728 x 90

ผลสำรวจพฤติกรรมธุรกรรมการเงินออนไลน์

img
โดย++ AU Poll

สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือของคนกรุงเทพฯ กรณีศึกษาตัวอย่างคนทำงานที่มีอายุ 20-55 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,207 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-20 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่า

ตัวอย่างเกินครึ่งหรือร้อยละ 51 เป็นหญิง และร้อยละ 49  เป็นชาย
เมื่อจำแนกออกเป็น เจเนอเรชั่น พบว่า
ร้อยละ 20.43 มีอายุ 20-29 ปี 
ร้อยละ 31.48 มีอายุ 30-39 ปี 
ร้อยละ 27.24 มีอายุ 40-49 ปี และ
ร้อยละ 20.85 มีอายุ 50-55 ปี

ด้านสถานภาพสมรส พบว่า ร้อยละ 42.69 เป็นโสด ร้อยละ 50.44 สมรสแล้ว และร้อยละ 6.87 เป็นหม้าย/หย่า/แยกกันอยู่ 

ส่วนการศึกษาที่สำเร็จมาชั้นสูงสุด พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 47.04 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 44.42 ระดับปริญญาตรี และร้อยละ 8.54 ระดับสูงกว่าปริญญาตรี 

ส่วนรายได้ส่วนตัวเฉลี่ยต่อเดือน พบว่า
ร้อยละ 26.98 มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท 
ร้อยละ 25.89 มีรายได้ 15,001-20,000 บาท 
ร้อยละ 15.43 มีรายได้ 20,001-25,000 บาท 
ร้อยละ 7.50 มีรายได้ 25,001-30,000 บาท และ
ร้อยละ 24.20 มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท

สำหรับอาชีพ พบว่า 
ร้อยละ 36.82 อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน 
ร้อยละ 21.23 อาชีพค้าขาย 
ร้อยละ 14.49 อาชีพรับจ้างทั่วไป 
ร้อยละ 12.13 อาชีพเจ้าของธุรกิจ 
ร้อยละ 11.37 อาชีพรับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ และ
ร้อยละ 3.96 อาชีพอื่นๆ เช่น แพทย์ ทนาย รับจัดตามงานอีเว้นท์การเคยทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือ

ผลการสำรวจการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่า คนกรุงเทพฯ กว่าครึ่ง คือ ร้อยละ 53.19 ไม่เคยทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่ร้อยละ 46.81 เคยทำ โดยส่วนใหญ่เป็นการทำธุรกรรมทางการเงิน ได้แก่ โอนเงิน (ร้อยละ 78.99) ดูรายการเดินบัญชี เช่น เช็คยอดเงิน (ร้อยละ 73.43) ชำระค่าสินค้าและบริการ เช่น เติมเงิน, ซื้อสินค้า ฯลฯ (ร้อยละ 52.78) อายัดบัญชี บัตร ATM หรือบัตรเดบิต (ร้อยละ 12.03) และแลกของรางวัล (ร้อยละ 5.39) เป็นต้น ส่วนผู้ที่ไม่เคยทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือระบุเหตุผลที่ไม่ทำใน 5 อันดับแรก ดังนี้ 1) ไม่ปลอดภัย/ไม่เชื่อมั่นในระบบ/ระบบไม่เสถียร (ร้อยละ 31.12) 2) ทำไม่เป็น ไม่รู้จัก/ใช้ไม่เป็น (ร้อยละ 15.56) 3) ขั้นตอนการทำยุ่งยาก (ร้อยละ 13.33) 4) ชอบทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารมากกว่า/มั่นใจธนาคารมากกว่า (ร้อยละ 11.12) และ 5) ชอบใช้เงินสดมากกว่า (ร้อยละ 6.67) เป็นต้นปัญหาการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือ

สำหรับผู้ที่เคยทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือระบุความถี่ในการทำ คือ ร้อยละ 24.19 ทำมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 25.63 ทำสัปดาห์ละครั้ง ร้อยละ 12.72 ทำ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ร้อยละ 12.19 ทำ 3 สัปดาห์ต่อครั้ง ร้อยละ 14.52 ทำเดือนละครั้ง และร้อยละ 10.75 ทำน้อยกว่าเดือนละครั้ง โดยให้เหตุผลที่ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือว่า รวดเร็ว (ร้อยละ 86.96) ไม่ต้องเดินทางไปธนาคาร (ร้อยละ 60.69) สามารถทำธุรกรรมทางการเงินตอนไหนก็ได้ (ร้อยละ 40.04) ไม่ต้องใช้เงินสด (ร้อยละ 21.20) มีโปรโมชั่น (ร้อยละ 4.17) และไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินที่สาขาได้ (2.72) เป็นต้น

ด้านความเชื่อมั่นต่อระบบความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่า คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 14.29 เชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 38.93 เชื่อมั่นมาก ร้อยละ 41.43 เชื่อมั่นปานกลาง มีเพียงร้อยละ 4.82 ที่เชื่อมั่นน้อย และร้อยละ 0.54 ที่เชื่อมั่นน้อยที่สุด ด้านความพึงพอใจต่อระบบการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่า ร้อยละ 20.43 พอใจมากที่สุด ร้อยละ 44.44 พอใจมาก ร้อยละ 31.00 พอใจปานกลาง มีเพียงร้อยละ 3.76 ที่พอใจน้อย และร้อยละ 0.36 ที่พอใจน้อยที่สุด

ส่วนประสบการณ์ในการประสบปัญหาจากการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 93.15 ไม่เคยประสบปัญหา มีเพียงร้อยละ 6.85 เท่านั้นที่เคยประสบปัญหาจากการทำ และพบว่า ปัญหาเกิดจากระบบล่ม ระบบหลุด ระบบไม่เสถียร (ร้อยละ 42.30) Network Delay /ระบบช้า (ร้อยละ 34.62) ลืมรหัส (ร้อยละ 11.54) เงินหาย แต่ธนาคารไม่รับผิดชอบ (ร้อยละ 7.69) และกดรหัสผิดทำให้โอนเงินเข้าบัญชีคนอื่น (ร้อยละ 3.85) เป็นต้น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments