728 x 90

ตลาดสายการบินโลว์คอสต์สดใส รับการท่องเที่ยวโต

img

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TATIC) ระบุว่า ปี 2560 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยประมาณ 35 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 11.7

โดยประเทศที่มีเที่ยวบินเข้ามาประเทศไทยมากที่สุดคือ จีน 50,724 เที่ยวบิน 9,578,554 ที่นั่ง ตามด้วยสิงคโปร์ 17,493 เที่ยวบิน 3,632,127 ที่นั่ง อันดับ 3 มาเลเซีย 16,176 เที่ยวบิน 2,927,419 ที่-นั่ง อันดับ 4 ฮ่องกง 12,046 เที่ยวบิน 3,111,385 ที่นั่ง และอันดับ 5 เวียดนาม 10,520 เที่ยวบิน 2,173,696 ที่นั่ง โดยเป็นชาติจากทวีปเอเชียทั้งหมด

ในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนในตลาดกว่า 1 ใน 4 หรือเกือบ 10 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และมีแนวโน้มขยายตัวไปเรื่อยๆ 


ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะต้นทุนการเดินทางทางเครื่องบินที่ต่ำลง รวมถึงการแข่งขันกันของสายการบินต้นทุนต่ำที่ขยันออกโปรโมชั่นกันต่อเนื่อง ผสานกับเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ FIT (Free and Independent Traveler) หรือการเดินทางด้วยตัวเอง ทำให้การโดยสารด้วยเครื่องบินราคาประหยัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่า สำหรับแนวโน้มด้านการท่องเที่ยวปี 2561 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเติบโตขึ้นราวๆ ร้อยละ 9 หรือคิดเป็น 2 ล้านล้านบาท และรายได้จากไทยเที่ยวไทยอีก 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 3 ล้านล้านบาท

ตลาดสายการบินทั่วโลก
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เผยผลประเมินอุตสาหกรรมโดยรวมของตลาดสายการบิน พบว่า สายการบินในภูมิภาคเอเชียครองส่วนแบ่งตลาดซึ่งวัดจากจำนวนผู้โดยสารมากที่สุด ร้อยละ 35 ถัดมาคือยุโรป ร้อยละ 26 อเมริกาเหนือ ร้อยละ 24 ละตินอเมริกา ร้อยละ 7 ตะวันออกกลาง ร้อยละ 5 และ แอฟริกา ร้อยละ 2 

โดยคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในปี 2579 พบว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีความโดดเด่นอย่างมาก ผู้โดยสารชาวจีนจากปี 2560 จะเพิ่มขึ้นอีก 921 ล้านคน เป็น 1.5 พันล้านคน ตามด้วยสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 401 ล้านคน เป็น 1.1 พันล้านคน อินเดีย เพิ่มขึ้น 337 ล้านคน เป็น 478 ล้านคน อินโดนีเซีย เพิ่ม 235 ล้านคน เป็น 355 ล้านคน และ ตุรกี เพิ่ม 119 ล้านคน เป็น 196 ล้านคน
ชาติที่บินมาไทยมากที่สุดปี 2560
จะเห็นว่า ในอนาคตผู้โดยสารชาวจีนจะแซงหน้าสหรัฐฯ กลายเป็นตลาดการเดินทางทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ผู้โดยสารชาวอินเดียเองจะขยายตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำ โดยเหตุผลที่คนอินเดียเดินทางท่องเที่ยวโดยเครื่องบินมากขึ้นเพราะมีรายได้มากขึ้น จำนวนชนชั้นกลางและประชากรในวัยทำงานเพิ่มมากขึ้น

สายการบินโลว์คอสต์ไทยที่น่าจับตา
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสายการบินของไทยเติบโตกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปี 2560 น่าจะเป็นผลมาจากที่ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) หน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบินระดับโลก ประกาศให้ไทยได้รับการปลดธงแดงออกจากหน้าชื่อประเทศ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2560 หลังจากติดธงแดงมานานกว่า 2 ปี ทำให้ที่ผ่านมาสายการบินที่จดทะเบียนในไทยถูกลดความน่าเชื่อถือ ได้รับผลกระทบทั้งการห้ามเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ ห้ามเพิ่มความถี่เที่ยวบิน และบางประเทศไม่อนุญาตให้บินเข้าประเทศด้วย

โดยจากนี้ไปสายการบินที่จดทะเบียนในไทยและได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะสามารถเปิดเส้นทางบินไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ได้ตามปกติ ทำให้สายการบินโลว์คอสต์หลายรายมีผลประกอบการดีขึ้น

อาทิ นกสกู๊ต สายการบินราคาประหยัดระหว่างประเทศ ซึ่งก่อตั้งโดยนกแอร์ สายการบินของคนไทย และ สกู๊ต สายการบินราคาประหยัดจากสิงคโปร์ ล่าสุด เผยผลการดำเนินงานปี 2560 ระบุว่า มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 จากปี 2559 เป็นประมาณ 5,600 ล้านบาท โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งปี 1.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 37 มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 87 จากร้อยละ 79 ในปี 2559
ส่วนแบ่งการตลาดของสายการบินภูมิภาคต่างๆ ปี 2560
นายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต เปิดเผยว่า ภายหลังจากการปลดธงแดงของ ICAO ทำให้ นกสกู๊ตสามารถเดินหน้าตามแผนการขยายเส้นทางตามที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ได้ โดยได้เปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ-ซีอาน และได้เพิ่มความถี่ในเส้นทางบินสู่เมืองเทียนจิน ชิงเต่า และเสิ่นหยาง ประเทศจีน

สำหรับปี 2561 มีแผนที่จะขยายฝูงบินด้วยการเพิ่มเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีกอย่างน้อย 1 ลำ เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางบินใหม่แบบประจำ ไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 แตะที่หนึ่งหมื่นล้านบาท และจะมีจำนวนผู้โดยสารมากถึง 2 ล้านคนในปีนี้

ด้าน เวียตเจ็ท สายการบินในประเทศเวียดนามรายแรกซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซใหม่ล่าสุด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการมากมายแก่ผู้บริโภค ซึ่งได้รับรางวัล “สายการบินต้นทุนต่ำที่ดีที่สุดในเอเชีย” ในงานประกาศผลรางวัล TTG Travel Awards 2015 

ล่าสุด เผยรายได้รวมปี 2560 อยู่ที่ 5,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.7 จากปีก่อนและสูงกว่าแผนประมาณการร้อยละ 0.6 ให้บริการแก่ผู้โดยสาร 17.11 ล้านคน มีรายรับเฉพาะธุรกิจการขนส่งทางอากาศที่ 3,111 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมา ร้อยละ 41.8 สูงกว่าแผนประมาณการที่กำหนดไว้ ร้อยละ 4.6

นอกจากนี้ ยังมีแผนการขยายเครือข่ายเส้นทางให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคต่อไปและได้เตรียมการทำสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินลำใหม่ที่ทันสมัยจำนวนมากจากบรรดาผู้ผลิตอากาศยานชั้นนำระดับโลก

ขณะที่ ไทยไลอ้อนแอร์ สายการบินต้นทุนต่ำในประเทศไทย ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างสายการบินไลอ้อนแอร์ อินโดนีเซีย และกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย เปิดให้บริการในวันที่ 29 พ.ย. 2556 ซึ่งนับเป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่น่าจับตามองมากที่สุด ด้วยกลยุทธ์ที่น่าสนใจและได้ผลอย่างมาก คือ กลยุทธ์ด้านราคา พร้อมเสริมบริการที่ดึงดูดใจอย่างการโหลดกระเป๋าฟรี 15 กิโลกรัม ไม่บวกภาษีน้ำมัน แถมไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจอง โดยปี 2559 มีรายได้รวม 8,523 ล้านบาท ให้บริการผู้โดยสาร 7.5 ล้านคน มีการเติบโตขึ้นมากถึงร้อยละ 84 เมื่อเทียบกับปี 2558 

โดยปัจจุบันตลาดจีนสร้างรายได้ให้กับไทยไลอ้อนแอร์มากที่สุด 35-40% จาก 18 เส้นทางบินในประเทศจีน โดยโครงสร้างตลาดที่แข็งแกร่งขึ้นเนื่องจากมีตลาด FIT มาเสริม

นายอัศวิน  ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เปิดเผยว่า เป้าหมายปี 2561 คือการบรรทุกผู้โดยสาร 13-15 ล้านคน  ซึ่งเป็นการเติบโตตามอัตราที่นั่งที่จะเพิ่มขึ้นจากฝูงบินที่รวมเป็น 35 ลำ ขณะที่อัตราบรรทุกเฉลี่ยจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 89 โดยยังตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดสายการบินโลว์คอสต์ในประเทศ และล่าสุด ได้เปิดเส้นทางบินปฐมฤกษ์ บินตรงจาก “กรุงเทพฯ-มุมไบ” และ กรุงเทพฯ-ไทเป” อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผลจากการปลดธงแดงให้กับประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นการสร้างโอกาสให้ธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ขยายเส้นทางการบินใหม่ๆ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น และที่สำคัญ เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นของ ICAO และนานาประเทศที่มีต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่ได้ทำหน้าที่กำกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน และความเหมาะสมของการเดินอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน 


คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต
“ภายหลังจากการปลดธงแดงของ ICAO ทำให้นกสกู๊ตสามารถเดินหน้าตามแผนการขยายเส้นทางตามที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ได้ โดยในปี 2560 สายการบินนกสกู๊ตเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ประกอบกับการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างเข้มข้น รวมทั้งการใช้งานเครื่องบินอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการลดต้นทุนต่อหน่วย ทำให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นปีที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด นับตั้งแต่สายการบินเปิดให้บริการมาในปี 2557”
คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต

[English]
Booming Tourism Means Bright Future Awaits Low-Cost Airliners

ompetition among no-frills airlines continues to be fierce in Thailand as they have never been less aggressive in employ pricing and marketing tactics to capture the attention of air travelers. The recent removal of Thailand’s red flag status by the International Civil Aviation Organization has also made it possible for them to fly to and from new destinations and bring in more foreign visitors.

According to the Tourism Authority of  Thailand – Intelligence Center, around 35 million foreign travelers visited Thailand in 2017 when tourism revenue from them totaled about 1.8 trillion baht – an 11.7% year- over-year rise.

In addition to lower traveling cost, the FIT (Free and Independent Traveler) trend has also been credited to Thailand’s ongoing booming tourism and bright outlook for  low-cost airlines.

And now that Thailand’s aviation safety is no longer questioned following the  removal of ICAO’s red flag, it looks highly likely that Thai-registered no-frills airline operators, which have been  certified with the Air Operator Certificate (AOC) by the Civil Aviation Authority of Thailand, will work harder to expand their services.

Among them are NokScoot – a joint  venture of Thailand’s Nok Air and  Singapore based Scoot, which is planning to add at least one more aircraft to its fleet in 2018 to ccommodate its increased flights to Japan and South Korea – a plan that is expected to help boost the company’s revenue by over 80% and passenger number to two million this year.

Meanwhile, Thai Lion Air is aiming to boost its passenger number to between 13 million and 15 million after expanding its fleet to 35 aircraft this year.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments