728 x 90

เช็กระดับความสำเร็จจากเงินในกระเป๋า รอดตายหรือหมดตัว!

img

ก้าวผ่านวิกฤตทางการเงิน ด้วยการสำรวจตัวเองว่าตอนนี้คุณอยู่ในระดับไหน จากการวัดระดับความสำเร็จเชิงเศรษฐกิจของชีวิตมนุษย์  9 ขั้น

ผ่านไปเรียบร้อยกับวันหยุดยาวที่หลายคนคงได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และกลับไปบ้านเกิดเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องญาติผู้ใหญ่ กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา พอกลับมาสู่โลกความเป็นจริงของชีวิตทำงาน หลายคนคงรู้สึกหนักหัวตัวเบา แต่ถ้าคุณไม่รู้สึกแบบนั้น เพราะมีเงินเหลือพอถึงสิ้นเดือน นั่นแสดงว่าคุณวางแผนทางการเงินมาอย่างดี

แต่สำหรับคนที่กำลังช็อต ชักหน้าไม่ถึงหลัง แสดงว่าการเงินของคุณกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต หากเกิดปัญหาแบบนี้ นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างความสำเร็จมีคำแนะนำมาช่วยให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในครั้งนี้ เพราะทุกปัญหาล้วนมีทางออก แต่ก่อนที่จะไปแก้ไขปัญหา คุณต้องหันมาสำรวจตัวเองก่อนว่า ตอนนี้วิกฤตทางการเงินของคุณอยู่ในระดับไหน ด้วยการวัดระดับความสำเร็จเชิงเศรษฐกิจของชีวิตมนุษย์  9 ขั้น ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นที่เราเอาชีวิตยังไม่รอด นั่นคือ มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ทุกเดือนยังคงติดลบ ต้องกู้หนี้ยืมสินมาหมุนเงิน จนคุณหัวหมุนไปด้วย

ขั้นที่ 2 แค่เอาชีวิตรอด รายได้กับรายจ่ายพอๆ กัน ไม่มีเงินเหลือเก็บ มีภาระจากเหตุฉุกเฉินหรือค่าใช้จ่ายที่เป็นก้อนๆ เมื่อไหร่ต้องหาหยิบยืมกันให้วุ่น ดอกเท่าไหร่ก็สู้ อย่างนี้เรียกว่า แค่เอาชีวิตรอด

ขั้นที่ 3 มีชีวิตระดับอยู่ดี มีรายได้มากกว่ารายจ่าย รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายเป็นก้อนได้และยังเหลือพอเก็บเข้าบัญชีออมทรัพย์บางส่วน  

ขั้นที่ 4 อยู่แบบดีเยี่ยม มีเงินฝากในบัญชีรองรับค่าใช้จ่ายของครอบครัวจนสามารถหยุดงานได้ 6 ถึง 12 เดือน

ส่วนขั้นที่ 5-8  ไปจนถึงขั้นที่ 9 จะเป็นชีวิตระดับตำนาน ได้ช่วยเหลือสังคมแบบ บิล เกตส์ หรือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ คนพวกนี้คือระดับตำนานที่ไม่ต้องห่วงเรื่องรายได้และค่าใช้จ่ายอะไรอีกแล้ว วันๆ คิดแต่จะช่วยสังคมอย่างเดียว

เมื่อวัดระดับชีวิตเรียบร้อย หากคุณกำลังมีชีวิตอยู่ในขั้นที่ 1 ไม่ต้องกังวลจนปวดหัว มีวิธีแก้ไขได้ง่ายๆ แบบนี้
1. หารายได้พิเศษเพิ่ม  จากเวลานอกเหนืองานประจำ  เริ่มจากงานบริการ งานขายหรืองานที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของเรา  
2. ลดรายจ่าย รายจ่ายรายการไหนที่ยังเกินความจำเป็น ตัดออกให้หมด  
3. หาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาจ่ายหนี้เดิม  อาจมาจากการรีไฟแนนซ์บ้านหรือการขอยืมจากเจ้านาย ซึ่งขึ้นกับความมีคุณค่าของตัวเราในองค์กร
4. เร่งพัฒนาตนและแสดงผลงานในหน้าที่ เพื่อให้ได้โบนัสตอนสิ้นปีสูงขึ้น ได้รับการปรับเงินเดือนที่มากขึ้นหรือได้รับการโปรโมท หรือไม่ก็ย้ายที่ทำงานใหม่ที่ให้เงินเดือนสูงขึ้น

จากข้อแนะนำดังกล่าว หากคุณสามารถเลือกปฏิบัติได้อย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อนี้ คุณก็จะก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป คือ ความคิดและความเชื่อของคุณว่าต้องทำได้ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถหลุดพ้นจากภาวะเงินช็อต ได้อย่างแน่นอน

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments