728 x 90

เผยแบรนด์สินค้า ครองใจผู้บริโภคไทย

img

ท่ามกลางภาวะการจับจ่ายของภาคครัวเรือนที่แผ่วลง ส่งผลให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพปรับตัวลดลง 4 เดือนติด แต่แนวโน้มในอีก 3 เดือนข้างหน้ามีสัญญาณเชิงบวก ขณะที่ภาพรวมตลาด FMCG ผู้บริโภคมีความระมัดระวังการจับจ่าย แต่มี 14 แบรนด์ที่เติบโตขึ้น

คาดการจับจ่ายในไทยจะดีขึ้น
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศเมื่อเดือน พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1.49 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาพลังงานภายในประเทศ เช่น น้ำมันขายปลีก ก๊าซหุงต้ม (LPG) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไทย ทำให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในรอบปีนี้ โดยอยู่ที่ระดับ 44.9 จากเดิมที่ระดับ 45.3 ในเดือน เม.ย.

นอกจากแรงกดดันทางด้านสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศแล้ว จากการสำรวจยังพบว่า ครัวเรือนไทยยังคงมีความกังวลในเรื่องภาระการชำระหนี้ จากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่ทำให้ต้องกู้ยืม จำนำ จำนอง หรือกดเงินสดจากบัตรมากขึ้น 

อย่างไรก็ดียังมีมุมมองเชิงบวก จากดัชนีองค์ประกอบที่สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับรายได้และการมีงานทำของครัวเรือน ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.4 ในเดือน พ.ค. โดยสามารถประคองตัวอยู่เหนือระดับ 50.0 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเริ่มส่งผ่านผลดีไปยังภาวะการมีงานทำ โดยตัวเลขผู้ที่มีงานทำในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6.9 แสนคน มาอยู่ที่ 37.97 ล้านคน และมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 8.7 แสนคน

ขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะมีค่าใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นช่วงเดือน มิ.ย. - ส.ค. เนื่องจากมีเทศกาลวันหยุดยาว เช่น กลับภูมิลำเนา ทำบุญ ท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างไรก็ดี การที่ภาครัฐออกมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดตลอดทั้งปีนี้ น่าจะช่วยดึงดูดความสนใจของครัวเรือน รวมถึงเพิ่มน้ำหนักให้กับจังหวัดเมืองรองที่จะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในประเทศ เป็นการช่วยกระจายรายได้ลงสู่ภูมิภาคให้มากขึ้น

เผยแบรนด์สินค้า FMCG ยอดนิยมของคนไทย
สินค้าอุปโภคบริโภค หรือ Fast Moving Consumer Goods (FMCG) เป็นสินค้าที่เราใช้อยู่ในประชีวิตประจำวัน ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยที่แผ่วลง ซึ่งพบว่าผู้บริโภคมีความถี่ในการซื้อสินค้าอยู่ที่ 201 ครั้งต่อปี ลดลงจากเดิมที่ 205 ครั้ง โดยแต่ละครั้งใช้จ่ายเงินไปประมาณ 92 บาท อีกทั้งพฤติกรรมซื้อสินค้ายังเปลี่ยนไป ด้วยการเลือกจับจ่ายสินค้าตามความจำเป็น สะท้อนจากกลุ่มสินค้าที่ซื้อลดลงเหลือ 42 กลุ่มสินค้าต่อปี จากเดิม 44 กลุ่มสินค้า นอกจากนั้นยังตัดสินใจซื้อสินค้าจากโปร-โมชั่นมากขึ้นเป็น 36% จากเดิม 25% 

แม้ภาวะการจับจ่ายจะฝืดเคือง แต่ก็มีบางแบรนด์สินค้าที่เติบโตสวนทางกับภาพรวมของตลาด โดย บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล  (ไทยแลนด์) จำกัด เผยถึงข้อมูล Brand Footprint 2018 ที่ได้ศึกษาจากแบรนด์ในไทยกว่า 547 แบรนด์ และวิเคราะห์พฤติกรรมการจับจ่ายของนักชอปชาวไทยกว่า 245 ล้านครั้ง ซึ่งพบว่าแบรนด์สินค้าที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสูงสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม คือ เนสกาแฟ ที่มีการเลือกซื้อมากถึง 55.1% ของครัว-เรือนไทยทั้งหมด 24.7 ล้านครัวเรือน และมีการซื้อเฉลี่ย 11.5 ครั้ง/ปี ส่วนกลุ่มอาหาร คือ มาม่า คิดเป็น 79.9% ซื้อเฉลี่ย 8.9 ครั้ง/ปี ขณะที่กลุ่มสุขภาพและความงาม เป็น คอลเกต มีครัวเรือนเลือกซื้อ 82.6% เฉลี่ย 6.1 ครั้ง/ปี 

นอกจากนี้ ยังได้สำรวจแบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตสูงในกลุ่มผู้บริโภคแต่ละช่วงวัย โดย ไวไว เป็นแบรนด์ที่กลุ่มมิลเลนเนียลนิยม สะท้อนถึงคนกลุ่มนี้ มีใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา ส่วนกลุ่มครอบครัว เป็น นมไทย – เดนมาร์ค เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเด็กเล็ก และกลุ่มผู้สูงวัย คือ บีทาเก้น ซึ่งหันมาดูแลสุขภาพเป็นหลัก

คุณนายอิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้อำนวยการด้านพัฒนาธุรกิจ กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล  (ไทยแลนด์) สรุปข้อมูลวิจัยชุดนี้ว่า แสดงให้เห็นถึงการใช้  5 ไม้เด็ดที่แต่ละแบรนด์นำมา สร้างการเติบโต (5 Levers for Growth) ได้แก่
1. More Targets ขยายฐานลูกค้า ทำให้สินค้าและบริการเป็นที่ต้องการของลูกค้าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
2. More Presence กระจายสินค้าให้แบรนด์ปรากฏอยู่ในทุกที่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักชอปสามารถเลือกซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้น
3. More Categories แตกไลน์สินค้าให้แปลกใหม่ และครอบคลุมทุกความต้องการ
4. New Needs ค้นคว้า เติมเต็มความต้องการใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค
5. More Moments สร้างโอกาสของผู้บริโภคกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นรสชาติหรือรูปแบบสินค้าใหม่ๆ 


ทั้งนี้จากทิศทางที่ภาครัฐประกาศว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว สินค้าอุปโภคบริโภคถือเป็นมาตรวัดเศรษฐกิจที่ใกล้ตัวที่สามารถบ่งบอกได้ว่า เราอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพงหรือไม่เพียงใด เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ข้อมูลชุดนี้จึงสะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคของที่เปลี่ยนไป และแสดงถึงสภาวะเศรษฐกิจว่าใกล้เคียงกับที่รัฐบาลประกาศไว้จริงแท้แค่ไหน 


คุณณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเชียติค อุตสาหกรรมการเกษตร จำกัด 
“การที่จะทำให้ผู้บริโภคนิยม มาจากการเข้าใจพฤติกรรม ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคคนเมืองที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย และประหยัดเวลา กะทิอัมพวาจึงมีการคิดค้นบรรจุภัณฑ์แบบขวดมาใช้ ซึ่งทำให้การใช้งานง่าย และสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคซึ่งถ้าใช้ไม่หมดก็สามารถเก็บต่อได้”
คุณณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอเชียติค อุตสาหกรรมการเกษตร จำกัด

คุณเมธารัศมิ์ วงศ์สมนึก ผู้บริโภค
“ยุคนี้อะไรที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วจะทำให้สินค้าเตะตาผู้บริโภค ซึ่งสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนตัวแล้ว ของใช้ในบ้านจะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเป็นเรื่องรอง แต่ถ้าแพงมากก็ต้องพิจารณาดีๆ ยกเว้นของใช้แบบเจาะจงซื้อ พวกของใช้ส่วนตัว ก็จะให้ความสำคัญในการตัดสินใจซื้อเป็นอันดับแรกๆ แต่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ครีมบำรุง หรือสินค้าแฟชั่นจะตัดสินใจจากความคุ้มค่า ซื้อมาแล้วต้องใช้ได้ตลอด ถ้าไม่คุ้มหรือใช้แค่ 1-2 ครั้งจะไม่ซื้อ ส่วนอาหารกึ่งสำเร็จรูปจะบริโภคแค่ 40-50% เท่านั้น เพราะจะทำทานเองมากกว่า”
คุณเมธารัศมิ์ วงศ์สมนึก ผู้บริโภค

[English]
Thailand’s Low Household Spending Means Hard Time for FMCG companies

As Thailand’s household spending continues its weak trend, consumers remain wary about how deep they will dig into their pockets for FMCG (fast-moving consumer goods).

Kasikorn Research Center (KResearch) recently reported that domestic goods and service prices in May increased 1.9% from a year ago, due to higher prices of fuel and LPG in the country, which have been driven up by rising global crude prices.  Accordingly, the KR-ECI (Kasikorn Research - Economic Condition Index) fell for the fourth consecutive month to 44.9 in May, from 45.3 in April.

In addition to rising prices, local consumers have been under the pressure from concerns over increasing credit card debts, KResearch said.

But, on a positive note, the monthly study suggested that consumers’ view on revenue and employment prospects remained above the 50.0-point benchmark for the second straight month, due to a successful harvest season and the continued recovery of the Thai economy.

Nevertheless, the FMCG sector was noted as the hardest-hit group amidst weak household spending environment as the study found each Thai made an average of 201 shoppings per year lately, down from the average of 205 times a year, while 36% of consumers became more attracted to promotional campaigns, compared with 25% in the previous study.

A study of how such conditions hit 547 brands available in Thailand while taking into account 245 million times of spending by Thais showed “Nescafe” instant coffee, “MaMa” instant noodle and “Colgate” dental care products have remained the indispensable items for local consumers.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments