728 x 90

พายุปาบึกอาจเป็นสัญญาณเตือนความผันแปรของฤดูกาลพายุ และการพัฒนาตัวของพายุหมุน

img

“พายุโซนร้อนปาบึก” อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change รวมถึงปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญา ที่อาจส่งผลทางอ้อมต่อการพัฒนาตัวของพายุหมุน

ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ นักวิจัยจากศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถมองได้ว่า ฤดูกาลของพายุกำลังเกิดความผันแปรหรือไม่ และมีการข้อสังเกตว่าอาจเป็นผลมาจากความผันแปร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หรือไม่

ซึ่งนักวิจัยพยายามค้นหาหลักฐานใหม่ๆ เพื่อยืนยันว่าเกิดจาก Climate Change หรือจากปัจจัยอื่น เช่น การขยายตัวของอากาศเขตร้อนชื้น (Tropical zone expansion) รวมถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติขนาดใหญ่อย่าง ปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญา ที่อาจส่งผลทางอ้อมต่อการพัฒนาตัวของพายุหมุนในช่วงนี้เนื่องจากพายุเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดจากการหมุนวนของกระแสลมที่ศูนย์กลางมีความกดอากาศต่ำมากๆ การค้นหาสาเหตุการก่อตัวของพายุลูกนี้ จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่เป็นสารตั้งต้นการก่อตัวของความกดอากาศต่ำ ปัจจัยที่เอื้อในการพัฒนาตัว เส้นทางการเคลื่อนที่ และระดับความรุนแรง ตลอดจนการสลายตัวของพายุ โดยการศึกษาปัจจัยหลักอย่างน้อย 6 ปัจจัย จะทำให้สามารถประเมินถึงสาเหตุเบื้องต้นการพัฒนาตัวของพายุตัวนี้ได้ ประกอบด้วย

1.อุณหภูมิผิวน้ำทะเล ที่จะต้องมีความอุ่นเพียงพอ ในทางทฤษฎีการพัฒนาตัวของพายุหมุนเขตร้อน แหล่งพลังงานที่สำคัญ คือ อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลต้องมีค่าสูงกว่า 26องศาเซลเซียส และมีระดับความลึกอย่างน้อย 60เมตร เพื่อรักษาสมดุลของพลังงานให้ยาวนานพอที่จะส่งผ่านความร้อนให้ความกดอากาศต่ำเกิดการพัฒนาตัวจนเป็นพายุหมุนได้

2.กระแสลมเฉือนในแนวตั้งมีค่าต่ำ กระแสลมเฉือนเป็นผลมาจากการเคลื่อนตัวของลมที่มีเปลี่ยนความเร็วตามความสูง โดยการศึกษากระแสลมเฉือนในแนวตั้ง (Vertical wind shear) จะพิจารณาจากความเร็วลมที่แตกต่างกันของลมชั้นบน 2ระดับ คือ ที่ระดับความสูงประมาณ 1,500เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และที่ระดับความสูงประมาณ 15,000เมตร จนมีผลทำให้เกิดกระแสลมเคลื่อนที่ในแนวตั้ง บริเวณที่ความกดอากาศต่ำเริ่มก่อตัว

ซึ่งกระแสลมเฉือนในแนวตั้งเป็นปริมาณสำคัญที่บอกถึงการรบกวนการพัฒนาตัว จากความกดอากาศต่ำไปเป็นพายุหมุน เมื่อกระแสลมเฉือนในแนวตั้งที่มีค่าต่ำจะมีการรบกวนในระบบพายุน้อย จนทำให้ค่าความร้อนแฝงทั้งหมดถูกใช้ไปในการพัฒนาของพายุหมุนอย่างมีประสิทธิภาพ

3.ความชื้นจะต้องวิ่งเข้าหาศูนย์กลางพายุอย่างต่อเนื่อง ความชื้นในอากาศเป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พายุหมุนมีความแข็งแรง และคงสภาพได้นานแม้เกิดการปะทะกับสภาพแวดล้อม เนื่องจากความชื้นเป็นตัวเพิ่มมวล และโมเมนตั้มให้กับพายุหมุนเป็นอย่างดี โดยความชื้นยังมีส่วนเสริมความแรงของพายุนับตั้งแต่ความชื้นที่ระดับน้ำทะเล ไปจนถึงระดับความสูงประมาณ 5,500เมตร เนื่องจากเป็นระดับที่กระแสอากาศเกิดการไหลวนเข้าสู่ศูนย์กลางของการหมุนในพายุ

ขณะเดียวกันการประเมินความรุนแรงของพายุหมุน นอกจากการคำนวณจากความเร็วในการเคลื่อนที่ รวมถึงความเร็วของการหมุนแล้ว ยังสามารถประเมินจากโมเมนตั้มได้เช่นกัน

4.ตำแหน่งการก่อตัวของพายุ ซึ่งตำแหน่งการเกิดถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุด จากสถิติการเกิดพายุหมุนเขตร้อนในรอบเกือบ 50ปี แสดงให้เห็นว่า ตำแหน่งการเกิดและการเคลื่อนที่ของพายุหมุนเขตร้อนโดยปกติจะเกิดสูงกว่าละติจูดที่ 5องศาเหนือ และต่ำกว่าละติจูตที่ 5องศาใต้

โดยมีปัจจัยที่สำคัญ คือ “แรงโคริออริส (Coriolis Force)” แรงในธรรมชาติเนื่องมาจากอิทธิพลการหมุนรอบตัวเองของโลก ซึ่งแรงโคริออริสจะช่วยเพิ่มการหมุน และการเคลื่อนที่ในขณะที่ความกดอากาศต่ำเริ่มก่อตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เปราะบางมาก เนื่องจากความกดอากาศต่ำที่ไม่เกิดการไหลวน พายุจะไม่สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน ตัวอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์จะมีพายุเคลื่อนตัวผ่านน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งที่ผลจากแรงโคริออริสมีค่าน้อยมาก (ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์สูตรอิทธิพลจากแรงโคริออริสมีค่าเป็นศูนย์)

5.ความต่างของพลังงานในระบบของพายุกับพลังงานภายนอกจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งการไหลและถ่ายโอนความร้อนแฝงภายในหย่อมความกดอากาศต่ำจะทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพในชั้นบรรยากาศ โดยกระบวนการไหลวนและการยกตัวของอากาศจะพัฒนาตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนกลายเป็นพายุหมุน

ส่วนพลังงานความร้อนจะทำให้การไหลเข้าและไหลออกของอากาศพัฒนาความรุนแรงมากขึ้น ความกดอากาศภายในศูนย์กลางพายุจะมีค่าลดลงรวดเร็วจนทำให้เกิดความแตกต่างของความกดอากาศในพายุ และบริเวณโดยรอบอย่างมาก ส่งผลการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างบริเวณทั้งสองมีความรุนแรงมาก

6.ปัจจัยลมระดับบน โดยพายุหมุนที่มีความรุนแรงถูกประเมินจากความเร็วของการไหลวน และการลดลงของความกดอากาศภายในศูนย์กลางพายุ ซึ่งพายุหมุนที่มีความรุนแรงค่าความกดอากาศภายในจะลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ในระบบพายุ มวลอากาศจะไหลเข้าหาศูนย์กลางจากลมระดับล่างจนถึงระดับความสูงประมาณ 5,500เมตร และอากาศจะไหลออกที่ระดับความสูงประมาณ 12,000เมตร ซึ่งพายุหมุนที่มีความรุนแรงมากๆ ค่าความกดอากาศที่ศูนย์กลางจะอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นปัจจัยของลมชั้นบนที่ระดับความสูง 12,000เมตร ที่มีความแรงมากๆ มีส่วนช่วยทำให้ความกดอากาศภายในศูนย์กลางพายุลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกิดการไหลออกของอากาศอย่างรวดเร็วเช่นกัน

โดยขณะนี้ศูนย์ภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เร่งศึกษาปัจจัยหลักที่สำคัญดังกล่าว และนำมาพิจารณาเทียบเคียงกับพายุหมุนเขตร้อนที่เคยเกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และเคยส่งผลกระทบกับประเทศไทยมาแล้วในอดีต เช่น พายุโซนร้อนแฮเรียต พายุไต้ฝุ่นเกย์ และพายุไต้ฝุ่นลินดา โดยการวิเคราะห์ถึงเงื่อนไขและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลให้พายุหมุนเขตร้อนเกิดการพัฒนาตัว รวมถึงเส้นทางการเคลื่อนตัว เพื่อช่วยในการปรับปรุงการคาดการณ์พายุหมุนเขตร้อน ซึ่งในปัจจุบันยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่ ทั้งยังจะประโยชน์ในการเตรียมการรับมือ และเตือนภัยอย่างทันท่วงที สำหรับการเกิดพายุที่นับวันจะยากต่อการคาดการณ์ขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์เอลนิโญ่ อาจส่งผลต่อการพัฒนาตัวของพายุโซนร้อนปาบึกด้วยหรือไม่นั้น ดร.ชลัมภ์ อธิบายว่า จากการศึกษางานวิจัยหลายชิ้นที่ผ่านมา เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์เอลนิโญ่/ลานินญ่า และการพัฒนาตัวของพายุหมุน พบว่า เอลนิโญ่/ลานินญ่า กำลังอ่อนหรือที่อยู่ในสภาวะเป็นกลาง เป็นปัจจัยหนึ่งที่เอื้อให้การพัฒนาตัวของพายุหมุนเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากสภาวะดังกล่าวจะส่งผลรบกวนในระบบพายุน้อยมาก จนทำให้พายุหมุนที่กำลังเริ่มพัฒนาตัวสามารถรักษาเสถียรภาพการหมุนได้ยาวนานพอที่จะเริ่มสะสมพลังงานได้ด้วยตัวเอง

ซึ่งปรากฏการณ์เอลนิโญ่/ลานินญ่า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก จนทำให้เกิดการไหลวนของกระแสอากาศในแนวตั้งตลอดแนวเส้นศูนย์สูตรที่เรียกว่าการไหลวนแบบวอล์กเกอร์ (Walker circulation) โดยในปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ่/ลานินญ่ารุนแรง การไหลวนแบบวอล์กเกอร์จะมีความรุนแรงมาก และส่งผลให้กระแสลมชั้นบนเกิดความผิดปกติ จึงเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการยับยั้งการพัฒนาตัวของพายุหมุนได้

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments