728 x 90

เส้นทางสินค้าเกษตรจากไทยสู่ตลาดจีน

img

นับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทุเรียนเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากมายตามสื่อต่างๆ  หลังจากที่ แจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา ได้เดินทางมาประเทศไทย และประกาศความร่วมมือระหว่างอาลีบาบา กรุ๊ปและรัฐบาลไทยในการผลักดันสินค้าเกษตรต่างๆ ของไทยเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน  BLT จะพาไปชมนาข้าวในจังหวัดฉะเชิงเทรา สวนทุเรียนและศูนย์กลางรับซื้อผลไม้ในจังหวัดจันทบุรี แหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพของไทย  ขั้นตอนต่างๆ ของทุเรียน ตั้งแต่การตัดจากต้นจนถึงจัดเรียงใส่ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน 

จากโปรโมชั่นขายทุเรียนล่วงหน้าบนเว็บไซต์ Tmall เมื่อเร็วๆ นี้ ที่มียอดสั่งซื้อจากผู้บริโภคชาวจีนถึง 130,000 คำสั่งซื้อ โดยเป็นยอดสั่งซื้อทุเรียนหมอนทองในนาทีแรกที่เปิดจองถึง 80,000 ลูก  ถึงแม้จะมีคำสังซื้อเป็นจำนวนมากแต่ทุเรียนที่จะส่งออกไปประเทศจีนก็ยังคงต้องมีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม  เพราะการจะส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตลาดจีนได้นั้น ต้องผ่านมาตรฐานการส่งออกของไทย และมาตรฐานการนำเข้าสินค้าเกษตรของจีน  การได้มาเยี่ยมชมถึงแหล่งผลิตในครั้งนี้  จะได้เห็นว่าสินค้าเกษตรของไทยที่ขายบนเว็บไซต์ Tmall ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิ หรือทุเรียนหมอนทอง ต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว คัดเลือก ก่อนที่จะส่งออกจากประเทศไทย       

การเดินทางเริ่มต้นจากการเยี่ยมชมนาข้าวที่ชาวนาร่วมกับผู้ค้าข้าวให้กับเว็บไซต์ Tmall  บริษัท เอเชีย โกลเด้น ไรซ์ นำพันธุ์ข้าวมาทดลองปลูกเพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวขาวที่ไม่ใช่พันธุ์หอมมะลิ แต่มีความนุ่ม และมีรสชาติที่มีความหวานที่คนจีนชื่นชอบ ผู้ค้าข้าวไทยมีการค้นคว้าวิจัยข้าวพันธุ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่ให้น้ำตาลต่ำ เหมาะกับผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนาพันธุ์ข้าวชนิดต่างๆ ส่งผลดีให้กับทั้งเกษตรกรและผู้ค้าข้าวให้สามารถขยายตลาดได้มากขึ้น และผู้บริโภคชาวจีนเองก็มีทางเลือกเพิ่มขึ้นด้วย                                       

จากนั้นมุ่งสู่จังหวัดจันทบุรี แหล่งปลูกทุเรียนพันธุ์ดีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แวะสวนทุเรียนเนื้อที่มากกว่า 100 ไร่ ของนายบุญเรือง ประทุม ในตำบลเขาสระบาป อำเภอขลุง นายบุญเรืองเอง นับว่าเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในแต่ละปีสามารถสร้างผลผลิตได้ถึง 100 ตัน และเป็นผลผลิตคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม จนศูนย์รับซื้อผลไม้หลายรายต้องจับจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มฤดูการผลิตกันเลยทีเดียว  และส่วนหนึ่งของทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมจากสวนนี้ก็มีขายบนเว็บไซต์ Tmall ด้วย ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่ดีขึ้น  



นายบุญเรืองกล่าวถึงวิธีการปลูกทุเรียนให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพว่า  “การปลูกทุเรียนให้ได้คุณภาพดีนั้น ต้องเริ่มจากการดูแลบำรุงดิน การให้ปุ๋ย การตัดดอก การคัดลูกติดต้น ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากและต้องใช้ประสบการณ์ดูว่าลูกไหนควรตัดทิ้ง ลูกไหนควรเก็บไว้ จะเก็บไว้มากน้อยแค่ไหนจึงจะให้ได้ผลที่พอดีและสมบูรณ์ จากนั้นเป็นการแต่งกิ่ง ผูกโยงเชือกเพื่อรับน้ำหนักเมื่อผลทุเรียนโตเต็มที่ และขั้นตอนสุดท้าย คือ การเฝ้ารอให้ทุเรียนแก่จัดพร้อมตัดจากต้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาราว 120 วัน ต้องใช้คนงานที่มีประสบการณ์ในการคัดผลที่แก่จัดก่อนตัด การโยน การรับ ซึ่งต้องทำได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว และเสียหายน้อยที่สุด” 



จากนั้น ทุเรียนจะถูกส่งต่อไปยัง ศูนย์กลางรับซื้อผลไม้ ซูเปอร์ฟรุต ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งทุเรียนหมอนทองให้กับ Tmall พร้อมนำชมและอธิบายวิธีการ และขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก คัดเกรด บรรจุลงกล่อง และจัดเรียงใส่ตู้คอนเทนเนอร์พร้อมส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งขั้นตอนที่ให้ความสนใจมากที่สุดคือ การเคาะทุเรียนเพื่อตรวจดูคุณภาพของทุเรียน หากเคาะแล้วมีเสียงโปร่งๆ กลวงๆ แสดงว่าทุเรียนแก่จัด ได้คุณภาพเหมาะกับการส่งออก 



นางสาวจรินทร์ ศิริการ เจ้าของศูนย์ฯ เล่าว่า  “เราจะเลือกตัดทุเรียนที่สุกราว 70-80% เพื่อให้ทุเรียนสุกพร้อมรับประทานพอดีเมื่อส่งถึงประเทศจีน เมื่อคัดเกรดทุเรียนออกเป็น เอ บี และซี แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุลงกล่องๆ ละ 5 – 6 ลูก หรือกล่องละ 18.5 กิโลกรัม จากนั้นจะลำเลียงขึ้นรถตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งบรรจุได้ตู้ละ ประมาณ 900 กล่อง ในแต่ละวันจะมีรถตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทุเรียนจากที่ศูนย์รับซื้อแห่งนี้ประมาณวันละ 2- 4 คัน ผ่านไปตามเส้นทางสู่ภาคอีสานสิ้นสุดที่จังหวัดนครพนม ข้ามแดนผ่านไปยังประเทศลาว เวียดนาม ก่อนเข้าสู่ชายแดนประเทศจีน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 วันจากจังหวัดจันทบุรีถึงประเทศจีน”      

“ความต้องการผลไม้ไทยที่มากขึ้นจากตลาดจีนจะส่งผลดีให้กับธุรกิจส่งออกของเราในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือโอกาสการทำงานที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับแรงงานในพื้นที่  ชาวสวนเองก็สามารถขายผลผลิตได้ราคาดี รู้ถึงความต้องการของตลาด ทำให้สามารถบริหารจัดการกับผลผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” 





ความร่วมมือของอาลีบาบา กรุ๊ป กับภาครัฐในการผลักดันสินค้าเกษตรของไทยเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนที่เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ โดยขายผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ TMall นั้น จะทำให้เกษตรกรมีช่องทางการตลาดการขายเพิ่มขึ้น  และด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคของอาลีบาบา เกษตรกรสามารถนำข้อมูลมาวางแผนการเพาะปลูก คาดการณ์ปริมาณผลผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด จัดการระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ให้รวดเร็วและทันกับความต้องการของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น ผู้ค้าข้าว ได้นำข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคไปพัฒนาสแน็คที่ทำจากข้าวทำให้ได้รสชาติที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ ประโยชน์ต่างๆ ที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพของเกษตรรายย่อยและผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากโอกาสทางการค้าที่เปิดกว้างมากขึ้นในตลาดโลก   อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นตามไปด้วย

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments