728 x 90

คนไทยเที่ยวบ่อย ดันธุรกิจการบินโตสูง

img

จากผลสำรวจระบุว่า คนไทยเดินทางท่องเที่ยวบ่อยที่สุดในโลกและมีเที่ยวบินสูงที่สุดเฉลี่ย 10.1 เที่ยวบินต่อคนต่อปี ส่งผลให้สายการบินในประเทศกวาดกำไรเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสแรก โดยเฉพาะการเพิ่มเส้นทางบินในประเทศสอดรับกับนโยบายเที่ยวเมืองรองของภาครัฐ

คนไทยบินบ่อย เฉลี่ย 10.1 เที่ยวบิน/คน/ปี
ทุกวันนี้การเดินทางด้วยเครื่องบินได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสะดวกสบาย รวดเร็ว และราคาไม่สูงนัก ส่งผลให้มีการแข่งขันทางการตลาดของอุตสาหกรรมการบินอย่างดุเดือด โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ มีการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันเป็นอย่างมาก เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด ทำให้สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

โดยผลสำรวจจากเอ็กซ์พีเดียระบุว่า คนไทยเดินทางท่องเที่ยวบ่อยที่สุดในโลกและมีเที่ยวบินสูงที่สุดเฉลี่ย 10.1 เที่ยวบินต่อคนต่อปี โดยมีญี่ปุ่นและอินเดียตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 
คนไทยเดินทางบ่อยที่สุดในโลก

ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้ว นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเดินทางแบบเที่ยวเดียว 5 เที่ยวต่อคนต่อปี แบ่งเป็นเที่ยวบินส่วนบุคคล และเที่ยวบินเพื่อธุรกิจ ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวในชั้นประหยัดจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนบุคคลโดยเฉพาะ ส่วนการเดินทางเพื่อธุรกิจของชาวอเมริกันและชาวไทยมีแนวโน้มที่จะเดินทางในเที่ยวบินชั้นประหยัดแบบพรีเมียมหรือสูงกว่า ส่งผลให้สายการบินต้นทุนต่ำได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ผลประกอบการโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สายการบินโลว์คอสต์ปลื้ม กวาดกำไรไตรมาสแรก
หลังผ่านไตรมาสแรกมา ธุรกิจสายการบินต่างๆ เริ่มทยอยออกแถลงผลประกอบการ ซึ่งล้วนมีทิศทางที่ดี ล่าสุด นกสกู๊ต สายการบินราคาประหยัดระหว่างประเทศ ซึ่งก่อตั้งโดยนกแอร์จากประเทศไทย และสกู๊ตจากประเทศสิงคโปร์ เผยผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกของปี 2561 เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 37.05 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่มีผลกำไรเพียง 9.99 ล้านบาท
คนไทยเดินทางบ่อยที่สุดในโลก
คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรก นกสกู๊ตได้เพิ่มอัตราค่าโดยสารขึ้นประมาณร้อยละ 10.20 จากผู้โดยสารต่อหนึ่งเที่ยวบินเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 311,165 คน เพิ่มมากขึ้นกว่า 57,909 คน รวมถึงเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจาก 684 ถึง 883 เที่ยวบิน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำที่ 4 เข้ามาในฝูงบิน 

โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 120 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และมียอดรวมผู้โดยสารจำนวน 1.88 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 76 เทียบกับปีก่อน พร้อมทั้งเตรียมขยายเส้นทางในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ภายในปีนี้ ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชียเดินหน้ารุกหนักตลาดภายในประเทศ สอดรับนโยบายเที่ยวเมืองรองของภาครัฐ ส่งผลให้รายได้ในไตรมาสแแรกปี 2561 ทำสถิติสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คุณธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกมีรายได้รวม 11,642.8 ล้านบาท และทำสถิติกำไรสุทธิที่ 1,834.6 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) อยู่ที่ร้อยละ 91 เพิ่มขึ้น 2 จุด โดยมีจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 5.64 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 สูงกว่าปริมาณที่นั่งที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

โดยไตรมาสแรก บริษัทฯ เดินหน้าตามแผนตอกย้ำการเป็นผู้นำและสร้างความแข็งแกร่งของตลาดภายในประเทศอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับทิศทางและนโยบายรัฐเที่ยวเมืองรอง สำหรับเส้นทางบินใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคือ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่ระนอง และชุมพร ทำให้ไทยแอร์เอเชีย เป็นสายการบินที่มีเที่ยวบินครอบคลุมภาคใต้มากที่สุด รวม 9 ปลายทาง 19 เส้นทางบิน 69 เที่ยวบินต่อวัน

ด้านบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ผู้ให้บริการธุรกิจการบินครบวงจร ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2561 มีรายได้รวม 53,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว กำไรสุทธิ 2,717 ล้านบาท ลดลง 14% และมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 6.25 ล้านคน ต่ำกว่าปีก่อนร้อยละ 4.1

คุณอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทฯ ได้จัดทำแผนฟื้นฟูธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผลการดำเนินงานมีกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการที่เทียบเคียงมาตรฐานชั้นนำ โดยปัจจุบันมีจำนวนเครื่องบินที่ใช้ในการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 จำนวน 104 ลำ

ขณะที่สายการบินสัญชาติเวียดนามอย่างเวียตเจ็ท ที่เป็นต้นเครือข่ายของสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ สัญชาติไทย แถลงข้อมูลงบการเงินรวมของไตรมาสแรกปี 2561 มีรายได้ที่ 12,560 พันล้านดอง หรือประมาณ 17.50 พันล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 146% สืบเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้น ตลอดจนบริการเสริมและรายได้จากการขายและเช่ากลับของอากาศยาน รวมถึงการเพิ่มจำนวนเครื่องบินและการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่ๆ ซึ่งช่วยสร้างรายได้จากการขนส่งทางอากาศถึง 8.40 พันล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 52 ทำให้ผลกำไรจากธุรกิจหลักของเวียตเจ็ทเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 74 จากปีที่ผ่านมากว่า 1.03 พันล้านบาท สำหรับรายได้จากบริการเสริมก็เพิ่มสูงขึ้นที่ 2.54 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 64

ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้บริษัทมีผลกำไรสุทธิ 2,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 135 จากปีก่อน ในขณะเดียวกัน การเพิ่มต้นทุนการขายและการบริหารจัดการยังมีอัตราต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเติบโตของรายได้บริษัท

สำรวจพฤติกรรมนักเดินทางบนเครื่องบิน
เมื่อนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางด้วยเครื่องบินมากยิ่งขึ้น จึงมีการทำผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้บริการบนเครื่องบิน ประจำปี 2561 จากเอ็กซ์พีเดีย เผยว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมใช้บัตรผ่านขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) แบบกระดาษ ร้อยละ 47 และอีกร้อยละ 32 นิยมใช้รวมกันทั้งแบบกระดาษและบัตรผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ขณะที่อีกร้อยละ 21 จะใช้ทางโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน ร้อยละ 28 และชาวอิตาเลียน ร้อยละ 27 ส่วนชาวเบลเยียมและไต้หวัน มีแนวโน้มต่อต้านการใช้บอร์ดดิ้งพาสทางมือถือมากที่สุด 
พฤติกรรมผู้ใช้บริการสายการบิน
ด้านมารยาทบนเครื่องบิน พบว่า เมื่อต้องการเดินผ่านผู้โดยสารที่นอนหลับ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ร้อยละ 42 จะปลุกพวกเขาให้ตื่นและขอร้องให้ขยับ, ร้อยละ 23 จะรอจนกว่าพวกเขาจะตื่น และร้อยละ 20 จะปีนข้ามผู้โดยสารที่นอนหลับ โดยนักท่องเที่ยวในเอเชียมีแนวโน้มที่จะปลุกให้ผู้โดยสารที่หลับตื่นขึ้น ได้แก่ ชาวฮ่องกง ชาวไทย และ ชาวสิงคโปร์

ส่วนพฤติกรรมและสิ่งที่น่ารำคาญมากที่สุดบนเครื่องบิน ได้แก่ การเตะ/ชน/ดึง ที่นั่ง, พวกที่กลิ่นตัวแรง, ผู้ปกครองที่ไม่เอาใจใส่ลูกๆ, พวกชอบละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคล และพวกที่ตื่นตระหนกกับเสียง (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 3 ) 

ขณะที่ผลสำรวจด้านการจองโรงแรมพบว่า คนไทยนิยมจองโรงแรมในเครือใหญ่ ร้อยละ 52, โรงแรมบูติค ร้อยละ 44 ส่วนสัญญาณการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (Wi-Fi) เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก และนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับสูงสุด ถึงร้อยละ 71, ของฟรีต่างๆ เช่น บริการสปา อาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 47, อภินันทนาการอุปกรณ์ในห้องน้ำ ร้อยละ 46 และบริการตู้เย็นในห้องพัก ร้อยละ 45
พฤติกรรมผู้ใช้บริการสายการบิน
อย่างไรก็ตาม แม้พฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการบนเครื่องบินจะมีความหลากหลาย แต่ผลสำรวจดังกล่าว ก็น่าจะเป็นแนวทางให้สายการบินสามารถวางแผนรับมือกับพฤติกรรมของผู้โดยสารที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี พร้อมกับการเดินหน้าตามแผนบริษัทฯ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากสายการบินคู่แข่งอื่นๆ 


คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต
“ในปีที่ผ่านมา นกสกู๊ตเริ่มเป็นที่รู้จักส่งผลให้ มีจำนวนผู้โดยสารสูงขึ้น ก่อให้เกิดรายได้ที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ซึ่งเรารู้สึกพอใจกับผลประกอบการนี้ เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่ดีสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2561”
คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต


Mr. Luu Duc Khanh กรรมการผู้จัดการสายการบินเวียตเจ็ท
“ตลาดการบินของเวียดนามและเอเชียจะยังคงเติบโตอย่างเข้มแข็งในปี 2561 นี้ โดยรัฐบาลไทยยังคงส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นภาคธุรกิจหลัก ซึ่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนเข้าสู่ประเทศ เวียตเจ็ทจึงทำการเพิ่มเครื่องบินและเปิดเส้นทางระหว่างประเทศใหม่ๆ อย่างญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย เพื่อนำไปสู่การเป็นสายการบินข้ามพรหมแดนต้นแบบที่เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์และความสามารถในการแข่งขัน”
Mr. Luu Duc Khanh กรรมการผู้จัดการสายการบินเวียตเจ็ท

[English]
Active Thai Travelers Credited for Airliners’ Improving Performance

A survey by Expedia has shown Thais are the world’s most active travelers and each has been flying 10.1 flights per year – a reason why many domestic airlines have reported higher profits in the first quarter of this year.

As air travel becomes more and more popular, competition among airliners has only been more intensified, particularly among low-cost airlines.

Expedia, an online U.S.-based travel service operator, said that Thais are the biggest travelers in the world, when compared with the result of a global survey, which showed a traveler takes only five flights per year, on average.

According to the latest earnings reports by airlines, most have unveiled satisfactory performances in the first quarter of 2018.  For instance, Nokscoot – a low-cost airline introduced under a joint venture of Thailand’s Nok Air and Singapore-based Scoot – reported a net profit of 37.05 million baht, which represented a surge from 9.99 million baht a year ago.  With more flights added to its schedule, a recent increase in the number of passengers and a planned introduction of new routes to Japan, South Korea and India before the end of this year, Nokscoot predicts its net profit will end at 120 million baht in 2018.

Meanwhile, Thai AirAsia reported 11.64 billion baht in total revenue and a net profit of 1.83 billion baht in 1Q18, when its load factor stood at 91% and 5.64 million passengers flew with them, thanks to its active push to promote domestic travel to more cities – in line with the Thai government’s policy to promote secondary tourist destinations.

However, while Thai Airways International also revealed its 1Q18 revenue grew 7.4% from a year earlier to 53.46 billion baht, its net profit fell 14% year-over-year to 2.7 billion baht, partly due to the fact that its passenger number dropped 4.1% from last year.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments