728 x 90

เศรษฐกิจ และการค้าโลกชะลอตัว กระทบการขยายตัวของตัวเลข GDP ไทย

img

จากการเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2562 โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ พบว่า ตัวเลข GDP ในประเทศ ไตรมาสแรกของปี 2562 ขยายตัว 2.8% เทียบกับการขยายตัว 3.6% ในไตรมาสก่อนหน้า คือไตรมาสที่ 4/2561 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริโภคภาคครัวเรือนและภาครัฐบาลยังคงขยายตัว ขณะที่การลงทุนรวมชะลอตัว ส่วนภาคต่างประเทศหดตัว ผลจากเศรษฐกิจ และการค้าโลกชะลอตัว และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2562 ขยายตัวจากไตรมาสที่ 4/2561 ที่ 1.0% (QoQ_SA)

ด้านการผลิต ภาคเกษตรและสาขาไฟฟ้า ก๊าซฯ ขยายตัวเร่งขึ้น ส่วนการขายส่ง ขายปลีกฯ รวมถึงที่พักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัวแบบชะลอลง
โดยสภาพัฒน์ ระบุว่า ในด้านการผลิต ภาคการเกษตรขยายตัว 0.9% ดีขึ้นเล็กน้อยจาก 0.7% ในไตรมาสก่อนหน้า ภาคนอกเกษตรขยายตัว 3.0% ชะลอตัวลงจาก 4.0% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการชะลอตัวของทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 0.9% จากการขยายตัว 3.3% ประกอบด้วย สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 0.6%, สาขาไฟฟ้าฯ ขยายตัว 5.4% ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัว 5.0% ในไตรมาสที่ 4/2561 และสาขาการประปาฯ ขยายตัว 4.9% ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัว 4.5% ในไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ภาคบริการขยายตัว 4.1% ชะลอลงเล็กน้อยจาก 4.4% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยสาขาที่พักแรมและบริการ ด้านอาหาร ขยายตัว 4.9% ชะลอตัวลงจากการขยายตัว 5.3% ในไตรมาสก่อน ตามการชะลอตัวของจำนวนและรายรับจากนักท่องเที่ยว โดยในไตรมาสนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 10.80 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.8% ชะลอตัวลงจากการขยายตัว 4.3% ในไตรมาสก่อน เมื่อรวมกับการขยายตัวต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่งผลให้ไตรมาสนี้มีรายรับรวมจากการท่องเที่ยว 850.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% 


ด้านการใช้จ่าย การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายของรัฐบาลขยายตัวดีต่อเนื่อง สวนทางการส่งออก 
ขณะที่ด้านการใช้จ่าย การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน และการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภค ขั้นสุดท้ายของรัฐบาล ขยายตัว 4.6% และ 3.3% การสะสมทุนถาวรเบื้องต้นขยายตัว 3.2% จากการขยายตัวของ ภาคเอกชน 4.4% ส่วนการลงทุนภาครัฐลดลง 0.1% ขณะเดียวกันการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการลดลง 4.9% และ 0.2% เทียบกับการขยายตัว 0.7% และ 5.7% ในไตรมาสก่อนหน้า หลังปรับปัจจัยฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทย ในไตรมาสที่ 1/2562 ขยายตัวร้อยละ 1.0 (QoQ SA)

ส่วนในด้านภาคต่างประเทศ การส่งออกสินค้ามีมูลค่า 60,221 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 3.6% เทียบกับการขยายตัว 2.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และการปรับตัวของผู้ประกอบการในต่างประเทศต่อมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยปริมาณการส่งออกลดลง 3.9% ในขณะที่ราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนการนำเข้าสินค้า มีมูลค่า 53,393ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 2.9% เทียบกับการขยายตัว 7.5% ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการลดลงของการส่งออก โดยปริมาณการนำเข้าลดลง 3.0% ในขณะที่ราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 0.2%


เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี คาดปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวสูงสุด 3.8%
นอกจากนี้ สภาพัฒน์ ยังได้เปิดเผยเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.9% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 0.7% บัญชีเดินสะพัดเกินดุล 14.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (460.5 พันล้านบาท) หรือคิดเป็น 10.9% ของ GDP เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 อยู่ที่ 212.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2562 มีมูลค่าทั้งสิ้น 6,908.7 พันล้านบาท คิดเป็น 40.3% ของ GDP


ทั้งยังคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2562 ว่าจะขยายตัว 3.3 – 3.8% (ค่ากลางการประมาณการ 3.6%) โดยมีแรงสนับสนุนคือ
(1) อุปสงค์ภายในประเทศมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งในด้านการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่มีปัจจัยสนับสนุนจากฐานรายได้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง อัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการอยู่ในเกณฑ์ดี รวมทั้งการดำเนินมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้านการลงทุนภาคเอกชน และด้านอุปสงค์ภาครัฐที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นทั้งการใช้จ่ายและการลงทุน
(2) เงื่อนไขการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการปรับตัวลดลงของสินค้าคงคลังในประเทศเศรษฐกิจหลัก การผ่อนคลายลงของปัญหาการขาดแคลนหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ ในตลาดโลก และการปรับตัวของทิศทางการค้าที่คาดว่าจะชัดเจนมากขึ้นตามแรงกดดันจากมาตรการกีดกัน ทางการค้า
(3) แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว
(4) ฐานการขยายตัวที่อยู่ในระดับต่ำในครึ่งหลังของปี

ซึ่งคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 2.2% การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวมขยายตัว 4.2% และ 4.5% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0.7% – 1.2% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5.9% ของ GDP

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments