728 x 90

กทม. เตรียมขยายเส้นทางอีก 1,047 กม. 222 โครงการ

img

แม้การขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า 10 เส้นทางตามแผน M-Map 1 จะใกล้สำเร็จตามเป้าหมายที่ภาครัฐวางไว้ แต่ก็ยังไม่สามารถลดปัญหาการจราจรติดขัดให้หมดลงไปได้ เนื่องจากปัจจุบันมีโครงข่ายถนนที่รองรับการเดินทางได้เพียง 4,283 กิโลเมตร ขณะที่ความต้องการในการเดินทางมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีการศึกษาและกำหนดโครงการขยายถนน-ทางด่วนเพิ่มอีก 222 โครงการรวมระยะทาง 1,047 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางในเมืองให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความล่าช้าในการเดินทางได้ถึง 33 ชั่วโมง/คน/ปี และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ณ ปี 2572 ได้มากกว่า 50,000 ล้านบาท 
สัดส่วนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ระบบขนส่งสาธารณะ
ศึกษาแผนแม่บทบูรณาการปัญหาจราจร 
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้ 4 วัตถุประสงค์หลัก คือ
1. ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาด้านการจราจรและขีดความสามารถในการรองรับความต้องการในการเดินทางภายใต้การวางแผนงานในอนาคต รวมถึงโครงข่ายถนน สะพาน ทางพิเศษ ระบบขนส่งมวลชน และจุดเชื่อมต่อการเดินทาง
2. ศึกษาทบทวนข้อมูลการบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในประเทศที่มีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) มีรูปแบบและลักษณะเมืองใกล้เคียงกรุงเทพฯ
3. จัดทำแผนแม่บทบูรณาการการพัฒนาระบบการจราจรให้สอดคล้องกับการพัฒนาเมือง และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจร ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ
4. สนับสนุนทางวิชาการในการเสนอแนะนโยบาย/แผนการจัดระบบการจราจรในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล  

ปัญหาหลักของการจราจร
จากการศึกษาโดยมีพื้นที่ครอบคลุม  2,960 ตารางกิโลเมตร ทำให้พบว่าปัญหาหลักด้านการจราจรในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มี 8 ด้าน ได้แก่
1. ความต้องการในการเดินทางมีมากกว่าความสามารถในการรองรับของโครงข่ายถนน
2. สัดส่วนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลสูงเกินไป เนื่องจากเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้ายาก คนหนาแน่นเกินไปบนขบวนรถไฟฟ้า รถประจำทางไม่สะดวกสบายและมีเวลาให้บริการไม่สม่ำเสมอเพราะการจราจรติดขัด ทำให้การใช้รถขนส่งสาธารณะน้อย
3. สัดส่วนพื้นที่ถนนของกรุงเทพฯ ต่อพื้นที่เมืองอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน   

4. โครงข่ายถนนขาดลำดับชั้นที่เหมาะสม ในหลายพื้นที่มีการต่อเชื่อมถนนสายหลักเข้ากับถนนสายท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งการขาดถนนสายรอง (Secondary Road) และมีถนนรวมและกระจายจราจร (Collector and Distributor Road) ไม่เพียงพอกับพื้นที่ รวมทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดินบางแห่งเป็นที่อยู่อาศัยบนถนนสายหลัก ทำให้เกิดการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการกลับรถที่มีจำนวนมากและเกิดความล่าช้าที่ทางแยก  
5. ปัญหาพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ ทำให้การเดินทางภายในพื้นที่ไม่สามารถทำได้ ต้องอาศัยการเดินทางออกมาที่ถนนสายหลักที่ล้อมรอบอยู่ เกิดการเดินทางที่ไม่จำเป็นและการเข้าออกพื้นที่ภายในลำบาก
6. ปัญหาพื้นที่ถูกกั้นด้วยลำคลอง ทำให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกับพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ และลำคลองบางเส้นไม่สามารถเดินทางด้วยเรือได้ทำให้พื้นที่ไม่ต่อเนื่อง
7. ความจุที่ทางร่วมทางแยกไม่เพียงพอ บางจุดปริมาณจราจรและรอบระยะเวลาของสัญญาณไฟไม่สอดคล้องกัน ลักษณะกายภาพที่ไม่ปลอดภัยหรือสิ่งควบคุมบังคับชำรุดไม่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดและล่าช้าที่ทางแยก 
8. คือปัญหาในการจัดระบบการจราจรและวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัย ไม่เคารพกฎจราจร ส่งผลให้การจราจรไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และยังเป็นปัญหาหลักทำให้เกิดอุบัติเหตุ 

การจราจรในกรุงเทพฯ
เสนอขยายถนน-ทางด่วนเพิ่ม 222 โครงการ  
จากปัญหาข้างต้น ในผลการศึกษาจึงนำเสนอโครงการเพื่อแก้ปัญหาการจราจรเพิ่มอีก 197 โครงการ รวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการในปัจจุบัน 25 โครงการ รวมทั้งสิ้น 222 โครงการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน 3 ปี (2562-2564) รวม 24 โครงการ โดยกรมทางหลวง (ทล.) รับผิดชอบ 2 โครงการ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 3 โครงการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 4 โครงการ และหน่วยงานท้องถิ่น 15 โครงการ 

ระยะกลาง 2 ปี (2565-2566) รวม 81 โครงการ โดยทาง ทล. รับผิดชอบ 11 โครงการ ทช. รับผิดชอบ 5 โครงการ หน่วยงานท้องถิ่น 65 โครงการ และระยะยาว 6 ปี (2567-2572) อีก 92 โครงการ โดย ทล. รับผิดชอบ 24 โครงการ ทช. 16 โครงการ กทพ. 6 โครงการ และ หน่วยงานท้องถิ่นอีก 46 โครงการ 

ทั้งนี้ตามแผนงานที่ที่ปรึกษานำเสนอ จะทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโครงข่ายถนนเพิ่มขึ้นอีก 1,047 กิโลเมตรในปี 2572 ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาหลักใน 4 ด้าน คือ
1. เพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ (MRT Access)
2. แก้ไขปัญหาพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ (Super-Block)
3. แก้ไขปัญหาความไม่ต่อเนื่องของโครงข่าย (Missing Links)
4. แก้ไขปัญหาคอขวด/ความจุ และเพิ่มประสิทธิภาพทางแยก (Bottle-Neck) 

ความเร็วเฉลี่ยบนถนนเส้นหลักใน กทม.
สำหรับโครงการตัวอย่างที่ที่ปรึกษานำเสนอไว้ มีที่น่าสนใจหลายโครงการ เช่น โครงการ NE1 - ก่อสร้างปรับปรุงซอยสายไหม 17 และก่อสร้างสะพานข้ามคลองหกวา และถนนเชื่อมต่อถนนลำลูกกาบริเวณสถานีรถไฟฟ้าคูคต  งบประมาณ 122 ล้านบาท อยู่ในระยะเร่งด่วน (2562 - 2564) สำหรับความจำเป็นของโครงการเป็นเพราะพื้นที่ลำลูกกาและพื้นที่สายไหมถูกกั้นด้วยคลองหกวา ปัจจุบันมีการเชื่อมด้วยสะพานขนาดเล็ก และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านบริเวณสถานีตำรวจคูคต ดังนั้นเพื่อเชื่อมต่อและสนับสนุนให้เกิดการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชน จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างสะพานข้ามคลองหกวา และปรับปรุงถนนบริเวณซอยสายไหม 17 เชื่อมไปถึงถนนคูคต

โครงการ NE17 - ก่อสร้างถนนใต้ทางพิเศษรามอินทรา-อาจณรงค์ งบประมาณ 408 ล้านบาท อยู่ในแผนระยะกลาง (2565 - 2566) ความจำเป็นของโครงการคือ จากเส้นทางพิเศษรามอินทรา-อาจณรงค์ ช่วงตั้งแต่ด่านรามอินทรา ถึงด่านวัชรพล มีปริมาณจราจรหนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน เพื่อเพิ่มความจุในเส้นทางให้มากขึ้น จึงจำเป็นต้องก่อสร้างถนนใต้ทางพิเศษรามอินทรา-อาจณรงค์ รองรับระบบขนส่งสาธารณะขนาดเบา เช่น รถโดยสารด่วนพิเศษในอนาคต

โครงการ NW8 - ก่อสร้างถนนเชื่อมต่อถนนบางศรีเมือง-วัดโบสถ์ดอนพรมกับซอยวัดเพลง-บางนา และ NW9 - ก่อสร้างถนนเชื่อมต่อถนนราชพฤกษ์-นนทบุรี 1 กับซอยไทรม้า 19 งบประมาณ 150 ล้านบาท อยู่ในแผนระยะกลาง (2565-2566) เนื่องจากพื้นที่บางกร่างและบางศรีเมืองเป็นพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่มีคลองอ้อมนนท์กั้นอยู่ 3.5 กิโลเมตร ไม่มีสะพานเชื่อมต่อเลย ทำให้เข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงตรงไทรม้าทำได้ยาก ดังนั้นเพื่อให้เชื่อมต่อและสนับสนุนการเดินทางโดยรถไฟฟ้า จำเป็นที่จะต้องก่อสร้างถนนและสะพานข้ามคลองอ้อมนนท์เชื่อมต่อถนนบางศรีเมือง-วัดโบสถ์ดอนพรมกับซอยวัดเพลง-บางนา เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางภายในพื้นที่

โครงการ W10 - ก่อสร้างถนนและสะพานข้ามคลองภาษีเจริญเชื่อมถนนเพชรเกษมกับถนนเทอดไท งบประมาณ 69.8 ล้านบาท อยู่ในแผนระยะเร่งด่วน (2562 - 2564) เนื่องจากพื้นที่บางหว้าเป็นพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ ถูกกั้นด้วยคลองภาษีเจริญ การเชื่อมต่อกับถนนสายหลักโดยรอบพื้นที่ ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพชรเกษม 48 และ บางหว้า มีอยู่อย่างจำกัด  เพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อกับถนนสายหลักและสนับสนุนให้เดินทางโดยรถไฟฟ้า จำเป็นต้องก่อสร้างถนนและสะพานข้ามคลองภาษีเจริญเชื่อมถนนเพชรเกษมกับถนนเทอดไท 

โครงการ SW5 - ก่อสร้างถนนเชื่อมถนนกาญจนาภิเษกฝั่งใต้ โครงการออกแบบรายละเอียดและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงข่ายทางสนับสนุน การเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วง จ.สมุทรสาคร - จ.สมุทรปราการ (สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการและถนนเชื่อมต่อ) งบประมาณ 1,567 ล้านบาท อยู่ในแผนระยะยาว (2567-2572) ซึ่งปัจจุบันการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับพื้นที่ภาคใต้ของกรุงเทพฯ ทำได้โดยใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครหรือถนนกาญจนาภิเษกต่อไปยังถนนพระรามที่ 2 ทำให้ปริมาณจราจรบนถนนพระรามที่ 2 โดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางพิเศษติดขัด เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกและบรรเทาปัญหาจราจรบนถนนพระรามที่ 2 จำเป็นต้องก่อสร้างถนนเชื่อมทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 กับทางหลวงชนบทหมายเลข 3423

โครงการ N4 - ก่อสร้างถนนเชื่อมถนนเลียบทางรถไฟกับถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก งบประมาณ 4,800 ล้านบาท อยู่ในแผนระยะยาว (2567-2572) เนื่องจากพื้นที่ปทุมธานีฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกถูกกั้นด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีการเชื่อมด้วยสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 2 แห่ง ในอนาคตจะมีโครงการสะพานปทุมธานี 3 เชื่อมพื้นที่ปทุมธานีฝั่งตะวันตก กับฝั่งตะวันออกเข้าด้วยกัน โดยมีแนวเส้นทางถนนขนาด 6 ช่องจราจรเชื่อมถนนกาญจนาภิเษกเข้ากับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 346 บริเวณใกล้ทางแยกบ้านกลางกับทางแยกเทคโนปทุมธานี ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดตั้งแต่บริเวณดังกล่าวไปจนถึงทางต่างระดับรังสิต เพื่อให้สามารถแยกกระแสจราจรที่จะเดินทางผ่านเมืองกับการจราจรภายในตัวเมืองรังสิตออกจากกัน จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างถนนสายใหม่ รวมทั้งสะพานข้ามคลองประปา คลองบางหลวงเชียงราก คลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม คลองสี่ และทางต่างระดับ เชื่อมต่อจากบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการสะพานปทุมธานี 3 กับถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก 

ทั้งนี้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ดำเนินการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอนำเสนอให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณาเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลต่อไป โดย สนข. คาดหวังว่าแผนแม่บทนี้จะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เชื่อมโยงกันได้ครบทุกมิติ เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการในการเดินทาง ภายใต้การประสานความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืน อันจะนำสู่การเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป  


คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ  ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 
“จากการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาด้านการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า ตัวชี้วัดสภาพการจราจรในโครงข่าย ได้แก่ ปริมาณการจราจรบนถนนมีจำนวนมากเกินกว่าค่าขีดความสามารถของถนนที่สามารถรองรับได้ โดยมีความเร็วเฉลี่ยของกระแสจราจรประมาณ 10-15 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านการสัญจร เช่น ปัญหาการเกิดคอขวด การตัดกันของกระแสจราจร ปริมาณความจุของโครงข่ายจราจรลดลง เกิดสภาพพื้นที่ปิดล้อมขนาดใหญ่ มีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบขนส่ง รวมถึงการขาดช่วงของโครงข่ายระบบขนส่ง ทำให้เกิดแนวคิดในการแก้ไขปัญหาการจราจรตามแผนที่นำเสนอในผลการศีกษา” 
คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ  ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

[English]
Worsening Bangkok Traffic Woes Demand for More Roads

Despite the planned construction of 10 more electric rail routes, worsening traffic woes in Bangkok and nearby provinces have forced the Ministry of Transport to consider more actions to cater to demand of motorists.

The Ministry’s Office of Transport and Traffic Policy and Planning has already begun a study of the master plan on the integration of the traffic system in Greater Bangkok, which covers an area of 2,960 square kilometers.  And the study came up with a number of conclusions such as the current road network is inadequate, there are too many personal cars on the road, the proportion of road to public space is way below standards, and traffic management is inefficient.

As a result, the OTP has proposed 197 news projects to tackle traffic woes in and around Bangkok, which will be implemented along 25 existing projects.  Out of this, 24 projects are considered urgent (2019-2021), 81 others are medium-term projects (2022-2023) and the remaining 92 are long-term projects (2024-2029).

The OTP said that once all projects are completed, Bangkok and surrounding provinces will have 1,047 kilometers of road added to the current network by 2029, which will facilitate the MRT access, resolve the Super-Block problem, address the Missing Links and resolve the Bottleneck situation.

It is hoped that these proposals, most of which call for the construction of new roads, will efficiently respond to motorists’ demand and help equip Greater Bangkok with efficient and sustainable transport system.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments