728 x 90

ร่าง พ.ร.บ. ข้าว เพื่อชาวนาจริงหรือ?

img

มุมมองของนักวิชาการ ต่อร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่กำลังเป็นกระแส และถูกคัดค้านจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าจะมีการแก้ไขประเด็นการปิดกั้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยแล้ว แต่ก็ยังมีบางมาตราที่เป็นจุดอ่อน และเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทุจริตที่สำคัญยังไม่มีมาตราในการพัฒนาส่งเสริมอาชีพชาวนาให้มั่นคงยั่งยืนอย่างแท้จริง

หลังจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เสนอร่างพระราชบัญญัติข้าว โดยระบุว่าปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายเป็นการเฉพาะสำหรับชาวนา ดังนั้นการมี พ.ร.บ. ข้าว ก็จะเป็นการส่งเสริม การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวนาได้ โดยจะกำหนดนโยบาย เพื่อยกระดับการผลิตและคุณภาพชีวิตของชาวนาอย่างยั่งยืน

แต่ในขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ. ข้าวฉบับนี้กลับถูกคัดค้านจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ชาวนา โรงสี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ

สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ. มีมาตราที่เป็นผลเสียต่อการพัฒนาคุณภาพข้าวไทย
โดย รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ แห่งทีดีอาร์ไอ ให้ความเห็นว่าการตรากฎหมายข้าวเป็นสิ่งที่ดี ที่ผู้ร่างต้องการแก้ปัญหาอาชีพชาวนาที่เสี่ยงขาดทุนสูง คนรุ่นใหม่ไม่มีแรงจูงใจจะทำนา ซึ่งร่างกฎหมายข้าวต้องการให้มีนโยบายข้าว และสถาบันที่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนากระบวนการผลิต (และจำหน่าย) ตลอดห่วงโซ่การผลิต เกิดการพัฒนาอาชีพทำนาที่มั่นคง ยั่งยืน อย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพ

แต่ในร่างแรกที่นำเข้าสู่ สนช. กลับเน้นเรื่องการให้อำนาจแก่กรมการข้าวในการควบคุม และลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้าว เสมือนว่าประเทศไทยยังอยู่ในยุคด้อยพัฒาหรือภาวะสงคราม โดยไม่มีสาระสำคัญด้านการแก้ปัญหาอาชีพชาวนาและการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าว

ทั้งยังระบุว่าสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ข้าว ที่ผ่านวาระ 1 เมื่อ 30 มกราคม 2562 ยังมีมาตราสำคัญบางมาตราที่เป็นอันตรายต่อการพัฒนาคุณภาพข้าวไทย อีกทั้งยังไม่มีมาตราชัดเจนเรื่องการพัฒนาอาชีพทำนาที่มั่นคง และการส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าว หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านกฎหมายดังกล่าว จะเกิดความเสียหายต่อวงการข้าวไทย โดยเฉพาะการซื้อขายเมล็ดพันธุ์ข้าว

4 สมาคมข้าว และสถาบันวิชาการ ผนึกกำลังแถลงผลกระทบ ที่เกิดจาก ร่าง พ.ร.บ. ข้าวฉบับนี้
ทางด้านสมาคมด้านข้าว 4 สมาคม ได้แก่สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย สมาคมผู้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาคมโรงสี และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รวมถึงสถาบันด้านวิชาการ 2 สถาบัน ก็ได้ร่วมกันจัดสัมมนาขึ้น เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เพื่อแถลงข้อเท็จจริงและผลกระทบด้านต่างๆ ให้สังคมได้รับทราบและมีส่วนร่วมแสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเนื่องจากมีความเห็นตรงกันในเรื่องความเสียหายที่จะเกิดจากมาตราบางมาตรา

ซึ่งนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้รับทราบผลการสัมมน าและเข้าใจปัญหาของร่าง พ.ร.บ. ข้าว เป็นอย่างดี และด้วยความกังวล นายกรัฐมนตรีจึงให้พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ปรึกษาหารือกับ รองประธานกรรมาธิการวิสามัญ (พลโท จรรศักดิ์ อานุภาพ) และกรรมาธิการวิสามัญ  รวมทั้งประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ เพื่อหาทางแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ข้าว หลังจากนั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ก็ได้ประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อวันที่ 13-15กุมภาพันธ์ 2562ที่ผ่านมา

หากใช้ พ.ร.บ. ข้าวฉบับนี้ ตั้งแต่ ปี 2500 ไทยคงอดมีข้าวพันธุ์ใหม่
ทั้งนี้ รศ.ดร.นิพนธ์ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่สุดที่จะส่งผลให้วงการข้าวไทยเกิดความเสียหาย ได้แก่ มาตรา 27/1 และมาตรา 33/2 การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่ยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยมองว่า มาตรานี้จะปิดกั้นการพัฒนาพันธ์ข้าวไทยใหม่ๆ ซึ่งที่ผ่านมาข้าวพันธุ์ท้องถิ่น หรือพันธุ์ืพื้นเมืองจะแพร่หลายไปโดยชาวนาก่อน แล้วราชการจึงนำมาทำเป็นพันธุ์ที่รับรองตามหลัง และหาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกใช้ก่อน พ.ศ. 2500 ไทยคงอดมีข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 พันธุ์ขาวตาแห้ง 17 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และอื่นๆ

คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีมติให้ตัดวรรคที่เป็นปัญหาออกจากร่างพ.ร.บ. ข้าว
หลังจากที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ทำความเข้าใจถึงประเด็นนี้ จึงมีมติให้ตัดวรรคที่เป็นปัญหาดังกล่าวออกจากร่าง พ.ร.บ. ที่ผ่านวาระหนึ่ง และใช้วรรคต่อไปนี้แทน “เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้คุณภาพอันจะสร้างความเสียหายต่อชาวนาและเศรษฐกิจของประเทศ ให้อธิบดีกรมการค้าข้าว โดยความเห็นชอบคณะกรรมการมีอำนาจประกาศห้ามมิให้มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจากพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพดังกล่าวได้”

ทั้งยังเพิ่มมาตราด้านการส่งเสริมชาวนา เพื่อให้ใช้พันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพในการเพาะปลูก คือ ให้ชาวนา ปลูกข้าวโดยใช้พันธุ์ข้าวที่กรรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์และเพาะปลูกในพื้นที่มีความเหมาะสม (ตามเขตศักยภาพการผลิตข้าว) ได้รับความช่วยเหลือ ส่งเสริมหรือสนับสนุนตามมาตรการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดโดยความเห็นธรรมของคณะรัฐมนตรี

แม้ว่าร่าง พ.ร.บ. ข้าว จะถูกแก้ไขแล้ว แต่ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่หลายประการ
ถึงแม้ว่าร่าง พ.ร.บ. ข้าวฉบับนี้จะได้รับการแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหาแล้ว แต่ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ อาทิ เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทุจริต, ร่างกฏหมายยังไม่มีมาตราในการพัฒนาส่งเสริมอาชีพชาวนาให้มั่นคงยั่งยืน หรือสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มาประกอบอาชีพทำนา,อาจสร้างความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของกรมการข้าวในฐานะผู้วิจัยและให้ทุนวิจัยด้านข้าว กับอำนาจการกำกับควบคุมโดยการออกใบอนุญาตได้ และอาจทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณเพิ่มขึ้นทั้งด้านการลงทุนในอุปกรณ์-เครื่องมือ และเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ในกรมการข้าว

เสนอให้ สนช. แก้ไขร่างกฎหมายอย่างรอบคอบ เอาผลประโยชน์ของชาวนาเป็นที่ตั้ง
ทั้งนี้ รศ.ดร.นิพนธ์เสนอให้ สนช. ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัย และพัฒนาข้าวตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเพิ่มเติมหรือแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างรอบคอบก่อนตราเป็นกฎหมาย ทิ้งประเด็นการเมือง  โดยเอาผลประโยชน์ของชาวนาและการค้าข้าวเป็นหลักในการพิจารณา เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวนา และความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments