728 x 90

ขนส่งเปิดให้บริการรถโดยสารสายใหม่

img

ระหว่างรอองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผลักและดันโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศล็อตแรก 489  คันให้สำเร็จ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)  จัดให้ก่อนกับรถโดยสารประจำทาง 2 เส้นทางใหม่ รองรับการเดินทางของประชาชนรอบนอกเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นใน พร้อมตั้งเป้าหมายว่าภายในปีนี้จะมีรถโดยสารประจำทางสายใหม่ออกมาให้บริการได้ถึง 50 เส้นทาง 

ประเดิมรถเมล์สายใหม่ตามแผนปฏิรูป 
รถโดยสารประจำทางสายใหม่ที่เปิดประเดิมไปแล้วเป็นเส้นแรก คือ เส้นทางสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) โดยให้บริการฟรีในช่วงแรก 5 วัน ระหว่าง 16-20 ม.ค. 61 และขยายเวลาเพิ่มจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. เนื่องจากกรมการขนส่งฯ ประเมินว่าได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการ ด้วยจุดเด่นที่มีทางขึ้น-ลง สำหรับรถเข็นของผู้พิการหรือผู้สูงอายุ มีเสียงเตือนขณะประตูรถกำลังปิดเพื่อผู้พิการทางสายตา พร้อมติดตั้งระบบเทคโนโลยี GPS Tracking ติดตามการเดินรถตลอดเส้นทาง รองรับระบบบัตร e-Ticket และเป็นเส้นทางที่รองรับการเดินทางของประชาชนจากรอบนอกเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นใน จึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี 

เส้นทางนี้ บริษัท มารัตน์ ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง  เที่ยวไปจะวิ่งจากจุดจอดสถาบันการแพทย์  จักรีนฤบดินทร์ เคหะบางพลีเมืองใหม่ เมกาบางนา ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์สถานีหัวหมาก พระราม 9 เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม 9 ใช้ทางด่วนลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผ่านโรงพยาบาลราชวิถี และสิ้นสุดเส้นทางที่โรงพยาบาลรามาธิบดี  ส่วนเที่ยวกลับ ออกจากโรงพยาบาลราชวิถี ใช้ถนนศรีอยุธยา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดินแดง พระราม 9 ขึ้นทางด่วน ผ่านรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์สถานีหัวหมาก แล้วย้อนกลับเส้นทางเดิม รวมระยะทาง 61 กม.

ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 31 ที่นั่ง และมีที่ยืนสำหรับผู้โดยสาร มีรถให้บริการทั้งหมด 16 คัน เดินรถขั้นต่ำ 48 เที่ยว/วัน หลังสิ้นสุดช่วงให้บริการฟรีจะเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง อัตรา 13-25 บาท 
คุณสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)

คุณสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)

คุณสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
กลาง ก.พ. เปิดวิ่งรถเมล์ศาลายา-หมอชิต
ส่วนรถโดยสารสายใหม่เส้นทางที่ 2 จะเปิดให้บริการช่วงกลางเดือน ก.พ. เส้นทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) มีบริษัท ชัยวิเศษ แทร์นสปอท จำกัด เป็นผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง 

เส้นทางเดินรถเที่ยวไป เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ทางหลวงชนบทหมายเลข นฐ 4006 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา)  ถนนบรมราชชนนี สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (บรมราชชนนี) ถนนราชพฤกษ์ ขึ้นทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกที่ด่านตลิ่งชัน ลงทางพิเศษที่ถนนกำแพงเพชร 2 วิ่งไปตามถนนกำแพงเพชร 2 ผ่านถนนกำแพงเพชร ถนนพหลโยธิน สิ้นสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต   

ส่วนเที่ยวกลับเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ไปตามถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดี  รังสิต ถนนกำแพงเพชร 2 ผ่านสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ขึ้นทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกที่ด่านกำแพงเพชร 2 ลงทางพิเศษที่ถนนราชพฤกษ์ ผ่านไปตามถนนบรมราชชนนี ถึงแยกวัดชัยพฤกษมาลา กลับรถไปตามเส้นทางเดิม และสิ้นสุดเส้นทางที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา รวมระยะทาง 40 กม.

ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศ (ไมโครบัส) จำนวน 21 ที่นั่ง ไม่มีที่ยืน มีรถให้บริการทั้งหมด 18 คัน เดินรถขั้นต่ำ 48 เที่ยว/วัน เส้นทางนี้จะให้บริการในลักษณะเดียวกับรถตู้โดยสาร เป็นแบบประกันที่นั่ง จะไม่มีผู้โดยสารยืน เมื่อมีผู้โดยสารขึ้นเต็มจำนวนที่นั่งรถจะออกจากต้นทาง สามารถจ่ายค่าโดยสารได้ 2 รูปแบบ คือชำระด้วยเงินสด และชำระด้วยบัตรแรบบิทของรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่วงที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ จะให้บริการฟรีก่อน 5 วัน จากนั้นจะเก็บค่าโดยสารในอัตรา 40 บาทตลอดสาย 

จ่อเปิดเดินรถเมล์สายใหม่อีก 1 เร็วๆ นี้
จะมีรถโดยสารประจำทางเส้นทางใหม่สายที่ 3 ออกมาให้บริการเพิ่ม คือ รถโดยสารประจำทางสายที่ 1551 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ) - โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เส้นทางเริ่มต้นจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา วิ่งไปตามซอยแจ้งวัฒนะ 7 ผ่านซอยเชื่อมระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 5 กับซอยแจ้งวัฒนะ 7 ผ่านโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ วิ่งไปตามซอยแจ้งวัฒนะ 5 สิ้นสุดเส้นทางบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ รวมระยะทาง 4 กม. โดยกำหนดให้มีรถโดยสารปรับอากาศมีที่นั่งรองรับ  ผู้โดยสาร 21-30 ที่นั่ง 3-5 คัน เดินรถขั้นต่ำ 30 เที่ยว/วัน (ไป 15 เที่ยว กลับ 15 เที่ยว) อัตราค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 13 บาท

เส้นทางนี้จะรองรับการขยายตัวทางการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษาและประชาชนในชุมชนในเส้นทางถนนแจ้งวัฒนะ ให้ได้รับความสะดวก เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอจากผู้ขอรับอนุญาตประกอบการขนส่ง คาดว่าจะสรุปผลและเปิดให้บริการได้ในเร็วๆ นี้ 

เร่งดัน 50 เส้นทางใหม่ให้ครบในปี 61
รถโดยสารประจำทาง 3 สายใหม่ข้างต้น เป็นการให้บริการตามกรอบการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นแม่งานหลัก และนับเป็นชุดแรกที่เอกชนสามารถเสนอขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากรัฐได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และภายในปีนี้ กรมการขนส่งฯ วางแผนไว้ว่าจะทยอยเปิดให้เอกชนที่มีความพร้อมและเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการเดินรถด้วยมาตรฐานและคุณภาพ มีรถโดยสารรูปแบบใหม่พร้อมมาตรการในการควบคุมกำกับดูแลด้านความปลอดภัย ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ร่วมเสนอขอรับอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางรถโดยสารประจำทางเส้นทางใหม่ประมาณ 50 เส้นทาง ซึ่งจะเป็นเส้นที่ยังไม่เคยมีรถเมล์ให้บริการ รองรับการเติบโตของเมือง และการขยายโครงข่ายของรถไฟฟ้า เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น โดยจะจัดลำดับเส้นทางจากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชน เส้นไหนที่ประชาชนต้องการ หรือหากเป็นเส้นทางที่ยังไม่มีรถเมล์ให้บริการมาก่อน เช่น เส้นทางจากบางซื่อ-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ก็จะนำมาเปิดจัดหาผู้เดินรถเป็นลำดับ  เร่งด่วน ส่วนเส้นทางอื่นๆ จะทยอยดำเนินการจนครบ 

บีทีเอสกรุ๊ปสนใจร่วมลงทุนธุรกิจรถโดยสาร 
ขณะที่ บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ก็แสดงความสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจรถโดยสารประจำทางด้วยเช่นกัน เนื่องจากเห็นว่ามีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้อง มีฟีดเดอร์ รองรับการเดินทางของประชาชนจากชานเมือง ตามถนนและซอยต่างๆ เข้ามาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า เพื่อให้การเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยทางบริษัทมีประสบการณ์ด้านการให้บริการรถเมล์บีอาร์ทีอยู่แล้ว และมีความสนใจระบบบัตรโดยสาร e-Ticket บนรถเมล์ ที่จะสามารถเชื่อมโยงการใช้งานกับบัตรแรบบิท และบัตรแมงมุม โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด เส้นทาง รูปแบบการลงทุนที่มีหลายทางเลือก ทั้งแบบซื้อกิจการเส้นทางรถเมล์ที่มีอยู่เดิมของเอกชน หรือจะลงทุนร่วมกัน หรือร่วมเสนอขอรับอนุญาตเป็นผู้เดินรถในเส้นทางใหม่ๆ รวมถึงต้องพิจารณาในประเด็นเรื่องค่าโดยสารด้วย ว่าหากเปิดเดินรถโดยต้องเก็บค่าโดยสารตามที่รัฐกำหนด ไม่มีการปรับขึ้น เมื่อเทียบกับต้นทุนการดำเนินการ ต้นทุนซ่อมบำรุงรักษา ต้นทุนค่าจ้างพนักงานแล้ว จะคุ้มค่าหรือไม่ 

การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งกรมการขนส่งฯ ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบและติดตามคุณภาพการให้บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์ ปรับปรุงคุณภาพให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด แต่การประเมินผลคงไม่ได้จบลงอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่การใช้รถรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยีใหม่ ทำโครงข่ายเส้นทาง 269 เส้นทางได้ตามที่กำหนดในแผนปฏิรูป แต่ต้องรวมถึงการปฏิรูประบบการให้บริการให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใส มีการควบคุมประสิทธิภาพในการให้บริการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เท่าเทียม และจริงจัง ทั้งกับเอกชน และ ขสมก. ที่จะต้องปรับตัวให้แข่งขันในระบบใหม่ได้ ประชาชนจะได้มีทางเลือกในการเดินทางที่ดีกว่าเดิมอย่างยั่งยืน  


คุณสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
“การให้บริการรถโดยสารประจำทางเส้นทางนำร่อง 2 เส้นทางที่กรมการขนส่งกำกับดูแลนี้ นอกจากจะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนที่อยู่รอบนอกเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในแล้ว ยังจะสามารถเชื่อมต่อกับทุกโหมดการเดินทาง ทั้งทางบก ทางน้ำ  ทางราง และทางอากาศ เติมเต็มให้โครงข่ายการเดินทางเชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์ และจะมีการพิจารณาในเส้นทางใหม่ตามแผนการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ในเขต กทม. และปริมณฑล โดยเน้นในเส้นทางที่จำเป็น ประชาชนต้องการ ยังไม่มีรถเมล์รองรับ ซึ่งปีนี้จะทยอยทำให้ได้ประมาณ 50 เส้นทาง”
คุณสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ปรึกษาโครงการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์
“ส่งรายงานผลการศึกษาการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว ความยากในการปฏิรูปไม่ใช่เส้นทางใหม่ แต่เป็นเส้นทางที่รถเมล์ ขสมก. และรถร่วมบริการเดินรถอยู่เดิม ถ้าจะทำให้ง่ายต้องยกเลิกเส้นทางเดิมทั้งหมด แล้วเริ่มเส้นทางตามแผนปฏิรูป แต่ในความเป็นจริงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะประชาชนต้องเดินทางทุกวัน จาก 269 เส้นทางตามแผนจึงต้องพิจารณาทำจากเส้นทางใหม่ที่ยังไม่เคยมีรถเมล์ให้บริการ มีประมาณ 60-70 เส้นทาง ส่วนเส้นทางที่ ขสมก. แจ้งขอรับเดินรถเอง มี 138 เส้นทาง เป็นของเก่ากว่า 100 เส้นทาง ของใหม่กว่า 20 เส้นทาง สำหรับชื่อสายรถเมล์ที่เคยทดลองใช้แบบมีภาษาอังกฤษจะปรับใหม่ คือยังแบ่งโซนพื้นที่ 4 โซน ใช้สัญลักษณ์เป็นสีแดง เขียว น้ำเงิน เหลือง เหมือนเดิมแต่จะเปลี่ยนจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ก็คือโซนสีน้ำเงินเดิมใช้ B (Blue) จะใช้ น แทนแล้วตามด้วยตัวเลข เช่น เส้นทางสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-รพ.รามาธิบดี (ทางด่วน) อาจใช้ชื่อ ด26 (ทางด่วน) และตามด้วยชื่อเส้นทาง”
ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ปรึกษาโครงการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์

[English]
New Bangkok Buses & Services Unveiled as Parts of Reform Plan
While commuters are waiting for the Bangkok Mass Transit Authority’s procurement of 489 brand new buses to be concluded, the Land Transport Department is introducing two new routes and buses to help connect the inner area of Bangkok with areas outside the city center.

The first new service runs from Chakri Naruebodindra Medical Institute in Samut Prakan to Ramathibodi Hospital in Bangkok via the expressway.  This service originally offered free rides during the first five days of its service, or during January 16 and 20, before the free service got expanded to the end of January due to positive responses from commuters.

Marat Transport Co. Ltd., which was awarded the concession of the two routes, employs 16 air-conditioned buses equipped with 31 seats and ample space for standing passengers while offering a minimum of 48 daily trips.  Fare ranges from 13 baht to 25 baht, depending on the distance, after the free period is over.

The company is planning to unveil its second route, which will run between Rajamangala University of Technology Rattanakosin - Salaya to Mo Chit BTS Station, tentatively in the middle of February.

For this route, Marat Transport plans to employ 18 air-conditioned microbuses — each of which is equipped with 21 seats and no standing space.  This route is set to see at least 48 daily trips and charge a flat fare of 40 baht.

And as it’s planning the third service between the Government Complex and Chulabhon Hospital, the Land Transport Department is pushing to find new concessionaires to help open a total of 50 new routes by the end of this year.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments