728 x 90

ปฏิบัติการกู้ชีพ ต้นไม้ในเมืองกรุง

img

ปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีต้นไม้ยืนต้นทั้งสิ้น 3,186,640 ต้น เมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนต่อประชากรเขตเมือง จะมีพื้นที่สีเขียวเพียง 6.18 ตร.ม./คน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่องค์กรอนามัยโลกระบุ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเข้ามาแก้ปัญหา เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงมากยิ่งขึ้น

เร่งสร้างพื้นที่สีเขียวใน กทม.
ข้อมูลจากสถานการณ์ธรรมชาติป่าไม้ โดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า โลกมีต้นไม้ราว 3 ล้านล้านต้น โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 โลกสูญเสียพื้นที่ป่าถึง 1.3 ล้าน ตร.กม. ใหญ่กว่าพื้นที่ของประเทศแอฟริกาใต้ หรือทุกๆ 1 ชั่วโมง พื้นที่ป่าจะหายไปขนาดเท่าสนามฟุตบอลไซส์มาตรฐาน (7,140 ตร.ม.) จำนวน 800 สนาม/ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ป่าในโซนประเทศเขตร้อนมีการสูญเสียที่รวดเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ของโลก

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พบว่า ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ที่ 31.58% ลดลงจากปี พ.ศ. 2558 ที่ 0.02% หรือประมาณ 65,000 ไร่ ซึ่งนับเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง

ขณะที่กรุงเทพฯ มีต้นไม้ยืนต้นทั้งสิ้น 3,186,640 ต้น และเมื่อเทียบจำนวนพื้นที่สีเขียวกับประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง จำนวน 5,686,646 คน พบว่า มีพื้นที่สีเขียว 6.18 ตร.ม./คน และหากนับรวมประชากรแฝงซึ่งคาดว่ารวมแล้วจะมีประมาณ 10 ล้านคน อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 3.54 ตร.ม./คน เท่านั้น

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุค่าเฉลี่ยพื้นที่สีเขียวต่อประชากรในเมืองอยู่ที่ 9 ตร.ม./คน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียว 66 ตร.ม./คน และกรุงกัวลาลัมเปอร์ มีพื้นที่สีเขียว 44 ตร.ม./คน แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพฯ ยังต้องการพื้นที่สีเขียวอีกจำนวนมาก โดย กทม. คาดหวังว่า ในอีก 10 ปี กรุงเทพฯ จะมีพื้นที่สีเขียว 9 ตร.ม./คน ตามที่ WHO กำหนด

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เป้าหมายภายในปี 2561 จะต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ถึง 220 ไร่ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 20 ไร่ โดยสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพิ่มพื้นที่สีเขียวปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเท้า ตามนโยบายของผู้ว่าฯ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน 

ล่าสุด บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เดินเครื่องตอกย้ำความสำคัญของธรรมชาติและระบบนิเวศของโลก ทุ่มงบกว่า 70 ล้านบาท เปิดแคมเปญ Forest Rescue ปฏิบัติการกู้ชีพต้นไม้ โดยเปิดช่องทางรับเรื่องให้ความช่วยเหลือต้นไม้ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่าน www.facebook.com/theforestias หรือแฮชแท็ก #ForestRescue โดยจะจัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกิจเข้าสำรวจพื้นที่ ขนย้าย และพักฟื้นต้นไม้บนพื้นที่สีเขียวสาธารณะ 3 ไร่ ภายในโครงการ The Forestias ซึ่งจะเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะส่วนหนึ่งให้แก่ประชาชนทั่วไปเข้าชม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธ.ค. 2561

ขณะที่ภาคเอกชนอื่นๆ ได้มีการจัดทำสวนบนอาคารรวมแล้วกว่า 128 แห่ง สำนักงานเขตหลายเขตมีการดำเนินเรื่องนี้ ดัดแปลงพื้นที่รอบข้างทำเป็นพื้นที่สีเขียว สวนแนวตั้ง เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กทม.เปิดให้ประชาชนเข้าใช้สวนสิริภิรมย์ สวนสาธารณะแห่งใหม่ในเขตมีนบุรี บนพื้นที่ 78 ไร่ 2 งาน 57 ตร.วา ซึ่งมีเป้าหมายให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวกระจายครอบคลุมทั่วมุมเมือง และเร็วๆ นี้ ชาวกรุงกำลังจะมีปอดแห่งใหม่ใจกลางเมือง คือ สวนปทุมวนานุรักษ์ เขตปทุมวัน จัดสร้างโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บนพื้นที่ 40 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนภายในปี 2561 รวมถึงนโยบายเนรมิตป้อมมหากาฬ ในเขตพระนคร ให้กลายเป็นสวนสาธารณะอีกแห่งของคนกรุง

ทำไมต้องสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่ม
ที่ผ่านมา กทม. ลงทุนเรื่องการสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างมาก แต่โจทย์สำคัญคือ ต้องให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยข้อมูลจากทีมนักวิจัย Lawrence Livermore National Laboratory สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การปลูกต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น ให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 12,000 บีทียู อีกทั้งร่มเงาของต้นไม้ก็จะช่วยบังแสงอาทิตย์ที่ส่งมา  สร้างความร้อนให้กับตัวบ้านได้ทั้งวัน จึงสามารถลดการใช้เครื่องปรับอากาศในบ้านลง ผลที่ตามมาคือ ค่าไฟลดลงถึง 20% ต่อปี และถ้ามีต้นไม้ปลูกทางทิศตะวันตกของตัวบ้าน จะช่วยลดความร้อนและประหยัดพลังงานได้ราว 10%

ด้านข้อมูลจากงานวิจัยเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ระบุว่า ต้นไม้ใหญ่ในเมืองจำนวน 200,000 ต้น สามารถดูดซับคาร์บอนได้ปีละมากกว่า 5,000 ตัน และกำจัดมลพิษได้มากถึง 305 ตัน นอกจากนี้ ยังมีต้นไม้ใกล้ตัว อย่างสนทะเล สนฉัตร สนสามใบ สนสองใบ ที่สามารถดูดซับมลพิษหรือสามารถดูดซับฝุ่นละอองได้ดี หรือ สัตบรรณ กระดังงาไทย ชงโค และแสงจันทร์ ที่สามารถดูดซับฝุ่นออกไซด์ของไนโตรเจนและผลิตโอโซนได้ดีอีกด้วย

ในหลายประเทศที่เจริญเเล้ว การเพิ่มต้นไม้ในเมืองช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชน ฉะนั้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ให้มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรอยู่ที่ 9 ตร.ม./คน ตามมาตรฐานสากล ถึงจะเป็นเป้าหมายที่กทม.พยายามไปให้ถึง แต่พื้นที่สีเขียวเหล่านั้นประชาชนจะต้องสามารถเข้าถึงได้ด้วย จึงเป็นเรื่องดีที่ทั้งภาครัฐและเอกชนตื่นตัวที่จะเร่งสร้างพื้นที่สีเขียว เพิ่มปอดให้คนกรุงมากขึ้น 


คุณสุรินทร์ วราชุน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยา
“ต้นไม้ในหลายพื้นที่มักตกเป็นเหยื่อของการพัฒนา การก่อสร้างถนน อาคาร หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ทำให้ระบบนิเวศของเมืองมีสภาพเสื่อมโทรมลง ปริมาณต้นไม้ลดลงเรื่อยๆ ต้นไม้เริ่มหายาก เช่น ต้นไทรใหญ่ หรือต้นมะกอกน้ำที่เป็นที่มาของชื่อบางกอก ปัจจุบันก็ไม่พบแล้ว จึงเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วยเหลือเพื่อชะลอการลดลงของต้นไม้” 
คุณสุรินทร์ วราชุน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยา

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments