728 x 90

กฟน.เปลี่ยนโฉมพลังงานใหม่ สู่มหานครไร้สาย

img

ปัจจุบันความสะดวกสบายจากเครื่องมือดิจิทัลกลายเป็นสิ่งที่คนยุคใหม่ขาดไม่ได้ การจัดการระบบไฟฟ้าในเมืองหลวงจึงต้องก้าวให้ทันยุคสมัย รองรับ และตอบโจทย์ชาวกรุงที่มีชีวิตเร่งรีบ ล่าสุดการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศตัวเป็น TheMetGE หรือ Metro Grid Enabler ระบบการจัดการโครงข่ายไฟฟ้ามหานคร เพื่อรับมือและปรับตัวกับนวัตกรรมใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยโครงการใหม่ที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็น SMART METRO มหานครไร้สาย

หากกล่าวว่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากเทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนยุคปัจจุบัน การเพิ่มความมั่นคงให้แก่ระบบการจ่ายไฟฟ้าจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในหลายครั้งคนเมืองมักพบปัญหาไฟดับหรือไฟฟ้าขัดข้องจากปัจจัยภายนอก อย่างการขับรถชนเสาไฟฟ้า แม้กระทั่งภัยธรรมชาติอย่างฝนตก ลมพายุแรง พัดกิ่งไม้มาเกี่ยวสายไฟฟ้า ก็มีส่วนให้เสาไฟฟ้าอากาศเกิดความเสียหาย
ด้านการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุดดำเนิน “โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน” เพื่อแก้ปัญหาภายใน 5 ปี โดยสายไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ เริ่มต้นแห่งแรกที่ถนนสีลม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ปัจจุบันเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 22 ถนน รวม 40 กม. จากแผนทั้งหมด 200 กม.เริ่มจากแหล่งเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และโบราณสถาน อย่างถนนสีลม สุขุมวิท พหลโยธิน ราชวิถี ฯลฯ บางแห่งยังคงมีเสาไฟและสายไฟหลงเหลือให้เห็นอยู่ ทว่าไม่ใช่สายไฟฟ้าอากาศแต่เป็นสายไฟสื่อสารซึ่งจะมีโครงการย้ายลงไปใต้ดินด้วยถนนไฟฟ้าไร้สาย

ทั้งนี้ทาง กฟน. ยืนยันว่าการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินมีขั้นตอนความปลอดภัยสูง ทำให้ปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่วและสามารถแช่น้ำได้หากน้ำท่วม เนื่องจากใช้สายหุ้มฉนวนกันน้ำแบบพิเศษ บรรจุอยู่ในท่อหนา ถมด้วยคอนกรีตอีกชั้นหนึ่ง ปัจจุบันทยอยทำพร้อมรถไฟฟ้า BTS เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน

ถึงแม้การเปลี่ยนเป็นระบบสายไฟฟ้าใต้ดินจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสายไฟฟ้าอากาศ 15 เท่า แต่การลงทุนครั้งนี้นอกจากจะเพิ่มความมั่นคงให้ระบบการจ่ายไฟแล้ว ยังทำให้ระบบภูมิทัศน์สวยงามมากขึ้น เพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสังคมเมือง รวมทั้งยังลดอุบัติเหตุที่เกิดจากเสาไฟฟ้าอากาศ เช่น รถยนต์ชนเสาไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งภายในปี 2561 จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของถนนรัชดาภิเษก ถนนศรีอยุธยา (ดำเนินการต่อมาจากพหลโยธินและราชวิถี) และถนนพระราม 3 เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครไร้สายในอีกไม่นาน

นอกจากนี้ กฟน. ยังมีแผนพัฒนาย่านเศรษฐกิจที่เป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย อย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน และ MBK โดยใช้ระบบไอที “Smart Metro Grid” คำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละตึกแบบ Real Time เก็บสถิติการใช้ไฟ รวมทั้งมีตัวช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าระบบไฟฟ้ามีปัญหาตรงไหนบ้างเพื่อแก้ปัญหาไฟตก เนื่องจากเป็นแหล่งที่ใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยเลือกพื้นที่ในกรอบที่ล้อมรอบด้วยถนนพญาไท-พระราม4-รัชดาภิเษก-เพชรบุรี เป็นพื้นที่นำร่องเพื่อการบริหารไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ประชาชนขายไฟฟ้าให้รัฐ
นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่าในอดีต การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นต้นน้ำผลิตพลังงาน กฟน. ทำหน้าที่เป็นกลางน้ำ คือซื้อไฟแล้วขายต่อให้แก่ประชาชนซึ่งเป็นปลายน้ำ แต่ในอนาคตจะมีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนเปลี่ยนบทบาทจากผู้ซื้อไฟฟ้าเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขายกลับมาให้กฟน. จาก Solar Rooftop ซึ่งเป็นระบบผลิตไฟฟ้าโดยมีแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน

แม้ว่าการทำโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในเมืองหลวงจะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีพื้นที่ไม่เพียงพอ แต่ กฟน. เชื่อว่าในกรุงเทพฯ สามารถผลิตพลังไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ปริมาณมากและเพียงพอต่อความต้องการ ด้วยเทคโนโลยี “Smart Metro Solar” ซึ่งเป็นโซลาร์เซลล์ที่เหมาะกับเมืองหลวง เพราะแผงโซลาร์เซลล์ไม่จำเป็นต้องเป็นสี่เหลี่ยมและใช้พื้นที่เยอะ สามารถติดตั้งแผงโซลาร์ขึ้นไปในแนวตั้งได้ เหมาะกับตึกสูง โดยทางกฟน.ยินดีให้คำปรึกษาสำหรับหน่วยงานหรือห้างที่สนใจ ทั้งนี้พร้อมพัฒนาและออกแบบ Metro Solar ควบคู่ไปกับระบบที่จะคอยดูแลทิศทางของกระแสไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายและการใช้พลังงานของคนเมือง อีกทั้งยังสามารถขายคืนให้กับรัฐได้อีกด้วย

แหล่งรวมยานยนต์แห่งโลกอนาคต
นอกจากโครงการต่างๆ ในการทำให้มหานครกรุงเทพฯ เป็น Smart Metro แล้ว กฟน. ยังมีโครงการรองรับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ที่กำลังจะมาแรงในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากรัฐชูนโยบายส่งเสริมให้มีการออกแบบ พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการตั้งสถานีอัดประจุสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ถูกกว่าน้ำมันหลายเท่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานได้ถึงปีละ 1.7 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ามีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคันภายในปี 2579

ด้าน กฟน. ตอบรับนโยบาย 4.0 ด้วยการวางโครงการ “Smart Super EV Multi Charging Port” ที่จะเป็นแหล่ง รองรับรถ EV ทุกยี่ห้อ เนื่องจากรถแต่ละยี่ห้อใช้หัวชาร์จไม่เหมือนกัน ทำให้ต้องหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่เฉพาะเจาะจง พร้อมทำแอพลิเคชั่นที่มีฟังก์ชั่นในการค้นหาสถานี จองหัวชาร์จ ชำระค่าธรรมเนียมพลังงานไฟฟ้า แสดงตำแหน่งพร้อมวิเคราะห์พลังงานของรถ รวมถึงมีระบบควบคุมรถยนต์ไฟฟ้าทางไกล ใช้ Internet of Things มาเป็นตัวช่วย

นอกเหนือไปจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว เราก็ควรให้ความสำคัญกับพลังงานที่เป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการใช้พลังงานทดแทนและพัฒนาการผลิต รวมถึงตระหนักรู้คุณค่าและใช้พลังงานอย่างสมาร์ท เพื่อให้โลกก้าวไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

[English]
MEA’s MetGE aimed for a more technologically-equipped Bangkok

Recognizing the need for a capital city to catch up with the fast pace of the modern world and the lifestyle of its residents, the Metropolitan Electricity Authority has announced its decision to become the Metro Grid Enabler (MetGE) to make Thailand a Smart Metro.

One of its initiatives is to move all overhead electricity cables and wires underground within five years.  So far, the project has wrapped up in more than 20 Bangkok streets, covering a distance of 40 kilometers, compared with the planned distance of 200 kilometers.

This will not only assure that power distribution in the Thai capital will be more secure than ever, but also help improve the city’s landscape and decrease accidents related to electricity poles while helping enhance Bangkok’s power grid to cope with an increasing demand for power in the city.

Another initiative that the MEA is working on is to introduce to Bangkok’s main economic zones the Smart Metro Grid technology, which can make a real-time calculation of each building’s power usage and timely address the point where technical problems, such as brownout, may occur.

As the MEA has also recognized the future trend in which consumers may become suppliers of power through such system as solar rooftop, it has been preparing the “Smart Metro Solar” technology, which involves the vertical installation of solar panels on high rises.

And in its response to the government’s Thailand 4.0 policy, the MEA has been initiating the Smart Super EV Multi Charging Port project to support the expected rise in the number of electric vehicles to 1.2 million by 2036 in the form of charging stations, which are expected to save the cost of energy imports by around 17 billion baht each year, as well as a new mobile application to help locate the station and estimate the fee, for instance. 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments