728 x 90

ตลาดงานปี 2561 ฟื้นตัว บริษัทเล็งจ้างงานเพิ่ม - พนักงานเร่งอัพสกิล

img

ภาพรวมตลาดงานในไทยเริ่มฟื้นตัว คนกรุงเทพฯ มีงานทำเพิ่มขึ้นเกือบ 1 แสนคน ด้านบริษัทมีแผนขยายกิจการ และจ้างงานมากขึ้น ขณะที่คนหางานยังกังวลเรื่องหางานยากจากการแข่งขันอันดุเดือดในยุค Digital Disruption 

คนกรุงเทพฯ มีงานทำเพิ่มขึ้นจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2561 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าตัวเลขผู้มีงานทำมีจำนวน 37.97 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.7 แสนคนจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้ว่างงานมีจำนวน 4.02 แสนคน ลดลง 9.9 หมื่นคน ซึ่งตัวเลขดีขึ้นต่อเนื่อง จากเดือนเมษายน นับว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา

สำหรับสถานการณ์ตลาดงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีกำลังแรงงานรวม 5.46 ล้านคน ซึ่งมีงานทำกว่า 5.4 ล้านคน คิดเป็น 71.1% เพิ่มขึ้นเกือบ 1 แสนคนจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนตัวเลขผู้ว่างงานมีจำนวน 5.08 หมื่นคนคิดเป็น 0.7% ลดลงถึง 2.3 หมื่นคน 

ขณะที่ จ๊อบส์ ดีบี ได้เผยถึงภาพรวมการสรรหาว่าจ้างบุคลากรในไทย โดยผู้ประกอบการให้คะแนนเฉลี่ยในการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดงานไทยปี 2561 อยู่ที่ 4.38 จากคะแนน 7 หมายความว่าสถานการณ์ในตลาดงานจะเหมือนกับปีก่อน ซึ่งทิศทางของผู้ประกอบการในปีนี้   กว่า 50% มีแนวโน้มการจ้างงานมากขึ้นจากการขยายธุรกิจ ขณะเดียวกัน 25% ของผู้ประกอบการจะมีการจ้างงานเฉพาะตำแหน่งที่จำเป็นเท่านั้น โดยที่ยังคงมองหาพนักงานคุณภาพ มีทักษะสูง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดงานในระดับภูมิภาค 

โดยช่วงเวลาที่มีความต้องการการจ้างงานมากที่สุดคือเดือนมกราคม หลังจากที่พนักงานได้รับโบนัสปลายปี และเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่คนเรียนจบและเริ่มหางาน ประกอบกับพนักงานบางส่วนได้รับโบนัสช่วงไตรมาสแรกของปี ซึ่งตำแหน่งงานที่มีความต้องการในตลาดสูงสุดคือ พนักงานขายและพัฒนาธุรกิจ รองลงมาเป็นวิศวกร และธุรการและงานบุคคล จากปัจจัยที่มีอัตราการลาออกสูง รวมถึงกระแสโลกาภิวัฒน์ และความต้องการด้านทักษะที่เปลี่ยนแปลงไป 

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก เป็น กลุ่มธุรกิจที่มีการประกาศจ้างงานมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ธุรกิจการผลิต ธุรกิจเทรดดิ้ง ธุรกิจไอที และธุรกิจบริการด้านการเงิน ซึ่งธุรกิจทั้ง 5 กลุ่มนี้ยังมีอัตราความต้องการบุคคลากรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 
สถานการณ์ตลาดงานปี 2561
ตลาดงานยุคดิจิทัลแข่งขันกันเดือด
ถึงแม้ตลาดงานในไทยจะมีทิศทางเชิงบวก แต่ผู้หางานยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์จ้างงาน ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 53% ไม่มั่นใจว่าในปีนี้จะหางานได้ง่าย เนื่องจากการแข่งขันตามสายงานมีความเข้มข้นขึ้น ประกอบกับผู้ที่เรียนจบใหม่มีความสามารถมากขึ้น แม้ว่าจะมีบริษัทเปิดกิจการและขยายธุรกิจมากขึ้น อีกทั้งบริษัทจากต่างประเทศก็เข้ามาเปิดกิจการในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากลุ่มโซนเอเชียเหนือ จึงทำให้ผู้หางานจำเป็นต้องพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ทั้งด้านภาษา การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรที่มีความแตกต่าง รวมถึงต้องเรียนรู้ด้านไอทีและโลกดิจิทัลในยุค Digital  Disruption 

ขณะเดียวกันผู้หางานมีมุมมองว่า ธุรกิจสารเคมี พลาสติก กระดาษ และปิโตรเลียม และธุรกิจยานยนต์ เป็นกลุ่มที่มีการเติบโต และมีอัตราผลตอบแทนสูง ส่วนธุรกิจขายส่งและธุรกิจการผลิต ซึ่งเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริงนั้น มีอัตราการเติบโตของการลงประกาศงานในจำนวนที่สูง รวมถึงปัจจัยเรื่องค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ของพนักงานระดับบริหารที่น่าดึงดูดใจผู้หางาน ซึ่งค่าตอบแทนที่สูงขึ้นทั้งเงินเดือนและโบนัสเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนเปลี่ยนงาน

ทั้งนี้ จ๊อบส์ ดีบี ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ตลาดงานในไทยว่า ความนิยมของผู้หางานหน้าใหม่ไม่ได้มองที่ตำแหน่งงาน หากแต่มองที่ตัวบริษัท อย่างกลุ่มสตาร์ทอัพ เนื่องจากได้ทำงานหลากหลาย สามารถเรียนรู้กระบวนการทำงานได้ทุกขั้นตอน ซึ่งสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ต้องการก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการเองในอนาคต ขณะเดียวกันบางส่วนยังมีความต้องการร่วมงานกับองค์กรขนาดใหญ่ เพราะจะได้เรียนรู้งานที่ลึกกว่า ทั้งนี้ในยุค Digital Disruption จะก่อให้เกิดตำแหน่งงานที่แปลกใหม่มากขึ้น เช่น มาร์เก็ตติ้ง, ดาต้า ที่ต้องมีทักษะเกี่ยวกับดิจิทัล 

ส่วนทักษะของพนักงานไทยที่บริษัทต่างชาติต้องการ นอกจากมองเรื่องทักษะการทำงาน และความพร้อมแล้ว ด้านภาษายังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะภาษาเดียวกับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาเปิดกิจการในไทย อีกทั้งยังต้องเข้าใจเรื่องกฎหมายสากลและประเทศต้นสังกัด กฎหมายเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน

ขณะที่ภาคการศึกษาก็เริ่มมีการขยับตัวในการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้สอดรับการทิศทางของตลาดงานในอนาคตที่จะเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล โดยมนุษย์ในยุค 4.0-5.0 ต้องมีทักษะดิจิทัล ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมได้ รวมถึงสามารถตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีให้ทัน และสามารถเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานการประกอบธุรกิจ และธุรกิจโมเดลใหม่ที่เกิดขึ้นจาก Digital Transformation 
สถานการณ์ตลาดงานปี 2561
ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต (DPU X) เผยถึงการสร้างบุคลากรในโลกอนาคต Future Workforce แห่งศตวรรษที่ 21 ต้องมีทักษะสำหรับการทำงานคือ
1. Sympathetic Developments การทำความเข้าอกเข้าใจ เนื่องจากการทำงานในยุคใหม่จะเริ่มจากการแก้ปัญหา
2. Stakeholder Value Chain Manage การจัดการที่ดีจะสามารถอยู่ในระบบธุรกิจได้
3. Self Awareness รู้ว่าตัวเองเด่นด้านใด

ไม่ว่าเป็นผู้ประกอบการหรือพนักงาน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในตลาดงานยุคใหม่ นอกจากนี้ยังต้องมีทักษะพื้นฐานในเรื่อง Data Literacy หรือสิทธิการบริหารจัดการข้อมูลในโลกดิจิทัล รวมทั้งซอล์ฟสกิล ไม่ว่าจะเป็นทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur Skill) ทักษะการเรียนรู้ที่จะปรับตัวตลอดเวลา (Adaptive Skill) เป็นต้น 


ช่วงเปลี่ยนผ่านของตลาดงานในไทยยังเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อทั้งฟากฝั่งผู้ประกอบการและคนทำงาน การพัฒนาศักยภาพและทักษะให้มีประสิทธิภาพยังเป็นสิ่งที่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ ซึ่งในภาพใหญ่ทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศชาตินั่นเอง  


แองจี้ เอส ดับเบิ้ลยู พัง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการระดับภูมิภาค SEEK Asia
“องค์กรควรเสริมสร้างกลยุทธ์การสรรหาและรักษาพนักงานที่มีความสามารถ รวมทั้งยังต้องเตรียมความพร้อมทั้งในการสร้างและทดแทนผู้หางานที่มีความสามารถสูง และพัฒนาการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะช่วยในการดึงดูดผู้หางานผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ ส่วนฝั่งผู้หางานต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการคัดเลือกที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งต้องพัฒนาศักยภาพและทักษะอยู่ตลอดเวลา”
แองจี้ เอส ดับเบิ้ลยู พัง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการระดับภูมิภาค SEEK Asia
[English]
Thai Employment Market Likely to Recover This Year
There has recently been a positive sign for the employment situation, as the latest survey by the National Statistical Office in May showed, across the country, there were 37.97 million people with job in May, up by about 870,000 from a year ago, while unemployment dropped by 99,000 to some 402,000.  In Bangkok, nearly 100,000 people have found jobs and unemployment rate dropped by some 23,000 as companies said they would be expanding and hiring more.

JobsDB revealed that a survey among entrepreneurs showed more than 50% are looking to expand their businesses and higher more people and some 25% said they would hire people with specific skills for certain positions.

It is expected that job openings will rise in January after the yearend bonuses have been paid and, again in June, when many new graduates enter the employment market.  At the same time, it is projected that there will be high demand for salespeople and business development staff, followed by engineers and administrative and human resources personnel.

Despite a positive outlook for the Thai job market, there remain some concerns among job seekers as over 53% of those responded to a survey said they are still unsure if they will find jobs this year due to high competition in some fields of work and the presence of new graduates with higher skills.  

Meanwhile, there have been some shifts in the education system, as more academic institutions are introducing programs to equip their students with digital and creative skill to come up with innovations while helping them understand what will come with the digital transformation.

Dhurakij Pundit University’s DPU X Institute said they have already prepared a plan to train personnel for future workforce, who will have understanding about sympathetic development, stakeholder value change and self awareness as well as basic data literacy skill, entrepreneurial skill and adaptive skill.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments