728 x 90

ผู้ประกอบการปรับสูตร รับภาษีน้ำหวานเพิ่ม

img

ภายหลังจากกรมสรรพสามิตได้ประกาศอัตราภาษีใหม่เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันให้ผู้ประกอบการเครื่องดื่มต้องปรับตัวเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น โดยออกกลยุทธ์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ นำเสนอเครื่องดื่มใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเน้นจุดขายสูตรน้ำตาลน้อย ตอบรับกระแสรักสุขภาพ หรือเลือกแนวทางปรับสูตรเครื่องดื่มที่มีอยู่เดิมด้วยการลดปริมาณน้ำตาล
สถิติการบริโภคน้ำตาล และสำรวจตลาดเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลน้อย
คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจไทยยังไม่ดีนัก แต่โออิชิกรุ๊ป สามารถรักษายอดขายได้ในระดับทรงตัว และสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างดีเยี่ยมในปี 2560 (1 ต.ค. 59 – 30 ก.ย. 60) รวมทั้งสิ้น 13,551 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.6% จากปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 6,497 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมา (-0.8%) ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มมีรายได้ 7,054 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมาเช่นกัน (-0.4%)  แต่ในแง่กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้น ได้ผลกำไรสุทธิรวม 1,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% จากปีก่อน

“ที่ผ่านมาบริษัทจะให้น้ำหนักกับสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวจะเข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมการบริโภค และนโยบายของภาครัฐที่ต้องการควบคุมเรื่องความหวานโดยการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สำหรับแบรนด์โออิชิ มีซับแบรนด์อย่างคาบูเซฉะ ที่อยู่ในกลุ่มชาพร้อมดื่มพรีเมียม มีทั้งหมด 2 สูตร คือ สูตรไม่มีน้ำตาล และสูตรน้ำตาลน้อย”

ส่วนปี 2561 ยังคงสานต่อกลยุทธ์มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมให้ติดตลาดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโออิชิ ฟรุตที หรือชารสผลไม้ ล่าสุดกับการออกผลิตภัณฑ์โออิชิ ส้มยูซุผสมวุ้นมะพร้าว พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง
อัตราภาษีเครื่องดื่มความหวาน ภายใต้ พ.ร.บ. สรรพสามิตฉบับใหม่
ทั้งนี้ ผลการดำเนินการปี 2560 ช่วงเดือนม.ค.-ก.ย. โออิชิ กรีนที ครองส่วนแบ่งการตลาดชาเขียวพร้อมดื่มอยู่ที่ 46% ขณะที่คู่แข่งอิชิตันอยู่ที่ 34% ซึ่งนับว่าโออิชิ กรีนที ยังรักษาตำแหน่งผู้นำอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นได้เช่นเคย

ด้านคุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด ผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม เปิดเผยว่า ในปี 2561 นั้น คาดว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ผู้ประกอบการเครื่องดื่มต่างเร่งอัดงบทำกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าใหม่ รวมถึงจะใช้งบทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายทั้งการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเพื่อกระตุ้นการสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำโปรโมชั่น ณ จุดจำหน่ายสินค้าและตู้แช่สินค้าเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น จึงมั่นใจว่าตลาดเครื่องดื่มในปีนี้จะคึกคักและมีสีสันกว่าทุกปีอย่างแน่นอน

“สำหรับ เซ็ปเป้ เรามีทีมงานด้านวิจัยและพัฒนาที่เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว นอกจากนี้ เป้าหมายระยะยาวของเราก็ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดีขึ้นตามพันธกิจของบริษัทฯ สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ส่วนแผนทำการตลาดในปีนี้ บริษัทฯ จะตอกย้ำจุดแข็งด้านนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สุขภาพและสร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่ง โดยมีแผนแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นนวัตกรรม เพื่อทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ”

ขณะที่เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำในเครือ เป๊ปซี่โคล่า ได้เปิดตัว “มิรินด้า มิกซ์-อิท” (Mirinda MIX-IT) เครื่องดื่มซ่าที่มาพร้อมกลิ่นผลไม้ ด้วยสูตรน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มล. จึงได้รับตราสัญลักษณ์โภชนาการเครื่องดื่ม “ทางเลือกสุขภาพ” ด้วย

ด้าน บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ก็เพิ่งแถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี ปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายและโลกที่เปลี่ยนไป และยึดถือผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ยังคงได้รับความนิยมสูงคือ “โค้กซีโร่” ไม่มีน้ำตาล

เทรนด์เครื่องดื่มสุขภาพเติบโต
ผลสำรวจการบริโภคน้ำตาลของคนไทยล่าสุด พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยถึง 28 ช้อนชาต่อคนต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่แนะนำไว้แค่วันละ 6 ช้อนชาถึง 4.7 เท่า ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญของโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งแหล่งที่มาของการบริโภคน้ำตาลมากเกินความจำเป็น เกิดจากเครื่องดื่มพร้อมดื่มนานาชนิด จึงเป็นเหตุผลหลักที่รัฐออกมาตรการจัดเก็บภาษีน้ำตาลที่มีค่าความหวานเกิน 0-6 กรัม ต่อ 100 มล. 

อีกทั้งกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยมีฐานที่ใหญ่ขึ้น โดยคิดเป็นร้อยละ 9.9 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมากเป็นอันดับสองของอาเซียนรองจากสิงคโปร์ ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมีมากขึ้นด้วย

โดยหนึ่งในธุรกิจที่จะเติบโตในยุคนี้เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุด้วยคือ สินค้าอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มาแรง ได้แก่ เครื่องดื่มสูตรน้ำตาลน้อยหรือไม่ใส่เลย อาหารไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล ผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันหรือช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง เบาหวาน และระบบย่อย เป็นต้น 

นับจากนี้อีกปีกว่าๆ อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ของเครื่องดื่มความหวานก็จะประกาศใช้จริง ซึ่งนอกจากผู้ประกอบการจะปรับแผนการตลาดโดยลดปริมาณน้ำตาลลงในผลิตภัณฑ์เดิมแล้ว ก็ยังแข่งกันออกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีกด้วย นับเป็นผลดีต่อตัวผู้บริโภค ที่มีทางเลือกในการบริโภคเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น 


คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
“สำหรับแผนกลยุทธ์ในปี 2561 ภารกิจหลัก คือ การรักษาตำแหน่งผู้นำอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นและเติบโตอย่างยั่งยืน  อีกทั้งยังมุ่งหน้าต่อไปสู่เป้าหมายใหญ่ คือ เบอร์ 1 ธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม ของอาเซียน ด้วยการ Recruit คนใหม่ๆ เข้ามาทดลองสินค้าผ่านนวัตกรรม และรวมไปถึงสินค้าเพื่อสุขภาพ”
คุณนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด
“ปีนี้เรามีการเสริมทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เข้ามาช่วยสร้างความแข็งแกร่งเพื่อรองรับแผนการรุกขยายตลาด โดยเรามีแผนขยายพอร์ตสินค้าทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายตลาดส่งออกในประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยเน้นเครื่องดื่มสุขภาพ ซึ่งมั่นใจว่าจากแผนการดำเนินงานปีนี้จะส่งผลให้ SAPPE มีอัตราเติบโต 10% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”
คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด

[English]
Thailand’s Sweet Drinks Continue Thriving with Healthy Beverage Trend

Thailand’s beverage industry has seen fierce battle in 2017 when players tried to win the biggest-possible market share.  The main tactic seen in the past year was anything but low-sugar drinks to catch up with the healthy trend, particularly after the Excise Department introduced new tax rate for sugary drinks.

Oishi Group Public Company Limited, the producer of a leading green tea drink, said that the company managed to retain its sales and generated a 28.5% net profit growth in 2017 despite unfavorable economic condition, which has been attributed to the introduction of sugar-free and low-sugar bottled drinks.

Such an approach has earned the company 46% of the market share, compared with its main rival, Ichitan, which held a 34% market share in 2017.

With such success, the company has planned to continue its strategy that focuses on innovative drinks to catch up with the market in 2018 

Meanwhile, Sappe Public Company Limited — a leader in healthy and beauty drink segment, said that the company forecast Thailand’s drink industry to recover further in 2018 when business operators will likely boosting marketing spending to build public awareness of new products along sales promotional campaigns to encourage retailers to stock up on supplies and push for higher sales.

The healthy trend has truly caught up with other players, including Pepsi-Cola (Thailand) and Thai Nam Thip — both of whom are producers and distributors of cola drinks, with the launch of a new drink with low sugar and the focus on technological innovation to cater to consumer demand, respectively.

 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments