728 x 90

กทม. เตรียมเปิดคอร์สสอนวิชาชีพแก่ผู้สูงอายุ 90 วิชา ก่อนไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

img

รัฐบาล และหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย ทั้งเรื่องการส่งเสริมความมั่นคงทางอาชีพ และรายได้ เพื่อให้ผู้สูงวัยชาวไทยเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ อาทิ เปิดสอนวิชาชีพระยะสั้น สนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ถ่ายทอดภูมิปัญญา รวมถึงการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน เป็นต้น โดยคาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2564

นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมการดูแลผู้สูงอายุที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค ติดตามการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีคุณค่า ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และคาดว่าจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2564 รัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมทั้งทุกภาคส่วน จึงต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย

ซึ่งสำนักพัฒนาสังคม ได้เตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของ กทม. และส่งเสริมความมั่นคงทางรายได้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้มีเงินออมพอที่จะใช้ดำรงชีวิต ประกอบด้วย
1. ด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ โดยสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสถ่ายทอด และเผยแพร่ภูมิปัญญาของตนเองต่อคนรุ่นหลัง แบ่งตามประเภทสาขาภูมิปัญญา เป็น 6 สาขา ได้แก่ เกษตรกรรม คหกรรม ศิลปกรรม สาธารณสุข ภาษาและวรรณกรรม และวัฒนธรรมประเพณี เพื่อมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่เจ้าของภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ออกบูธเผยแพร่ผลงาน ภูมิปัญญาผู้สูงอายุ เผยแพร่ทำเนียบ “ภูมิปัญญาผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร” ในเว็บไซต์ www.oldisyounginbkk.com และ www.bangkok.go.th/social ส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ จัดฝึกอาชีพสัญจรให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชน ชมรมผู้สูงอายุในโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง เปิดสอนวิชาชีพระยะสั้น 6 ประเภท มากกว่า 90 วิชาชีพ เช่น วิชาขนมอบ วิชาอาหารไทย วิชาเสื้อผ้าสตรี อีกทั้ง จัดฝึกอบรมทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น

2. ด้านระบบคุ้มครอง และส่งเสริมความมั่นคงทางรายได้แก่ผู้สูงอายุ โดยให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน เช่น ทุนประกอบอาชีพ ค่าครองชีพประจำวัน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องในการรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือสมทบในการสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน และเครื่องอุปโภคบริโภค ดำเนินการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในปีงบประมาณ 2562 กทม. โดยดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพฯ จำนวน 776,370 คน ดำเนินการเรื่องเงินสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี การวางแผนการเงินสำหรับผู้สูงอายุ โดยศูนย์ส่งเสริมการบริหารเงินออมครอบครัวและแก้ไขปัญหาหนี้สิน ด้วยการให้ความรู้และคำแนะนำในเรื่องการวางแผนทางการเงิน การใช้จ่ายเงิน การทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย การออมเงิน ดำเนินการสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 โดยจัดบริการสวัสดิการ ให้ความอุปการะเลี้ยงดู ตลอด 24 ชั่วโมง และดำเนินการศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง โดยให้บริการแก่ผู้สูงอายุในลักษณะสโมสรผู้สูงอายุ (Day center) เช่น กิจกรรมกายภาพบำบัด ธาราบำบัด ออกกำลังกาย ดนตรีสากล ดนตรีไทย นาฏศิลป์ และลีลาศ
3. ด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ โดยจัดสัมมนาให้ความรู้ทางวิชาการ เพื่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุที่มีคุณภาพ เป็นต้น


นอกจากนี้สำนักอนามัยได้บูรณาการขับเคลื่อนแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุใน กทม. ด้วย ซึ่งนายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า สำนักอนามัย ได้มีการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของ กทม. โดยได้จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุระยะที่ 2 (พ.ศ.2561 - 2564) ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ โดยบูรณาการขับเคลื่อนแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุฯ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเตรียมความพร้อมทุกช่วงวัย เพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ โดยสำนักการศึกษา เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 3 มาตรการ ดังนี้ 1) ให้การศึกษาและเรียนรู้กลุ่มก่อนวัยสูงอายุในทุกมิติเพื่อให้เป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ 2) ส่งเสริมและสร้างวินัยการออม และ 3) ปลูกจิตสำนึกถึงคุณค่าของผู้สูงอายุและส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างผู้สูงอายุกับคนทุกวัย
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ โดยสำนักพัฒนาสังคม เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 6 มาตรการ ดังนี้ 1) ส่งเสริมด้านการทำงานและการหารายได้ของผู้สูงอายุ 2) ส่งเสริมสุขภาพและการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคมโดยผ่านการรวมกลุ่มและการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านผู้สูงอายุ และการพัฒนาผู้สูงอายุ 4) สนับสนุนให้มีการนำศักยภาพ ภูมิปัญญาประสบการณ์ และความชำนาญของผู้สูงอายุมาถ่ายทอดสู่สังคม 5) ส่งเสริมการสนับสนุนผู้สูงอายุให้เข้าถึงสื่อทุกประเภทและสนับสนุนสื่อให้เข้าถึงผู้สูงอายุและเสริมคุณค่าผู้สูงอายุ และ 6) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ผู้สูงอายุและครอบครัว
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ระบบคุ้มครองสำหรับผู้สูงอายุ โดยสำนักการแพทย์ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 4 มาตรการ ดังนี้ 1) คุ้มครองด้านรายได้ 2) พัฒนาระบบบริการสุขภาพและสังคมอย่างบูรณาการครบวงจร และมีคุณภาพ 3) ส่งเสริมศักยภาพครอบครัว ผู้ดูแล และชุมชนในการดูแลเกื้อหนุนผู้สูงอายุ และ 4) พัฒนาระบบการคุ้มครองผู้สูงอายุ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อพัฒนางานด้านผู้สูงอายุ โดยสำนักอนามัย เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ประกอบไปด้วย 3 มาตรการ ดังนี้ 1) พัฒนากลไกการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนางานด้านผู้สูงอายุอย่างบูรณาการระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ของ กทม. 2) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านผู้สูงอายุ และ 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมและการพัฒนาการวิจัย ระบบข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม และการติดตามประเมินผล โดยสำนักยุทธ์ศาสตร์และประเมินผล เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน ประกอบไปด้วย 3 มาตรการ ดังนี้ 1) สนับสนุนและส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุ 2) พัฒนาระบบข้อมูลด้านผู้สูงอายุให้ถูกต้องและทันสมัย และ 3) จัดให้มีระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ หน่วยงานสังกัด กทม. ทุกระดับ มีการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2561 - 2564) เพื่อให้ผู้สูงอายุใน กทม. มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กทม. ยังมีแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพในกลุ่มผู้สูงอายุ นอกเหนือจากบริการสุขภาพด้านพื้นฐานในการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข และหน่วยบริการต่าง ๆ แล้ว สำนักอนามัย ยังได้จัดบริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ ดังนี้
1) สำนักอนามัย ร่วมมือกับจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น จัดทำโครงการการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกันใน กทม. Preventive Long -Term Care (PLC) เพื่อพัฒนาศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ที่จะก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุใน กทม. โดยนำร่องดำเนินงาน ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง และศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ กิจกรรมประกอบด้วย การอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ถ่ายทอดความรู้ (Instructors) และการสร้างเสริมประสบการณ์และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ฝึกสอนชุมชน (Community Trainers) ซึ่งจะขยายให้ครอบคลุมศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง
2) เปิดศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ (Senior Rehabilitation Center (SRC) เพื่อให้มีสถานที่ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านที่มีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 45 ร่มเกล้า เขตลาดกระบัง และจะขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 19,41,54,62 และ 70 3) จัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุครบวงจรขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การให้บริการผู้สูงอายุแบบองค์รวมในการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ โดยใช้องค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ดำเนินการครอบคลุมศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง 4) จัดทีมพยาบาลเยี่ยมบ้าน ผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงจากศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 68 แห่ง และ 5) จัดอบรมประชาชน เพื่อเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ caregiver ปัจจุบันอบรมไปแล้วประมาณ 2,000 คน

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments