728 x 90

TAXI ถูกกฎ - Uber ถูกใจ ทางออกของปัญหานี้จะจบลงเช่นไร

img

มีความพยายามในการหาทางออกของปัญหา “อูเบอร์ (Uber)” แท็กซี่ป้ายดำ กับ แท็กซี่มิเตอร์ ป้ายเหลือง อย่างต่อเนื่อง แต่แม้จะผ่านการประชุมหารือถึงทางออกร่วมกันจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ดูท่าแล้วปัญหานี้คงไม่สามารถหาทางออกได้เร็วๆ นี้แน่นอน เนื่องจากผลการหารือที่ออกมา ยังเป็นลักษณะต่างฝ่ายต่างมีจุดยืน แนวทาง ความคิดที่ไม่ตรงกัน และยังขาดการแก้ปัญหาร่วมกันโดยยึดประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก 

ฝ่ายกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังคงยืนยันว่าประชาชนที่เลือกใช้บริการ Uber แท็กซี่ ไม่มีความผิด เพราะเป็นสิทธิที่ดำเนินการได้ แต่ความผิดอยู่ที่รูปแบบการให้บริการของ Uber ที่ผิดกฎหมายเพราะใช้รถผิดประเภท คือนำรถส่วนบุคคลมาวิ่งให้บริการเป็นรถโดยสารสาธารณะ อีกอย่างคือ ระบบบริการร่วมเดินทาง หรือ Ridesharing เป็นรูปแบบใหม่ของการเดินทาง ที่นำเทคโนโลยีมาใช้บนสมาร์ทโฟนเพื่อให้บริการแท็กซี่ ซึ่งในประเทศไทยไม่มีกฎหมายรับรอง 

แจง 3 จุดต่างระหว่าง Uber กับแท็กซี่ 
พร้อมกับชี้แจงว่า จุดที่แตกต่างกันระหว่าง Uber แท็กซี่ป้ายดำ กับ แท็กซี่มิเตอร์  ป้ายเหลือง มี 3 จุดหลัก ข้อแรกคือเรื่องการจ่ายภาษี ที่มีข้อกำหนดแตกต่างกันอย่างชัดเจน เรื่องที่ 2 คือ ใบขับขี่ ที่รถยนต์ส่วนบุคคลกับรถบริการสาธารณะจะแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อรับประกันผู้โดยสารว่าผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผ่านการตรวจร่างกาย ตรวจประวัติอาชญากรรม ตรวจสารเสพติด อย่างเข้มงวดเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ในการขับรถบริการผู้อื่น และข้อที่ 3 เป็นข้อสำคัญ คือเรื่องการประกันภัยและประกันอุบัติเหตุ ที่จะมีการแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างรถส่วนบุคคล กับรถที่ใช้เพื่อสาธารณะ หากนำรถส่วนบุคคลไปวิ่งรับผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุประกันจะจ่ายชดเชยหรือไม่ เพราะเป็นการนำรถมาใช้งานผิดประเภท ดังนั้น หากทาง Uber จะวิ่งรับผู้โดยสารได้อย่างถูกกฏหมาย ก็ต้องปรับตัวให้เข้ามาอยู่ในข้อกฎหมายตามที่กำหนด  

เตรียมจ้างบุคคลที่ 3 ศึกษาระบบร่วมเดินทาง
จากการยืนยันของกรมการขนส่งทางบก ทำให้ผลการหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้ Application เรียกรถยนต์ส่วนบุคคล ได้ข้อสรุปออกมาว่าจะจ้างบุคคลที่ 3 ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการนำระบบบริการร่วมเดินทาง (Ridesharing) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ยังตอบไม่ได้ว่าผลการศึกษาจะเป็นอย่างไร หากเห็นว่าเหมาะสมอาจจะต้องจัดให้เป็นบริการรูปแบบใหม่ ซึ่งในอนาคตต้องมีการแก้ไขกฏหมายและออกมาตรการกำกับเกี่ยวกับมาตรฐานคนขับ ตัวรถ การประกันภัย และการเสียภาษีการทำธุรกิจให้ถูกต้อง 

นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานที่ประชุม ยังบอกด้วยว่า “ในระหว่างนี้ที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ ก็ขอความร่วมมือให้ทาง Uber ยุติการให้บริการไปก่อน เพราะไม่งั้นจะเกิดปัญหาการจับกุม ทะเลาะกัน ซึ่งตัวแทน  Uber รับปากในที่ประชุมว่าจะยุติการให้บริการ” 

Uber ยันไม่ผิดกฏหมาย แค่ไทยยังไม่รองรับระบบบริการ่วมเดินทาง 
ขณะที่ Uber กลับยืนยันทั้งผ่านการให้สัมภาษณ์ของนางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายรัฐสัมพันธ์สื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคเอเชียแปศิฟิก หรือ Uber และในเฟสบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/uberthai  ว่าการหารือร่วมกันครั้งล่าสุดผ่านไปด้วยดี และเห็นด้วยที่จะศึกษาความเหมาะสมร่วมกัน แต่ไม่ได้รับปากที่จะยุติการให้บริการ ยืนยันที่จะเดินหน้าให้บริการต่อไป เพราะการให้บริการของ Uber ไม่ได้ผิดกฎหมาย เพียงแต่ประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายรองรับระบบบริการร่วมเดินทางของ Uber มากกว่า ขณะที่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีกฎหมายรองรับและสามารถให้บริการได้ 
Uber เปิดให้บริการหลายประเทศทั่วโลก
Uber ขอเสียงสนับสนุนให้รัฐบาลรองรับบริการร่วมเดินทาง
นอกจากนั้น Uber ยังคงเปิดให้ประชาชนร่วมสนับสนุนให้รัฐบาลรองรับบริการร่วมเดินทาง (Ridesharing) ผ่าน https://action.uber.org/th/ ด้วย โดยย้ำว่าการบริการของ Uber ไม่ได้ให้บริการในรูปแบบรับจ้างรับ-ส่งผู้โดยสาร แต่เป็นบริการร่วมเดินทาง (Ridesharing) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการเดินทางที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้บนสมาร์ทโฟน แตกต่างจากการให้บริการของแท็กซี่ มีข้อดี คือ ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร ไม่ปฏิเสธการเดินทางหรือจุดหมายปลายทาง การบริการมีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งในช่วงแรก Uber ขอเสียงสนับสนุนที่ 50,000 รายชื่อ เมื่อครบตามจำนวนก็ได้ขยายความต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่มเป็น 100,000 รายชื่อ ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว รวม 55,112 รายชื่อ 

กลุ่มแท็กซี่ไม่หวั่นคู่แข่ง แค่ขอให้อยู่ในกติกา 
ขณะเดียวกันในกลุ่มคนขับแท็กซี่ ก็มีเสียงสะท้อนกลับมาถึงหน่วยงานรัฐเช่นกัน ว่าในมุมของแท็กซี่ จะเป็น Uber หรือใครก็ตามที่จะดำเนินการในรูปแบบเดียวกันก็ไม่มีปัญหา เพียงแค่ขอให้ทำอยู่ในกรอบกติกาเดียวกัน คือตามที่กฎหมายกำหนด เพราะตั้งแต่ปี 2535 ที่มีการเปิดเสรีการให้บริการรถแท็กซี่ ถือว่ามีการแข่งขันสูงอยู่แล้ว หากจะมีเพิ่มก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ต้องถูกกติกา ตอนนี้ Uber ไม่อยู่ในกติกา เมื่อแข่งในสนามเดียวกันแท็กซี่ก็สู้ได้ยาก เพราะแค่จะติดตั้งอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวก็ต้องได้รับอนุญาตก่อน  จะพัฒนาระบบสู่การแข่งขัน สู่เทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องใช้เวลาเพราะมีกฎหมายกำกับ ขณะที่อีกฝ่ายไม่มีกติกา จะทำอะไรก็ได้ 

เรื่องตัวรถที่ใช้ก็เป็นอีกข้อแตกต่างทางการแข่งขัน เนื่องจากของแท็กซี่มิเตอร์กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นรถที่ไม่เกิน 1,600 ซีซี ใช้งานไม่เกิน 2 ปี ต้องตรวจสอบตามกำหนด ทุก 4 หรือ 6 เดือน จากสเปคที่กำหนด ตอนนี้รถที่ใช้งานไม่เกิน 2 ปีไม่มีในตลาด ต้องออกรถใหม่ป้ายแดงตลอดเวลา ต้นทุนประมาณ 800,000 บาท อุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งอีกประมาณ 100,000 บาท เป็นต้นทุนที่ไม่รวมดอกเบี้ยและอื่นๆ ซึ่งเห็นได้ชัดถึงความแตกต่าง ขณะที่อีกฝ่ายใช้รถต้นทุนประมาณ 300,000 ก็นำมาขับรับผู้โดยสารหารายได้ได้แล้ว และไม่ต้องมาตรวจสอบสภาพรถตามที่กฎหมายกำหนดด้วย 

อ้างอัตราค่าโดยสารต่ำเหตุปฏิเสธผู้โดยสาร
อีกปัจจัยหลักที่ตัวแทนกลุ่มแท็กซี่บอกว่าเป็นปัญหา คือ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ที่เริ่มต้น 35 บาท และปรับขึ้นตามระยะทาง ไม่สะท้อนต่อความเป็นจริง ถ้าต้องไปในเส้นทางที่รถติดมากๆ ค่ารถที่ได้ไม่คุ้มกับต้นทุน ทั้งตัวรถ ค่าแก๊ส เจอรถติดจะขอเพิ่มค่าโดยสารก็ไม่ได้ จะคิดราคาเหมาก็ไม่ได้ เพราะมีกฎหมายควบคุม จึงเลี่ยงที่จะไปในเส้นทางที่รถติด หรือในบางกรณีที่รับผู้โดยสารไปในเส้นทางที่รถติดมากๆ  จะมีที่ผู้โดยสารตัดสินใจลงระหว่างทาง จึงทำให้เกิดการปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ปัญหาเหล่านี้กลุ่มแท็กซี่ก็ต้องการให้กรมการขนส่งฯ เข้ามาแก้ไข  ผู้โดยสารข้องใจทำไมจับ Uber ไวกว่าแท็กซี่ 
ด้านผู้ใช้บริการ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้บริการรถแท็กซี่ มิเตอร์ ก็ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าที่เคยมี แต่กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วประชาชนจะทำอย่างไร กับอีกคำถามที่ฮอตฮิตคือ กับแท็กซี่เคยล่อซื้อและจริงจังในการจับแบบนี้หรือไม่ แล้วทำไมจึงต้องรอให้ผู้โดยสารร้องเรียนปัญหาเข้าไปก่อน ถึงจะมีการติดตามเรื่องและจับปรับ แต่กับ Uber ทำไมถึงทำได้ทันที 

ยังมีเสียงสะท้อนผ่านโลกโซเชียล ถึงเหตุผลที่นิยมใช้ Uber แท็กซี่ มากกว่าแท็กซี่มิเตอร์ ด้วยหลายสาเหตุ หลักๆ คือไม่ประทับใจในการให้บริการของแท็กซี่มิเตอร์ ทั้งการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ด้วยข้ออ้างว่ารถติด ส่งรถไม่ทัน หรือแก๊สไม่พอ รวมถึงเรื่องของสภาพรถ และมารยาทของคนขับรถด้วยนั่นเอง อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของค่าโดยสารที่แม้จะมีการบังคับใช้มิเตอร์ แต่ก็แท็กซี่จำนวนไม่น้อยที่คิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่เป็นธรรม 

และจากการสำรวจการใช้บริกา Uber นับตั้งแต่ต้นปีมาก็มีข่าวเชิงลบมากขึ้น เช่น ในเดือนมกราคม Uber คิดค่าโดยสารจากสนามบินนิวยอร์กแพงขึ้น ทำให้ชาวอเมริกันต่อต้าน Uber ด้วยแคมเปญ #DeleteUber ในเดือนกุมภาพันธ์มีข่าวเรื่องการุกคามทางเพศภายในบริษัท ในเดือนมีนาคม ทาง นสพ.นิวยอร์กไทม์ส เปิดเผยว่า Uber ได้พัฒนาเครื่องมือในการใช้หลอกลวงทางการเพื่อไม่ให้รถแท็กซี่ผิดกฎหมายของ Uber ถูกจับ Uber

ในขณะที่กลุ่มลูกค้าคนไทยเอง เริ่มบ่นถึงปัญหาการใช้บริการ Uber ผ่าน เฟสบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/uberthai  บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องถูกคนขับปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร เรื่องคนขับรถ Uber ขับอ้อมเส้นทาง ทำให้ค่าโดยสารแพงขึ้น เรื่องที่ไม่โชว์เรทราคาให้ทราบจนต้องลบแอพทิ้ง หรือชำระค่าบริการแล้วแต่ยังมียอดค้างชำระอยู่ในระบบ บางกรณีก็ถูกคนขับ Uber เรียกราคาเพิ่มด้วยเหตุผลว่าไกลเกินไป 

หากดูถึงปัญหาจากการใช้บริการในตอนนี้ ทาง Uber เริ่มมีปัญหาเช่นเดียวกับแท็กซี่มิเตอร์เกิดขึ้นบ้างแล้ว แต่น่าสังเกตว่าทำไมผู้โดยสารจึงยังยอมรับที่จะใช้ Uber มากกว่าแท็กซี่มิเตอร์ หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลมาตรฐานการบริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องตอบให้ได้มากกว่าว่าจะแก้ปัญหา Uber ผิดกฎหมายอย่างไร แต่คงต้องทบทวนว่าเหตุใดการให้บริการที่ถูกกฎหมายจึงกลายเป็นเรื่องแย่กว่าการบริการที่ผิดกฎหมาย ทั้งที่ถูกควบคุมโดยหน่วยงานรัฐ และคงต้องหาคำตอบให้ผู้โดยสารด้วยว่า เมื่อใดที่จะสามารถควบคุมการบริการรถโดยสารสาธารณะ ที่ไม่ใช่หมายความถึงเพียงแค่แท็กซี่ แต่รวมไปถึงบริการอื่นๆ ให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ มีมารยาทในการให้บริการ ที่ได้มาตรฐานจริงๆ เสียที ผู้โดยสารจะได้ไม่ต้องไปวัดใจ วัดดวง ไม่ต้องเอือมระอากับการโบกแท็กซี่แล้วถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไปการร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ


นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
“การให้บริการรถแท็กซี่ส่วนบุคคลผ่านแอพพลิเคชั่นของ Uber เป็นการให้บริการที่ผิดกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน หาก Uber จะให้บริการรถแท็กซี่จะต้องอยู่บนเงื่อนไขกฎหมายภายใต้ข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก และยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขกฎหมายจะไม่แก้ไขเพื่อรองรับบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะเด็ดขาด ซึ่งในขณะนี้กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ ทั้งความปลอดภัยและการให้บริการ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการบริการที่ปลอดภัยมากที่สุด” 

นายณัฎฐวรรธณ์ จิตมะโนน ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ 
“จากที่เคยใช้บริการทั้งแท็กซี่สหกรณ์  แท็กซี่บุคคล แกรบแท็กซี่ แกรบคาร์ และ Uber ของแกรบคาร์และ Uber ดีสุดครับ อย่างแรกเลยเราไม่ต้องถามเขาว่าไปไหม? ราคาก็จะมีแบบของที่เหมาราคามาเลยเพราะระบบคำนวณราคาให้แล้วว่าจะประมาณเท่าใด และถ้าเราเลือกก็จะเป็นราคาเดียวไปเลยไม่ว่าจะรถติดหรือไม่ติด แต่ทั้งแกรบคาร์และ Uber จะมีค่าเรียกเพิ่มเข้ามาประมาณ 20 บาท แต่จะมีโปรโมชั่น มีลดราคาด้วย แม้ราคาจะแพงกว่าแต่บริการก็ดีกว่า  และคิดจะใช้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะรถก็สะอาด คนขับสุภาพด้วย” 

นางสาว สิรินรัตน์ มีสมบูรณ์ ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ
“ชอบใช้บริการ Uber เพราะบริการดี จ่ายราคาตามจริง ไม่เหมือนแท็กซี่ จากประสบการณ์ตรงที่เจอมา คือ ให้เพื่อนต่างชาติเรียกใช้บริการเอง มักจะเจอโกง คือ ไม่เปิดมิเตอร์ให้จ่ายเป็นราคาเหมา และมีขอทิปด้วย ล่าสุดที่เจอคือเพื่อนต่างชาติเรียกใช้บริการคนเดียวจากต้นทาง คนขับก็คิดราคาเหมา เมื่อมาเจอกันที่ปลายทางที่รออยู่ ก็ถามคนขับแท็กซี่ว่าคิดราคาเหมาผิดกติกานะรู้ใช่ไหม ถ้าจะเก็บก็จะถ่ายคลิปส่งกรมขนส่งนะ เขาก็ตอบว่ารู้ และยังยืนยันจะเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย จึงได้ถ่ายคลิปแจ้งให้ทางกรมขนส่งฯ ทราบปัญหา” 

นายดาเนียล พิทักษ์คุมพล ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ
“ส่วนตัวผม ชอบใช้บริการแกรบคาร์  และ Uber มากกว่า เรื่องราคาแน่นอนว่า แพงกว่าแท็กซี่ทั่วไป แต่ถ้ามีโค้ดส่วนลดบางทีจะถูกกว่าหรือได้นั่งฟรี และเรารู้ราคาที่แน่นอน รถติดไปผิดทาง หรือไปทางลัด ราคาเดียวกัน เรื่องความปลอดภัยก็รู้สึกปลอดภัยกว่า เพราะเรารู้รุ่นรถ เรามีข้อมูลผู้ขับขี่ เราคุยกับผู้ขับก่อนมารับได้ ว่าตกลงรับหรือไม่รับ สะดวกหรือไม่สะดวก สิ่งที่ได้รับผมว่าคุ้มค่ากว่าแท็กซี่มิเตอร์ทั่วไปครับ” 

นายจักรัตน์ ฉิมนิกร ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ
“คิดว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้ผู้ใช้รถ เป็นบริการที่ดีครับ แต่ควรไปทำใบขับขี่สาธารณะให้ถูกต้อง เสียภาษีรถให้ถูกต้อง จะได้ตัดปัญหาที่มีกับภาครัฐที่มองว่าคุณเป็นรถเถื่อนครับ”   

ความเห็นจากหญิงสาวที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Uber 
“ที่มาเป็นพาร์ทเนอร์กับ Uber เพราะต้องการหารายได้เสริม และเห็นว่าดีที่สามารถเลือกขับในเวลาว่างได้ การทำงานก็สะดวก ในวันแรกที่ขับก็ใช้เวลาออนไลน์อยู่ 5 ชั่วโมง ได้รายได้ประมาณ 500 บาท มีเสียเวลาไปบ้างเวลารถติด แต่ก็โอเค การรับงานแต่ละครั้งก็สะดวก เมื่อมีผู้โดยสารติดต่อมาผ่านแอพพลิเคชั่น ระบบก็จะสื่อสารกับพาร์ทเนอร์ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วแจ้งข้อมูลลูกค้าให้ติดต่อกลับ การแจ้งข้อมูลลูกค้าทางศูนย์ที่แจ้งจะไม่ได้บอกจุดหมายปลายทางที่ลูกค้าจะไปนะ แต่จะแจ้งจุดที่จะไปรับ และให้เบอร์โทรติดต่อ ทางพาร์ทเนอร์หรือคนขับก็สามารถโทรคุยตกลงกับผู้โดยสารได้ก่อนว่าจะให้รับส่งไปที่ไหน และก็มีให้ยกเลิกได้ถ้าหากไกลเกินไป แม้จะเป็นผู้หญิงมาขับรถแบบนี้ก็ไม่รู้สึกอันตราย แม้จะเลือกไม่ได้ว่าผู้โดยสารจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ก็จะได้พูดคุยกันก่อนไปรับเลยไม่กังวล และผู้โดยสารก็ชอบเพราะรถที่บริการก็เป็นรถส่วนตัวที่คนขับเองก็ดูแลอย่างดีอยู่แล้ว”   


[English]
Uber Hurdle
The recent crackdown on drivers for car-hailing services Uber and Grab has raised a question among people who use the services as to whether the Land Transport Department chose the right measure to deal with the problem.

The fact that the Uber service allows private car owners to use their own car to pick up passengers has caused regulation problems and a safety concern for the passengers. Many Uber passengers reflect that they prefer the Uber service because many taxi drivers often deny passengers and have bad manners; the condition of the taxis is also a concern. Some taxi drivers that BLT talked to said that they were not worried about the competition as long as everybody was under the same rules and that many taxi drivers turned down the passengers because of the unrealistic regulated fare. 

Uber claimed that they provide a ride-sharing service not a taxi. They are also working with many government agencies to find a solution to the problems.

 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments