728 x 90

ทุ่มงบ 1 ล้านล้านบาท เมกะโปรเจกต์คมนาคมทั่วไทย

img

เพื่อความสะดวก และความสุขในการเดินทางของประชาชน กระทรวงคมนาคม จึงวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย ในอีก 4 ปีข้างหน้า (2562-2565) ครอบคลุมทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อให้มีระบบคมนาคมขนส่งที่ดี ใช้เดินทางและขนส่งได้อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ รวมถึงเชื่อมโยงโครงข่ายในประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบวงเงินลงทุนอีก 1 ล้านล้านบาท 

เร่งลงทุนคมนาคม-ขนส่งอีก 1 ล้านล้านบาท 
โดยในงานเปิดนิทรรศการ และการเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี และยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 ครั้งที่ 1 ภายใต้ชื่อ “One Transport for All 2018 : On the Move” คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “คมนาคม 4 ปี+อนาคตคนไทยได้อะไร?” ซึ่งจากที่รัฐบาลกำหนดกรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้แล้วเสร็จในระยะ 8 ปี (2558-2565) วงเงินลงทุนรวม 2.8 ล้านล้านบาทนั้น ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2558-2561) กระทรวงคมนาคมใช้เงินลงทุนไปแล้ว 916,779 ล้านบาท และมีแผนจะลงทุนอีก 1 ล้านล้านบาท ในระยะ 4 ปีนับจากนี้ คือระหว่างปี 2562-2565 
แผนการเปิดให้บริการโครงการคมนาคมขนส่ง ระหว่างปี 2562-2568
แผนการเปิดให้บริการโครงการคมนาคมขนส่ง ระหว่างปี 2562-2568
นอกจากจะเร่งผลักดันโครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ครบตามเป้าหมาย 464 กิโลเมตร ตามที่ BLT ได้นำเสนอในฉบับที่ 86 ประจำวันที่ 19-25 กรกฎาคม 2561  เรื่อง “อีก 5 ปี กรุงเทพฯ จะก้าวสู่มหานครระบบราง ขึ้นแท่นมีเส้นทางรถไฟฟ้ายาวอันดับ 3 ของโลก” แล้วยังมีโครงการด้านคมนาคมขนส่งที่จะพัฒนาครอบคลุมทั้งในเมือง ต่างจังหวัด และเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกเป็นจำนวนมาก 
เปรียบเทียบเวลาการเดินทางรถไฟ
พลิกโฉมระบบรางยุคใหม่ครอบคลุมทั่วประเทศ 
เริ่มจากการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟ โดยจะเปลี่ยนทางรถไฟทั่วประเทศให้เป็นทางคู่ รวม 3,514 กิโลเมตร พร้อมผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 อีก 9 เส้นทาง ระยะทางรวม 2,164 กม. วงเงินลงทุนกว่า 400,000 ล้านบาท ประกอบด้วย รถไฟทางคู่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย, ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี, ช่วงขอนแก่น-หนองคาย, ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี, ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา, ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์, ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ และทางสายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ กับ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม 

นอกจากนั้นยังมีแผนเร่งผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทุกทิศทั่วไทยให้เป็นหนึ่งเดียว โดยในช่วงปี 2558-2561 ผลักดันสำเร็จไป 2 เส้นทาง รวมระยะทาง 472 กิโลเมตร และจะดำเนินการเพิ่มอีก 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,234 กิโลเมตร ประกอบด้วย ช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก, ช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่, ช่วงกรุงเทพ-หัวหิน และ ช่วงหัวหิน-สุราษฎร์ธานี และนอกจากจะพัฒนาเส้นทางเพิ่ม ยังมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนหัวรถจักรจากดีเซลเป็นไฟฟ้า และจะนำหัวรถจักรดีเซลไปใช้งานแค่เฉพาะกับเส้นทางท่องเที่ยว โดยที่กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าจะพลิกโฉมรถไฟยุคใหม่ ให้ขนส่งคนและสินค้าได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ทั่วประเทศ  
เปรียบเทียบเวลาการเดินทางรถไฟ
เพิ่มแผนลงทุนทางด่วน-มอเตอร์เวย์ 
สำหรับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางบกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากจะมีแผนการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิง NGV จำนวน 489 คัน, การจัดหารถโดยสารไฟฟ้า จำนวน 35 คัน, การจัดหารถโดยสารระบบไฮบริด จำนวน 2,153 คัน, การปรับปรุงรถโดยสารปรับอากาศ NGV เดิมจำนวน 323 คัน ที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ ยังจะมีแผนเร่งรัดขับเคลื่อนโครงข่ายทางพิเศษ หรือทางด่วนเพิ่มเติมอีก 3 เส้นทาง ประกอบด้วย ทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก, ทางพิเศษขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และ E-W Corridor และทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง 

ขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะขยายเส้นทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เพิ่มอีก 4 เส้นทาง ได้แก่ มอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ, มอเตอร์เวย์สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย/มาเลเซีย, ทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน และทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงกรุงเทพฯ-มหาชัย พร้อมกับผลักดันแผนขยายทางหลวงสายหลัก 4 ช่องจราจร 59 โครงการ ระยะทางรวม 1,050 กิโลเมตร เพื่อความปลอดกัยในการเดินทางและขนส่งทั่วทุกภูมิภาค,  พัฒนาถนนลูกรังเป็นถนนลาดยาง รวมระยะทาง 3,365 กิโลเมตรทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจร ยกระดับคุณภาพชีวิตทั่วถึงทุกท้องถิ่น, ปรับปรุงสะพานในชุมชนและภูมิภาคต่างๆ, พัฒนาศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม, พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าชายแดน 7 แห่ง (ตาก, เชียงราย, หนองคาย, มุกดาหาร, สระแก้ว, สงขลา,  นราธิวาส), พัฒนาสถานีขนส่งสินค้าเมืองหลัก 5 แห่ง (เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น, นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี) รวมถึงสร้างจุดพักรถบรรทุกเพิ่มอีก 29 แห่ง 
เปรียบเทียบเวลาการเดินทางบนเส้นทางมอเตอร์เวย์

เปรียบเทียบเวลาการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงกับมอเตอร์เวย์
ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการบิน 
สำหรับแผนพัฒนาด้านคมนาคมทางอากาศนั้น รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของเอเชีย-แปซิฟิค โดยในช่วงปี 2562-2565 จะมุ่งเน้นการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2565 รองรับผู้โดยสารได้ 90 ล้านคน/ปี, แผนพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง เฟส 3 เริ่มดำเนินการปี 2563 เปิดให้บริการปี 2568 รองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคน/ปี, แผนพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา ดำเนินการโดยกองทัพเรือ เริ่มดำเนินการปี 2562 เปิดให้บริการปี 2566 รองรับผู้โดยสารได้ 15 ล้านคน/ปี, การก่อสร้างศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบิน ที่อู่ตะเภา ซึ่งจะเปิดให้บริการปี 2564 รองรับนักศึกษาได้ 5,000 คน/ปี, การพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, การก่อสร้างสนามบินเบตง ซึ่งจะเปิดให้บริการปี 2563 รองรับผู้โดยสารได้ 8.6 แสนคน/ปี และมีแผนจะเร่งพัฒนาและปรับปรุงสนามบินภูมิภาค 7 แห่ง ได้แก่ สนามบินสกลนคร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง, ลำปาง, แพร่ และหัวหิน 

เพิ่มทางเลือกเดินทาง-ท่องเที่ยวทางน้ำ
ทางด้านการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการท่องเที่ยว เดินทาง และรองรับระบบโลจิสติกส์ ที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด  และปลอดภัย โดยจะมีการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟสที่ 3  ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2568 รองรับปริมาณสินค้า 18.1 ล้าน TEUs/ปี, เพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ โดยพัฒนาเส้นทางการเดินเรือ “วงแหวนอันดามัน” ซึ่งจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงา-กระบี่, พัฒนาเส้นทางเดินเรือประจำทางฝั่งอ่าวไทย (เรือเฟอร์รี่) 5 เส้นทาง ได้แก่ บางสะพาน-แหลมฉบัง, หัวหิน-พัทยา, สงขลา-แหลมฉบัง, สุราษฎร์ธานี-สัตหีบ, ปากน้ำปราณบุรี-สัตหีบ และมีโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสถานีเรือ 8 แห่ง ท่าเรือราชวงศ์ ท่าเรือสาทร ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2562 นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะร่วมมือกับเอกชนพัฒนาท่าเรือให้เป็น Landmark เพิ่มจุดท่องเที่ยวริมน้ำ และนำเรือโดยสารรูปแบบใหม่เป็น “เรือลดคลื่น” มาให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย 

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ จะเร่งผลักดันโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการระบบการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพการเป็นประตูการค้าหลักและเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ อำนวยความปลอดภัย สะดวก รวดเร็วในการเดินทาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนับเป็นเครื่องมือสำคัญสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และนำไปสู่ความเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ด้วย


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 
“4 ปีที่ผ่านมา ผลักดันการลงทุนไปแล้วกว่า แสนล้านบาท ทำให้ระบบการคมนาคมขนส่งพัฒนาไปมาก  และมีส่วนในการเพิ่มจีดีพีอย่างมาก โดยในไตรมาส 1/61 จีดีพีขยายตัวกว่า 4.8% การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมประมาณ 30% ที่เหลือจะเป็นการส่งออกและการบริโภคในประเทศ สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกประมาณ 10% จะเร่งผลักดันนำเสนอ ครม. จัดทำร่างทีโออาร์ ให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเปิดประกวดราคาในต้นปี 2562 ทั้งนี้การพัฒนาเชื่อมโยงการคมนาคมทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีเส้นทางครอบคลุมทั้งในเมือง ต่างจังหวัด รวมถึงเชื่อมโยงไปประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการลงทุนเพื่อปฏิรูปการคมนาคมครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย”
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
[English]
Thailand’s Major Transportation Upgrade Mulled with THB1 trillion Budget

The Ministry of Transport has planned to invest one trillion baht in the development of Thailand’s transport infrastructure network during the next four years (2019-2022) as a part of its original eight-year master plan covering all modes of transport. The project is intended to improve the quality and the safety level of service while enabling Thailand to be better connected with neighboring countries.

Under this plan, the Ministry will construct a dual-track railway along the country’s existing 3,514-kilometer routes across the country and initiate the construction of nine new dual-track rail routes with a total distance of 2,164 kilometers under the budget of over 400 billion baht.

These will go along the planned construction of the high-speed rail system, which includes six routes – two of which have already begun and the remaining four will soon start.

In addition to the nationwide development plan, the Ministry will also be pushing for the completion of the 464-kilometer electric train route in Bangkok and surrounding provinces.

In terms of land transport, the Ministry is working on a plan to procure 489 NGV buses, 35 electric train wagons and 2,153 hybrid buses as well as to launch a maintenance plan for 323 existing NGV buses.  There are also plans to construct three new phases of expressway in Bangkok and four new motorway routes and and to expand 59 highways nationwide.

For air and water transportation, the expansion of the Suvarnabhumi Airport, the Don Mueang Airport, the U-Tapao Airport and seven other regional airports as well as the construction of a new Betong Airport are set begin soon while the development of the Laem Chabang Port and new cruise ship routes and the upgrade of piers along Chao Phraya River are being planned now.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments