728 x 90

เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยขยะพลาสติก

img

ในแต่ละวันคนไทยสร้างขยะมากถึง 1.14 กิโลกรัมต่อคน รวมทั้งปีมีขยะเกิดขึ้นประมาณ 27.04 ล้านตัน อีกทั้งคนไทยใช้ถุงพลาสติกวันละกว่า 500 ล้านใบ มากที่สุดชาติหนึ่งของโลก แม้จะมีความพยายามรณรงค์ลดการทิ้งขยะ แต่แนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี

ผุดแนวคิดเก็บค่าถุงพลาสติก
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบุคนไทยใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ยคนละ 8 ใบ ต่อวัน หรือคิดทั้งประเทศประมาณ 500 ล้านใบต่อวัน โดยถุงพลาสติกกลายเป็นขยะในทะเลที่มีสัดส่วนสูงที่สุด 16% ทำให้ปัญหาขยะในทะเลมีความรุนแรงจนไทยถูกจัดเป็นประเทศอันดับ 5 ของโลกที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุด และขยะในทะเลส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดจากบนบกมากถึง 80%

ขณะที่ขยะพลาสติก คือหนึ่งในตัวการน้ำท่วมของคนกรุง โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ปี 2559 กรุงเทพมหานครสร้างขยะมูลฝอย 4.20 ล้านตัน ซึ่งเป็นตัวการให้กรุงเทพฯ ประสบปัญหาขยะและเศษวัสดุกีดขวางการระบายน้ำ ทำให้ต้องเผชิญภาวะ “น้ำรอระบาย” อยู่เสมอ 

แม้ กทม. จะยืนยันถึงประสิทธิภาพในการจัดเก็บ และจัดการขยะ รวมถึงมีนโยบายให้ 50 สำนักงานเขตจัดกิจกรรม “นัดเวลาทิ้ง นัดเวลาเก็บขยะชิ้นใหญ่ และสิ่งของเหลือใช้” เพื่อรณรงค์เก็บขยะชิ้นใหญ่เป็นประจำทุกสัปดาห์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 เพื่ออำนวยความสะดวกในการทิ้ง ลดปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในที่ว่าง คูคลอง และแม่น้ำ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก

ล่าสุด ศูนย์วิจัยนิด้าโพล เสนอแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถุงพลาสติกในอัตราถุงละ 1-2 บาท โดยหวังว่าจะช่วยลดจำนวนการใช้และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะถุงพลาสติก โดยให้จัดเก็บจากผู้ซื้อสินค้า ซึ่งเป็นผู้ใช้ถุงพลาสติกตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย”

ขณะเดียวกัน นายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา “ถุงพลาสติก เราใช้ ใครต้องจ่าย?” ซึ่งจัดขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ว่า สนับสนุนและเห็นด้วยกับแนวทางการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถุงพลาสติก แต่การแก้ปัญหานั้นต้องแก้ให้ถูกจุด เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากถุงพลาสติก การเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกต้องเก็บเพื่อสร้างจิตสำนึกและให้ลดการใช้งานที่สำคัญคือผู้บริโภคต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย

เทรนด์แปรรูปขยะ
การจัดการปัญหาขยะให้มีปริมาณลดลง ร่วมด้วยการแปรรูปให้สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ โดยไม่สร้างขยะอีกหรือขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) เป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกนิยมนำมาใช้ รวมถึงประเทศไทย

ล่าสุดภาคเอกชนอย่าง เอ็ม บี เค กรุ๊ป ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นอนาคต Gift for Sharing” โดยเปลี่ยนขยะและกระดาษเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายดีไซน์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ เครื่องประดับประเภทสร้อยคอและต่างหู ของตกแต่งบ้านที่เป็นโมเดลตั้งโต๊ะรูปช้าง และโคมไฟสีสันสดใส ของใช้ประจำวันประเภทแจกันที่สามารถแยกออกมาเป็นภาชนะใส่ของแบบ 2 อิน 1 และของเล่นฝึกทักษะอย่างโดมิโน เป็นต้น

ขณะที่ กรีนพีซ จัดกิจกรรม “ทำเอง ใช้เอง” โดยการเชิญชวนทุกคนที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกมาสร้างสรรค์ ผลิตหรือประดิษฐ์สิ่งของแทนการซื้อสิ่งใหม่ เพื่อเป็นการส่งเสียงและแสดงเจตนารมณ์ในการลดซื้อสิ่งของที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นกิจกรรมแห่งการสร้างสรรค์ที่จะมีขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เน้นไปที่การสอนทุกคนให้รู้วิธีการซ่อมแซม การสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศษวัสดุ การแลกเปลี่ยน การ D.I.Y และการใช้ซ้ำ ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 2-10 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา

เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน
ด้าน ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิจัยและนวัตกรรม ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน MQDC เปิดเผยว่า Circular Economy หรือ เศรษฐกิจแบบหมุนเวียน คือการมุ่งเน้นให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังมุ่งเน้นถึงการลดการสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ เป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้ว กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบได้อีกครั้ง จึงถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แม้ความตื่นตัวในเรื่อง Circular Economy ยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในประเทศไทย แต่ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เริ่มให้ความสำคัญและหันมาสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ล่าสุดองค์กรใหญ่อย่าง PTTGC ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ได้เข้ามาดำเนินโครงการ Upcycling Plastic Waste โดยเน้นการนำขยะพลาสติกมาผ่านกระบวนการและนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มุ่งเน้นให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการใช้นวัตกรรมและไอเดียมาเพิ่มมูลค่าให้กับขยะแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อไป

อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแนวทางบริหารจัดการด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยเน้นให้เห็นถึงมิติด้านความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจและการดูแลภาคสังคม และเป็นการตอบโจทย์ปัญหาขยะที่ได้ถูกระบุให้เป็น 1 ในยุทธศาสตร์ 10 ด้าน ในเรื่องของทรัพยากร สิ่งแวดล้อมของแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกทิศทาง 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาขยะเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องตระหนักและร่วมกันแก้ปัญหา ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกัน เริ่มตั้งแต่การแยกขยะพลาสติกและทิ้งให้ถูกที่ หรือการนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือแม้กระทั่งนำมาสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ให้กลับมามีประโยชน์ ให้ขยะไม่เป็นแค่ขยะอีกต่อไป 


ดร.สิงห์ อินทรชูโต  หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิจัยและนวัตกรรม ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน MQDC
“ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับกระบวนการผลิตให้ทันสมัย มีการพัฒนานวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และการเพิ่มมูลค่าให้ของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต ให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments