728 x 90

ส่องมาตรการของต่างประเทศ ในวันที่ฝุ่นปกคลุมเมือง

img

หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกได้ออกมาตรการ และวิธีการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองทางอากาศขนาดเล็ก ที่กำลังคุกคามทั้งสุขภาพ และการใช้ชีวิตของประชาชนมากขึ้นทุกวัน เพื่อหวังจะลดปริมาณฝุ่นลงในระยะยาว และให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งสำนักข่าว The Guardian และเว็บไซต์ด้านสิ่งแวดล้อม ได้ยกตัวอย่างการจัดการมลพิษทางอากาศในหลายเมือง ทั่วโลก ทั้งการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ วางแผนลดปริมาณรถยนต์ดีเซล ไปจนถึงการสั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อลดมลพิษทางอากาศ มาดูกันว่านโยบายของแต่ละประเทศเป็นอย่างไรบ้าง

จีน
ถือเป็นเมืองที่มีวิธีการรับมือ และการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน เนื่องจากรัฐบาลได้ยกให้ปัญหาฝุ่นละอองทางอากาศปัญหาระดับวิกฤต และเป็นนโยบายระดับชาติ ที่นายกรัฐมนตรี “หลี่เค่อเฉียง” ถืงกับประกาศสงครามกับปัญหาฝุ่นควัน

ซึ่งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจีนเป็นไปอย่างจริงจัง เพราะในขณะที่ประกาศจะลดค่า PM2.5 และ PM10 ยังถือโอกาสนี้กำจัดกระบวนการเผาผลาญพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อมไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น การสั่งปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหิน และเร่งรัดให้ประชาชนเลิกใช้ถ่านหินในการให้พลังงานความร้อน, เก็บภาษีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 12 หยวนต่อหน่วยการปล่อยมลพิษทางอากาศ, ระงับโครงการก่อสร้าง, ตั้งทีมขจัดควันพิษ เพื่อตระเวณห้ามคนเมืองปิ้งย่างกลางแจ้ง, สั่งห้ามขายอาหารปิ้งย่างบนท้องถนน รวมถึงห้ามเผาใบไม้ทุกชนิด ซึ่งจากมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลจีน ได้ส่งผลให้ค่า PM ลดลง 3.5 ต่อปี

อินเดีย
หลังจากที่สถิติมลพิษทางอากาศของอินเดียพุ่งสูงเท่าๆกับจีน รัฐบาลจึงออกนโยบายห้ามรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่, รถ SUV ที่มีเครื่องยนต์แรงม้ามากกว่า 2000 ซีซี และรถแท็กซี่เครื่องยนต์ดีเซลอีกหลายพันคันหยุดวิ่ง ทั้งยังมีการทดลองนโยบายการให้รถยนต์เลือกหยุดวิ่งในวันคี่-วันคู่ พร้อมกับกระตุ้นให้ผู้คนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ฝรั่งเศส
สำหรับเมืองน้ำหอมแห่งนี้ได้เลือกวิธีการสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยไม่อนุญาตให้ใช้รถยนต์ส่วนตัววิ่งในย่านศูนย์กลางเมืองในช่วงสุดสัปดาห์, ห้ามใช้รถยนต์ในย่านฌ็องเซลิเซ่ 1 ครั้งต่อเดือน และยังสนับสนุนให้ใช้จักรยาน โดยจัดตั้งโครงการยืมจักรยานให้กับประชาชน และจะยกเลิกการใช้รถยนต์ดีเซล ภายในปี 2568 เช่นเดียวกับหลายเมืองใหญ่ในโลก อย่าง เอเธนส์ เม็กซิโกซิตี้ และมาดริด

เนเธอร์แลนด์
รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ มีการเสนอนโยบายห้ามการขายรถยนต์ดีเซล ซึ่งหากร่างนโยบายดังกล่าวนี้ผ่านการอนุมัติ ก็จะมีผลบังคับใช้ภายในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจะทำให้รถยนต์ใช้น้ำมันถูกแทนที่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด  

เยอรมนี
มีมาตรการห้ามไม่ให้ประชาชนจอดรถยนต์ใกล้บ้าน โดยเจ้าของรถต้องเสียเงินเช่าพื้นที่จอดรถกว่า 18,000 ยูโร หรือประมาณ 660,162 บาท ขณะเดียวกันมีนโยบายอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้วยทางปั่นจักรยาน รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร รวมถึงรถราง และระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและราคาถูก 

เกาหลีใต้
ในเกาหลีใต้ รัฐบาลชุดมุน แจอิน ได้อนุมัติให้ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในเกาหลีใต้ 8 แห่ง เป็นการชั่วคราวเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเหล่านี้เป็นเวลา 4 เดือนก่อนแล้วในช่วงใบไม้ผลิ และมีแผนเตรียมจะปิดอย่างถาวรในปีหน้า นอกจากนี้ได้สั่งให้โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน ลดกำลังการผลิตลงจากเดิมถึง 80%

ขณะเดียวกัน เทศบาลกรุงโซลได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหา ด้วยการสั่งห้ามรถยนต์สาธารณะกว่าครึ่ง วิ่งบนท้องถนนติดต่อกัน 2 วัน รวมถึงการใช้นโยบายรถทะเบียนคู่-คี่ เพื่อจำกัดจำนวนรถบนท้องถนน ทั้งยังสั่งปิดพื้นที่จอดรถ 433 แห่ง และยุติการใช้รถของทางการอีก 33,000 คัน นอกจากนี้ยังกำหนดให้รถใช้น้ำมันดีเซลรุ่นเก่า ที่มีน้ำหนัก 2.5 ตันขึ้นไป และผลิตก่อนปี 2548 ห้ามไม่ให้เข้าในพื้นที่กรุงโซลอีกด้วย

นอร์เวย์
มีแผนที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ.2563 โดยวางโซนปลอดรถคันใหญ่ และเริ่มทำทางจักรยานใหม่ที่มีระยะทางรวมกว่า 40 ไมล์ รวมถึงยังมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมรถติดกับผู้ใช้รถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วน และลดพื้นที่ลานจอดรถหลายแห่งด้วย

เดนมาร์ก
ในเมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์กได้ให้ความสำคัญกับการใช้จักรยาน และรณรงค์ให้ประชาชนใช้จักรยานแทนรถยนต์ส่วนตัว โดยเปรียบเทียบว่าการขี่จักรยาน 1 ไมล์ จะให้มูลค่ากับชุมชนประมาณ 0.42 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่การขับขี่รถยนต์ 1 ไมล์ ให้มูลค่ากับชุมชนประมาณ 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้อีกหลายเมืองในเดนมาร์ก ได้เริ่มทยอยหยุดใช้รถยนต์มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งเป็นการทำตามนโยบายเมืองที่มุ่งจะเป็นเมือง Carbon Neutral หรือเมืองที่มีกิจกรรมปล่อยก๊าศคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2568

ไทย
กรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กองทัพบก กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจจราจร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  กรมอุตุนิยมวิทยา กรมฝนหลวง และกรมอนามัย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

โดยมีมาตรการระยะสั้น อาทิ ล้างทำความสะอาดถนน และผิวการจราจรทุกวัน, สั่งห้ามเผาขยะ เผาหญ้าในที่โล่งแจ้ง, เร่งคืนผิวจราจรในแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น ไม่เกิดการสะสมของค่าฝุ่นละอองจากควันท่อไอเสียรถ, ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาคารและรถไฟฟ้า, ตั้งด่านตรวจจับรถควันดำ, ทำฝนหลวงและฉีดพ่นน้ำด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ทั้งยังกำหนดเวลาวิ่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ในเขตเมืองเวลา 10.00 - 15.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของจราจร

นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้ประชาชนที่มีรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ก่อนนำมาใช้เพื่อไม่ก่อให้เกิดควันดำจากท่อไอเสีย  พร้อมกับให้ ขสมก. เปลี่ยนรถโดยสารประจำทาง จากรถรุ่นเก่าอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี มาเป็นรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน

อีกทั้งยังได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ และหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ในการปรับเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซล มาเป็นน้ำมันไบโอดีเซล บี 20 (B20) จากน้ำมันพืช และน้ำมันปาล์ม

ขณะเดียวกันก็ได้หาแนวทางป้องกัน ด้วยการแจกหน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (N95) ประมาณ 10,000 ชิ้นให้กับประชาชนที่จุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments