728 x 90

ตลาดออนไลน์ดาวรุ่งพุ่งแรง

img

สินค้าอุปโภคบริโภคเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของทุกคน ซึ่งปัจจุบันภาวะการจับจ่ายซื้อขายในไทยลดต่ำสุดในรอบทศวรรษ อันมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ภาพรวมอาจดูดี แต่ประชาชนทั่วไปยังรู้สึกว่าไม่ดีมากนัก ตลาดออนไลน์กลับเติบโตขึ้นอย่างน่าจับตามอง

สภาวะตลาด FMCG ถดถอยที่สุดในรอบ 10 ปี
จากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศไทย โดยบริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด พบว่าตลาดกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ดิ่งลงตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ลงมาอยู่ที่ 1.0 จากเดิม 1.7 ในปี 2559 ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งการตกต่ำของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น  ข้าว  ข้าวโพด และยางพารา เป็นต้น บวกกับภาวะหนี้ในครัวเรือนที่ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้กำลังการจับจ่ายใช้สอยลดถอย

นอกจากนั้นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีการซื้อสินค้าและการใช้จ่ายน้อยลง ทำให้ลดความถี่ในการออกไปจับจ่ายสินค้าด้วย ทั้งยังเปลี่ยนมาซื้อสินค้าในขนาดบรรจุที่เล็กลง และเลือกซื้อในช่วงมีโปรโมชั่น หรือการเปลี่ยนช่องทางร้านค้าที่ซื้อสินค้าไปเลย

โดยในปีที่ผ่านมา พบว่าผู้บริโภคมีความถี่ในการออกมาซื้อสินค้า 201 ครั้งต่อปี น้อยที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งผู้บริโภคมีการเลือกจับจ่ายสินค้าตามความจำเป็นเท่านั้น โดยลดเหลือเพียง 42 กลุ่มสินค้าต่อปี จากเดิมที่เคยซื้อ 44 กลุ่มสินค้า อีกทั้งยังตัดสินใจซื้อสินค้าจากโปรโมชั่น เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือการลดราคาสินค้า เป็นต้น มากขึ้นจากเดิม 25% เพิ่มเป็น 36% ขณะที่ในปีนี้คาดการณ์ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายพบว่า ร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นเชน ยังคงมีการขยายตัวอยู่ ในขณะที่ช่องทางออนไลน์ถือว่ากำลังเป็นช่วงขาขึ้น โดยมีสถิติเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และร้านค้าขนาดเล็กผ่านการค้าทาง อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) ยอดขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต
ช่องทางจับจ่ายนักชอป
ตลาดออนไลน์ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี
ขณะที่ช่องทางการจับจ่ายซื้อสินค้า FMCG ไม่ว่าจะเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ร้านโชว์ห่วย มีผู้มาจับจ่ายลดลง ซึ่งส่วนทางกับตลาดอี-คอมเมิร์ซ ที่กำลังเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น โดยนับตั้งแต่ ปี 2555 มีจำนวนนักชอปอยู่ที่ 0.4% ของครัวเรือนทั้งหมดในประเทศ มีมูลค่าการจับจ่ายซื้อสินค้า 67 ล้านบาท แต่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 จำนวนนักชอปพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 9.4% ด้วยมูลค่าการจับจ่ายที่ 3,897 ล้านบาท

ทั้งนี้ พบว่าเม็ดเงินในตลาดออนไลน์ในช่วงปีที่ผ่านมา 2 ใน 3 ของมูลค่าทั้งหมดนั้น มาจากจำนวนนักชอปออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น โดยมูลค่าในปี 2558 อยู่ที่ 1,183 ล้านบาท ส่วนในปี 2559 อยู่ที่ 2,474 ล้านบาท ซึ่งที่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจาก นักชอปที่เปลี่ยนช่องทางจากออฟไลน์ เป็นเม็ดเงินจำนวน 391 ล้านบาท ส่วนนักชอปออนไลน์หน้าเดิมแต่เพิ่มการซื้อมากขึ้น จำนวน 411 ล้านบาท และนักชอปออนไลน์หน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดออนไลน์ มีการจับจ่ายมากถึง 489 ล้านบาท 

โดยคาดการณ์ว่าสิ้นปี 2560 ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคทางออนไลน์จะเติบโตไปแตะที่ 10% ของครัวเรือนทั้งหมด ขณะที่ครึ่งปีที่ผ่านมา มีเม็ดเงินจับจ่ายสูงถึง 3,897 ล้านบาท แม้ว่าเมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ จะมีจำนวนนักชอปน้อยกว่า และมูลค่าอาจไม่สูงนัก แต่ทิศทางการเติบโตพุ่งสูงขึ้นกว่า 5,000% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น และความคุ้นเคยที่มีมากขึ้น

ชี้ทิศทางตลาดอี-คอมเมิร์ชไทยในอนาคต
ด้าน คุณอิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เผยถึงทิศทางตลาดอี-
คอมเมิร์ซไทยจะเติบโตตามทิศทางของตลาดอี–คอมเมิร์ซเอเชีย ซึ่งนับได้ว่าเป็นตลาดหลักที่เป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มสินค้า FMCG ในตลาดโลกอีก 2-3 ปีข้างหน้า

โดยกลุ่มผู้บริโภคที่มีสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เป็นนักชอปที่สำคัญของสินค้า FMCG ซึ่งมีเม็ดเงินมาจับจ่ายใช้สอยสูง สังเกตได้จากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า ครัวเรือนที่ใช้สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต มีสัดส่วนการใช้จ่ายในตลาด FMCG ถึง 60% และมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงกว่ากลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าจากช่องทางออฟไลน์ อีกทั้งผู้บริโภคชาวเอเชียกว่า 38% มักจะใช้สมาร์ทโฟนเปรียบเทียบราคาสินค้า ขณะที่ทำการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้า นับว่าเป็นรูปแบบใหม่ที่ผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้า นอกจากนั้น ในประเทศจีนและเกาหลีใต้ การเติบโตของ อี-คอมเมิร์ซ ส่งผลให้ยอดขายในซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตลดลง 

ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2025 มูลค่าการซื้อขายผ่านอี-คอมเมิร์ซจะมีมูลค่าอยู่ที่ 9% ของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก มีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวของมูลค่าในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 4%

แม้ทิศทางตลาดออนไลน์ในไทยเติบโตสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐ และเอกชนต่างกำลังมุ่งส่งเสริม เพื่อให้เป็นช่องทางเลือกเพิ่มขึ้นแก่ผู้บริโภค หากแต่สิ่งที่น่ากังวลคือสภาวะการจับจ่ายที่ฝืดเคือง อันเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีแบบ กระจุกตัว ซึ่งภาครัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นโดยด่วน
คุณอิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด


คุณอิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด
“ปัจจุบัน 2 ใน 3 ของมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ช มาจากมีผู้ซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ส่วนนี้จะทำให้ภาพรวมของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเติบโตขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคทางออนไลน์จะเติบโตที่ 10% ของครัวเรือนไทยทั้งหมด เนื่องจากว่ารัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็น Prompay QR Code และ Fintect มาช่วยให้ตลาดออนไลน์เติบโตยิ่งขึ้น”

ธวัชชัย เดชวงศ์ไพบูลย์ ผู้บริโภค
“ปัจจุบันยังคงเดินทางไปซื้อของตามไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่เป็นประจำตามปกติ แต่ก็เริ่มสั่งซื้อสินค้าบางรายการในช่องทางออนไลน์ อย่างพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์จักรยาน เสื้อผ้า ชาหรือกาแฟ เพราะว่าส่วนมากช่องทางออนไลน์จะลดราคา และมีการจัดส่งให้ฟรีถึงบ้าน มองว่าเป็นเทรนด์จากอเมริกา อีกอย่างถ้าเป็นที่ออฟฟิศ จะเปลี่ยนมาสั่งซื้อทางออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นแล้ว เนื่องจากมีบริการจัดส่งให้ถึงที่ สะดวกกว่าซื้อไปเองที่ซูเปอร์มาเก็ต”

[English]
Bright Future for Online Shopping Amidst Weak Domestic Consumption

Thailand’s online shopping business is looking at a relatively bright future while domestic spending on consumer goods could be at its decade low.

A study on consumer confidence by Kantar Worldpanel (Thailand) suggests that the index for the country’s FMCG market has fallen to 1.0 this year, compared with 1.7 over a year ago, due to slow economic recovery, weak farm product prices and high household debt.

While shopping on FMCG items via such channels as hypermarkets, supermarkets and grocery stores, could be on a decline and is expected to remain weak in 2018, e-commerce shopping has continuously been growing with the number of local online shoppers accounted for 9.4% of total household shoppers in 2016 — compared with 0.4% in 2012.

In terms of online spending value, the number has more than doubled to 2.47 billion baht in 2016 from 1.18 billion baht in 2015, while it is forecast to grow to 3.89 billion baht in 2017 — around 10% of the country’s expected household spending.

According to Kantar Worldpanel, the Thai e-commerce market looks set to grow along the regional trend, just when FMCG shopping via smartphones and internet in Southeast Asia already represents 60% of total spending in this category.

Now, it is projected that e-commerce shopping value will rise to US$150 billion, or around 9% of total global spending on consumer goods, in 2025, compared with the current record of 4%.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments