ การขาดแคลนคนที่มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์ตรง ขาดแรงงานวิชาชีพและแรงงานฝีมือ การเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะไอที ภาษา และทักษะทางอาชีพ การปรับตัวของแรงงานต่อ Digital Tranformation และ Globalization อีกทั้งความต้องการของนายจ้างมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยต้องการคนประเภท Multitasking มากขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปิดกิจการ มีการย้ายฐานการผลิต การเข้ามาของระบบอัตโนมัติ และอัตราการเข้าออกจากงานบางสายงานสูง ขณะที่แรงงานหันมาประกอบอาชีพอิสระและทำงานระยะสั้น (Gig Economy) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม 

ทิศทางตลาดงานไทยปี 61
คุณไซมอน แมททิวส์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยฯ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดแรงงานในไทยว่า จะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการลงทุนและพัฒนาเพื่ออนาคต อาทิ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งจะเกิดการขยายการจ้างงาน มีแรงงานใหม่ อีกทั้งการลงทุนพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน 3-5 ปีจะมีการเปลี่ยนแปลงและเติบโต รวมถึงการลงทุนจากประเทศจีนที่เข้ามามากขึ้น การขยายตัวของแรงงานในอาเซียน และ CLMV และการวางแผนด้านเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการวางรากฐานที่ดีทำให้ประเทศเกิดการพัฒนา และส่งผลต่อตลาดแรงงานในประเทศ

ขณะเดียวกัน คุณสุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยถึงแนวโน้มตลาดแรงงานปี 2561 ว่า มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการทำงาน ลักษณะการจ้างงาน และตลาดงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านของดิจิทัล (Digital Transformation) รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ จึงนับว่าเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องรับมือให้ทันกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

10 แนวโน้มตลาดแรงงานไทยที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 ได้แก่ 
1. กระบวนการคัดสรร พนักงานจะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของฮาร์ดสกิล ซอร์ฟสกิล และประสบการณ์ รวมถึงอุปนิสัยในการทำงาน
2. องค์กรต่างๆ จ้างงานในลักษณะ Outsource มากขึ้น
3. EEC สร้างโอกาสทางด้านอาชีพขนาดใหญ่ ซึ่งหากเป็นไปตามความคาดหมายของภาครัฐ จะมีอัตราการสร้างงานใหม่ประมาณ 1 แสนคน/ปี
4. ใช้เทคโนโลยีมาทดแทนคนมากขึ้น แต่ไม่เบ็ดเสร็จ โดยยังต้องการแรงงานคนไปควบคุมเครื่องจักร แต่จะมีการลดจำนวนลง ซึ่งทักษะที่ต้องการในภาคการผลิตในไทยแลนด์ 4.0 เป็นผู้ที่เรียนตรงตามสายงาน มีประสบการณ์ ตรง และมีความชำนาญ
5. ธุรกิจ E-Commerce ทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก ในกลุ่มสายงานไอที (โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนา), การขนส่งและโลจิสติกส์ (พนักงานเดลิเวอรี่ จัดส่งสินค้า) และบริการลูกค้า (คอลเซ็นเตอร์ ทั้งแบบวอยซ์และแชท)
6. แรงงานระยะสั้น (Gig Worker) กระจายเกือบทุกธุรกิจ
7. การบริการจัดการบุคลากรเน้นบริหารประสิทธิภาพแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะในเชิงกลยุทธ์ให้พนักงานทำงานได้หลากหลาย และมีความรู้เชิงลึก
8. แรงงานวัยเกษียณจะขยายอายุการทำงานมากขึ้น ทั้งการต่ออายุการทำงานในองค์กรเดิม การทำงานในระยะสั้นเป็นที่ปรึกษาในองค์กร รวมถึงทำธุรกิจ E-Commerce
9. แรงงานหมุนเวียนระหว่างประเทศในกลุ่ม AEC เปิดกว้างขึ้น 
10. ดิจิทัลแพลตฟอร์มจะขยายตัวและเชื่อมโยงทุกการสื่อสาร
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะมีจำนวน 2-3 แสนคน โดยเข้าสู่ตลาดแรงงานร้อยละ 50 ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมามีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เนื่องมาจากเกิดเทรนด์การทำงานระยะสั้น (Gig Worker) ของคนรุ่นใหม่ และจากการสำรวจยังพบว่ามีแรงงานระยะสั้นกว่า 20 ล้านคน ซึ่งในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะมีอาชีพเกิดใหม่ในยุค Tranformation และส่งผลให้แรงงานระยะสั้นเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า

ขณะที่คุณวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวถึงเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้นว่า ผู้ประกอบการคงต้องปรับตัว ซึ่งอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาในกระบวนการทำงานมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน ส่วนแรงงานในบางสายงานอาจลดลง แต่จะปรับเปลี่ยนสายงานไปบ้าง ซึ่งกลุ่มแรงงานจะต้องปรับตัวให้สามารถทำงานหลากหลายมากขึ้น และพัฒนาทักษะตลอดเวลา รวมถึงมีทัศนคติที่ต้องยอมรับในการเปิดตลาดงานในอาชีพอื่นๆ อีกด้วย
คนมิลเลนเนียลกับไทยแลนด์ 4.0 infographic
แรงงานไทยต้องเร่งประสิทธิภาพ
จากรายงานเรื่องตลาดแรงงานปีหน้าจะเป็นเช่นไร โดย ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยภาวะการมีงานทำของประชากรไทย เดือนตุลาคม 2560 พบว่ามีผู้ที่อยู่ในวัยแรงงาน 56.05 ล้านคน แต่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแรงงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากมีผู้อยู่ในตลาดงานจำนวน 37.22 ล้านคน ซึ่งตัวเลขผู้มีงานทำอยู่ที่ 36.65 ล้านคน แต่มีผลในการสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจไม่เท่ากัน เนื่องจากมีคุณภาพการศึกษาแตกต่างกัน อีกทั้งยังพบว่ามีผู้ว่างงานสูงถึง 4.8 แสนคนอีกด้วย

เมื่อแบ่งผู้มีงานทำออกเป็น 2 ส่วน ยังพบว่าแรงงานในระบบที่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย มีเพียงประมาณ 15.34 ล้านคน หรือร้อยละ 41.2 นับเฉพาะกลุ่มลูกจ้างเอกชนมีอยู่ 14.4 ล้านคน แต่มีแรงงานคุณภาพระดับ Semi-Skilled ขึ้นไปเพียงร้อยละ 41.8 ซึ่งเป็นผู้ที่ประเทศพึ่งพาการสร้างรายได้ในรูปมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่อยู่นอกระบบจำนวน 21.31 ล้านคน ร้อยละ 58.2 ซึ่งอยู่ในภาคเกษตร 11.04 ล้านคน ส่วนมากทำเกษตรเชิงเดี่ยวซึ่งมีผลิตภาพต่ำ ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มแก่เศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ ส่วนอีก 10.27 ล้านคน ประกอบธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีจำนวนน้อยที่หารายได้ที่มั่นคง จึงเป็นข้อจำกัดที่จะมีส่วนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจในระดับสูง 

แม้รัฐบาลได้พยายามนำประเทศก้าวข้ามกับดักประเทศกำลังพัฒนารายได้ปานกลาง โดยกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 20 ปี พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่นวัตกรรม 4.0 แต่ยังต้องเผชิญปัญหาหลายประการ อย่างเช่น การขาดแคลนนักพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความสามารถระดับโลก มีนวัตกรรมในรูปสิทธิบัตรค่อนข้างน้อย และมีผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ค่อนข้างจำกัด รวมถึงผู้จบสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นับล้านคนทำงานไม่ตรงกับสาขาที่ศึกษา อีกทั้งมีกำลังแรงงานเพียงร้อยละ 41 ของกำลังแรงงานที่อยู่ในข่ายสนับสนุนทั้งหมด 8.12 ล้านคนในภาคอุตสาหกรรม และมีแรงงานสาขาเทคนิคหรือกลุ่ม Productive Work Force ไม่ถึง 2 ล้านคน ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับแรงงานทั้งหมด

คนมิลเลนเนียลกับไทยแลนด์ 4.0
ในอีก 2 ปีข้างหน้าคนมิลเลนเนียล  (หรือเจนวาย อายุ 21-35 ปี) จะมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของประชากรโลก โดยที่ประเทศไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าคนกลุ่มนี้จะก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับกลาง จึงมีการสำรวจแนวโน้มอาชีพและการเตรียมความพร้อมในการทำงานของกลุ่มมิลเลนเนียลเมื่อเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 ถึงความคาดหวังและปัจจัยในการเข้าร่วมทำงานกับองค์กร
คนมิลเลนเนียลกับไทยแลนด์ 4.0 infographic
สิ่งที่กลุ่มคนมิลเลนเนียลคาดหวังมากที่สุด คือ การได้ทำงานในองค์กรที่มั่นคง รองลงมา ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี และได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม ตามลำดับ โดยอยากเข้าทำงานในองค์กรมหาชน หรือองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอันดับ 1 คือ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (เอสซีจี) รองลงมา การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (พีทีที) และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ส่วนธุรกิจที่สนใจอยากทำงานไม่ได้กระจุกตัวมากนัก เนื่องจากพบว่าคนกลุ่มนี้สนใจอาชีพมากถึง 18 ประเภท โดยธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ได้รับความสนใจมากที่สุด รองลงมา องค์กรระหว่างประเทศ, เกษตรกรรม, การผลิต  และการไฟฟ้า ตามลำดับ

ขณะเดียวกันกลุ่มคนมิลเลนเนียลส่วนใหญ่รับทราบข่าวสารเกี่ยวกับไทยแลนด์ 4.0 โดยเกือบครึ่งหนึ่งมั่นใจว่าส่งผลกระทบต่ออาชีพและหน้าที่การงานของตน อีกทั้งยังคิดว่าต้องเตรียมความพร้อมต่อการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ผ่านการฝึกอบรมอย่างหลากหลายด้วย จากทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้องค์กรและพนักงาน ต่างต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 


ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ
“เสนอแนะให้ใช้กระบวนประชารัฐในการประสานความร่วมมือในการเตรียมผู้จบการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 แห่ง รวมถึงขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ซึ่งเน้นการจัดการศึกษาทุกช่วงวัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และรัฐควรดูแลกำลังคนที่เป็นแรงงานในระบบและนอกระบบให้ได้รับการคุ้มครองด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม”
ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ

คุณวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป 
“เทรนด์ในปีที่ผ่านมาเกิดการซื้อขายกิจการ ลดจำนวนพนักงาน สำหรับปีนี้ เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนกับหลายส่วนอุตสาหกรรม เห็นได้ชัดเจนในกลุ่มธนาคารที่มีการลดพนักงาน ลดสาขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีธุรกิจที่เปิดมารองรับการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างการทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น เวลาเกิดคำถามก็ต้องการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งก็มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่คือการแชท ฉะนั้นกลุ่มแรงงานย่อมมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้ตอบรับกับภาคธุรกิจ”
คุณวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป
[English]
Direction of Thai Labor Market under Thailand 4.0

As technology continues playing a more important role in the business sector, especially under the ambitious Thailand 4.0 policy, Thai labor market is naturally forced to adjust itself fast while laborers need to acquire more skills to cope with the ever-changing environment.

A survey by ManpowerGroup suggested that the labor demand in the sales and marketing field has been the highest in 2017, while other sectors that were in high demand of labor included accounting and finance, IT and engineering.

At the same time, laborers with sales and marketing background were noted as the group with the highest demand for employment, followed by those with engineering, administration and transport and logistics background.

While it seemed demand and supply have been matching, the unemployment rate in 2017 was still higher than in 2016 by 0.2%, largely due to the fact that the new generation of job seekers was more and more selective.  Other contributing factors were the shortage of people with right knowledge, skills and experiences, as well as more complex requirements from employers.

Nevertheless, ManpowerGroup expects the situation to improve markedly in 2018 because of an expected rise in investment in such large projects as the high-speed rail projects and the Easter Economic Corridor project.

But there remain a major challenge for the labor market and it is the digital transformation, which means an urgent need for laborers to learn more skills to boost efficiency. 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments