728 x 90

เปิดเหตุผล ทำไมคนกรุงนิยมใช้รถส่วนตัวมากกว่าขนส่งมวลชน

img

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานพยายามผลักดันรณรงค์ให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น รวมไปถึงส่งเสริมการเดิน การขี่จักรยาน เพื่อเป็นไปตามแนวทาง "เมืองเดินได้เดินดี"

โดยล่าสุด ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่สร้างผลกระทบต่อประชากรในกรุงเทพฯ ส่งผลให้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างลุกขึ้นมาหามาตรการลดการเกิดฝุ่นควันกันอย่างจริงจัง รวมไปถึง การเรียกร้องให้ประชาชนลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แล้วหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ และสามารถลดปริมาณความแออัดบนท้องถนนได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้การส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการสร้างความยั่งยืนในอนาคต แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้นก็ต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อเอื้อให้คนลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แล้วหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนด้วย เพราะปัจจุบัน ยังมีหลายปัจจัยที่ทำให้คนกรุงส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง
บัตรแมงมุมเลื่อนแล้วเลื่อนอีก!
ปัจจุบัน บัตรโดยสารแมงมุมระบบ EMV (Europay Mastercard and Visa) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่เชื่อมโยงทุกระบบการเดินทาง ด้วยบัตรมาตรฐานสากลเพียงใบเดียว ยังอยู่ในระยะการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการบัตรแมงมุมระบบ EMV กับรถไฟฟ้าทุกสายที่เปิดให้บริการแล้ว รวมทั้งรถโดยสารประจำทางของขสมก. ภายในเดือนธันวาคม 2562 ซึ่งจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2561 และก่อนหน้านี้ก็ได้ปรับจากแผนแรกเริ่มที่คาดว่าจะใช้ได้เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2561 เรียกได้ว่า ปล่อยให้คนกรุงคอยเก้อข้ามปีกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้ คนกรุงจะมีโอกาสได้ใช้บัตรแมงมุมครอบคลุมทั้งระบบบหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องร่วมลุ้นและคอยติดตามกันต่อไป 
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bltbangkok.com/CoverStory/เลื่อนบัตรแมงมุมไปปี62ยันอัพเกรดระบบEMVเสร็จทันปีหน้า)

รถเมล์เตรียมขึ้นค่าโดยสาร!
หลังจากมีการประกาศขึ้นค่ารถโดยสาร ครอบคลุมทั้งรถโดยสารประจำทาง ขสมก. รถร่วมบริการ ขสมก. รวมถึงรถโดยสาร บขส. และ รถร่วมบริการ บขส. ในวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความตระหนกให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ เพราะต้องจ่ายค่าเดินทางเพิ่มขึ้นอีก แต่ล่าสุดมีมติให้เลื่อนออกไปอีก 3 เดือน เป็นวันที่ 22 เมษายน 2562 เพื่อลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน หวังดึงคนกรุงหันมาใช้รถเมล์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาฝุ่นพิษที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ ด้วย ส่วนราคาที่คาดว่าจะปรับเพิ่มนั้นอยู่ที่ 1.50-3 บาท แน่นอนว่า แม้จะชะลอการขึ้นราคาค่าโดยสารไว้ก่อน แต่ในไม่ช้าคนกรุงก็ต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีกตามเคย
(อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bltbangkok.com/CoverStory/เบรกขสมกบขสรถร่วมบริการเลื่อนขึ้นค่ารถไปอีก3เดือน)

คนกรุงต้องจ่ายค่าโดยสารสาธารณะหลายต่อ
ดร.สุรินทร์ คำฝอย ผู้จัดการโครงการแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ได้เปิดเผยงานวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบว่า ค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะเฉลี่ยที่คนกรุงต้องจ่ายในแต่ละเดือน เป็นดังนี้
อันดับ 1 ระบบรถไฟฟ้า เฉลี่ย 2,500 บาท/เดือน
อันดับ 2 รถตู้สาธารณะ เฉลี่ย 2,100 บาท/เดือน
อันดับ 3 เรือด่วนคลองแสนแสบ เฉลี่ย 1,700 บาท/เดือน
อันดับ 4 รถเมล์ปรับอากาศ เฉลี่ย 1,400 บาท/เดือน
อันดับ 5 รถเมล์ไม่ปรับอากาศ และเรือด่วนเจ้าพระยา เฉลี่ย 1,200 บาท/เดือน
ทั้งนี้ ประชาชนในกรุงเทพฯส่วนใหญ่ ไม่เพียงแต่ใช้ระบบขนส่งมวลชนประเภทเดียวเท่านั้น เพราะจากจุดตั้งต้นไปยังจุดหมายปลายทาง บางครั้งต้องใช้ระบบขนส่งมวลชนหลายต่อ ยิ่งกว่านั้นอาจต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีรถเมล์เข้าถึง ทำให้เสียเงินไปกับค่าโดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับรถยนต์ส่วนตัวแล้ว อาจจะทั้งสะดวกและประหยัดกว่า
(อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BLTBangkok/photos/a.1758373324425336/2221801064749224/?type=3&theater)

รถไฟฟ้าขึ้นราคา แต่บริการยัง...เหมือนเดิม!
ระบบขนส่วงมวลชนอย่างผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS แจ้งปรับขึ้นราคาค่าโดยสารครั้งใหญ่ โดยมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยจะปรับค่าโดยสารในเส้นทางสัมปทาน 23.5 กิโลเมตร คือ สายสุขุมวิท จากสถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช  และสายสีลม จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีวงเวียนใหญ่ จากราคาเดิม 15-42 บาท เป็น 16-44 บาท โดยเฉลี่ยปรับเพิ่ม 1-3 บาท เมื่อเทียบกับราคาเดิม ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถไฟฟ้า BTS ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่ม เฉลี่ยเดือนละ 60-180 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับการใช้รถส่วนตัวแล้ว อาจจะประหยัดกว่าก็เป็นได้
(อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bltbangkok.com/CoverStory/รถไฟฟ้าขึ้นราคาแล้วนะเธอ)

เสี่ยงถูกคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะ
จากการรวบรวมสถิติตัวเลขผ่านโครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2560 สนับสนุนโดยเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง พบว่า มีผู้ถูกคุกคามทางเพศ 35% หรือมากกว่า 1 ใน 3 ระบุว่าตนเองเคยถูกคุกคามทางเพศขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยผู้หญิงตกเป็นเป้าของการคุกคามทางเพศมากที่สุดคือ 45%
ลักษณะพฤติกรรมการคุกคามทางเพศที่ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะเจอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. ลวนลามด้วยสายตา เช่น มองช้อนใต้กระโปรง มองหน้าอก 18.8%  
2. ตั้งใจเบียดชิด แต๊ะอั๋ง ลูบคลำ 15.4%
3. ผิวปาก แซว 13.9%
4. พูดจาแทะโลม เกี้ยวพาราสี 13.1%
5. พูดลามก ชวนคุยเรื่องเพศ 11.7%
โดยประเภทของขนส่งสาธารณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจพบเจอการคุกคามทางเพศมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถเมล์ 50%, มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 11.4%, รถแท็กซี่ 10.9%, รถตู้ 9.8%, และรถไฟฟ้า BTS 9.6% 
(อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bltbangkok.com/CoverStory/ระบบโดยสารสาธารณะเสี่ยงคุกคามทางเพศ)

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments