728 x 90

กทม. เร่งเติมพื้นที่สีเขียวแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

img

แม้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จะมีทิศทางที่ดีขึ้น จากการระดมหลากหลายวิธี ทั้งฉีดล้างทำความสะอาดถนน ฉีดพ่นน้ำขึ้นฟ้า ปฏิบัติการบินทำฝนเทียม แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน ยังมีมาตรการระยะยาวที่ต้องทำต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่นักวิชาการ รวมถึงประชาชนส่วนมาก เห็นพ้องกันว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการฟอกอากาศในกรุงเทพฯ​ ให้สะอาดอย่างยั่งยืน 

พื้นที่สีเขียว กทม. ยังไม่พอดีกับประชากร
โดย คุณจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครขณะนี้ มี 7,967 แห่ง คิดเป็นขนาดพื้นที่รวม 38,141,062 ตร.ม. เมื่อเทียบอัตราส่วนกับจำนวนประชากรใน กทม. ที่มีประมาณ 5,680,415 คน คิดเป็นอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อคนคือ 6.70 ตร.ม./คน โดยในขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอีก 2 แห่ง คือ เขตบางบอน และเขตบางแค พื้นที่รวมประมาณ 170 ไร่ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้มีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวเพิ่มเป็น 6.75 ตรม./คน


รองผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่าพื้นที่สีเขียว รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในแถบชานเมือง และพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรในขณะนี้ยังไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม กทม. กำลังเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนากรุงเทพ มหานคร “มหานครสีเขียว สะดวกสบาย” สอดคล้องกับนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วทุกมุมเมือง เพื่อให้ประชาชนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ใกล้ชิดธรรมชาติ

โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ทำการสำรวจพื้นที่ว่าง เพื่อนำมาทำเป็นสวนสุขภาพ สวนหย่อม พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากภาคเอกชน องค์กรต่างๆ และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่ม ทั้งในพื้นที่เอกชน พื้นที่สาธารณะ รวมถึงบ้านเรือนประชาชน ซึ่งในปีนี้ ผู้ว่าฯ กทม. มีเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้เพิ่มให้ได้เป็นหมื่นต้น รวมถึงจะปรับพื้นที่ตลาดเจเจกรีนเดิมขนาด 22 ไร่ ให้เป็นสวนสาธารณะ โดยได้จัดสรรงบประมาณดำเนินการแล้ว 183 ล้านบาท อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจาก ปตท. ในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่บริเวณถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าช่วงแรก ประมาณ 20 ไร่ ให้เป็นพื้นที่  สีเขียวแห่งใหม่ โดย ปตท.จะออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเองทั้งหมด

ขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงนโบายสำคัญที่ต้องเร่งสานต่อในปี 2562 ว่าจะมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นอีก จากการสำรวจพบว่ายังมีพื้นที่ของ กทม. กว่า 4,000 ไร่ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ จึงมอบหมายให้แต่ละสำนักงานเขตสำรวจและสรุปข้อมูลว่าจะปลูกต้นไม้เพิ่มบริเวณใดบ้าง ขณะเดียวกันจะประสานกับเอกชนที่ต้องการทำประโยชน์ตอบแทนสังคม เชิญชวนให้ร่วมบริจาคอาคาร สิ่งก่อสร้าง หรือต้นไม้ให้ กทม. นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังเป็นการขจัดข้อครหาด้านการใช้งบประมาณประจำปีด้วย  

ปี 2562 กทม. ตั้งเป้าเพิ่มสวนสาธารณะ 750 ไร่
พื้นที่สีเขียวที่มีอยู่ 38,141,062 ตร.ม. ในปัจจุบัน แบ่งเป็นพื้นที่สวนสาธารณะหลัก ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการสันทนาการ ออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจ 37 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 20 เขต มีพื้นที่รวม 3,567 ไร่ 2 งาน 94.90 ตร.ว. หรือคิดเป็นขนาดพื้นที่ 5,708,379 ตร.ม. โดยเขตประเวศและพระนคร มีสวนมากที่สุด คือ 4 แห่ง รองลงมาคือ เขตจตุจักร มี 3 แห่ง และที่เป็นสวนสาธารณะรองอีก 54 แห่ง มีพื้นที่รวม 494 ไร่ 3 งาน 44.97 ตร.ว. หรือคิดเป็นขนาดพื้นที่ 791,898 ตร.ม. ส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นพื้นที่สีเขียวรูปแบบอื่น เช่น สนามกีฬากลางแจ้ง สนามกอล์ฟ พื้นที่ไม้ยืนต้น พื้นที่เกษตรกรรม สวนหลังคา สวนกำแพง เป็นต้น


โดยปี 2562 นี้ สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. มีเป้าหมายจะพัฒนาพื้นที่สีเขียวให้มีขนาดพื้นที่ 6.79 ตร.ม./คน โดยจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 750 ไร่ ซึ่งมีโครงการที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้  จำนวน 6 สวน ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ, โครงการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เขตบางบอน เป็นสวนสาธารณะขนาดพื้นที่ 100 ไร่ 2. โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณซอยเพชรเกษม 69 (สวนบางแคภิรมย์) ขนาดพื้นที่ 70 ไร่ 3. โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะภายในสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 37 ไร่, 4. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณทางแยกต่างระดับถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก (สวนทวีกาญจนา) ให้เป็นสวนสาธารณะ พื้นที่ 20 ไร่ 5. โครงการก่อสร้างสวนจากภูผาสู่มหานทีในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พื้นที่ประมาณ 26 ไร่ และ 6. โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหาร และเพิ่มสวนสาธารณะระดับสวนหมู่บ้านในพื้นที่เขตลาดกระบัง รวมพื้นที่ทั้งหมด 271 ไร่

สร้างถนนอากาศสะอาด ลดมลพิษในเมือง
นอกจากนั้น กทม. ยังมีโครงการถนนอากาศสะอาด ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้กิจกรรมต่างๆ เช่น การตรวจวัดและรายงานผลคุณภาพอากาศ, การตรวจสอบตรวจจับรถยนต์ควันดำ, การควบคุมฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้าง, ล้างทำความสะอาดถนนเพื่อลดฝุ่นละออง, การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว, ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระบบการจราจรให้เกิดความคล่องตัวเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างเครือข่ายป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่ตามแนวคิด Clean Air for All (อากาศสะอาดเพื่อเราทุกคน) เป็นต้น

โดยในปี 2562 ได้คัดเลือกถนนเข้าร่วมโครงการถนนอากาศสะอาดจำนวน 45 เส้นทาง ในพื้นที่ 50 เขต ระยะทางรวมประมาณ 120 กิโลเมตร โดยนำร่องบริเวณ ถ.พญาไท เขตปทุมวัน เป็นจุดแรก ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ​ ได้เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสรุปสถานการณ์พื้นที่สีเขียวของ กทม. ในปี 2561 โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ระบุไว้ชัดเจนถึงปัญหาและอุปสรรคในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นั่นคือที่ดินที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวยังคงเป็นรูปแบบการขอใช้ หรือเช่าจากส่วนราชการต่างๆ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย, ราชพัสดุ, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นต้น ส่วนการดำเนินการโดยวิธีการจัดซื้อที่ดินเป็นของ กทม. มีจำนวนน้อย เนื่องจากราคาที่ดินมีราคาแพง ทำให้การพัฒนาพื้นที่สีเขียวขาดความชัดเจน ไม่ครอบคลุมการให้บริการ พื้นที่ที่ดำเนินการอาจอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และพื้นที่สีเขียวที่มีการลงทุนพัฒนาไปแล้วอาจเกิดการสูญหายได้หากมีการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายหรือถูกยกเลิกการให้ใช้พื้นที่จากส่วนราชการอื่นๆ ในอนาคต

หากพิจารณาถึงสถานการณ์พื้นที่สีเขียวของเมือง โดยเปรียบเทียบกับข้อเสนอขององค์การอนามัยโลก ที่เสนอแนะให้เมืองควรมีพื้นที่สีเขียวเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน ไม่น้อยกว่า 9 ตร.ม./คน ประกอบกับรายงานฉบับสมบูรณ์มาตรการในการเพิ่มและการจัดการพื้นที่สีเขียวในเขตชุมชนอย่างยั่งยืน ของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ระบุว่าชุมชนขนาดใหญ่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเทศบาลนคร ควรมีพื้นที่สีเขียวยั่งยืนอย่างน้อย 12 ตร.ม./คน และมีพื้นที่สีเขียวเพื่อการบริการอย่างน้อย 4 ตร.ม./คน แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน กรุงเทพฯ ยังคงเป็นมหานครที่มีพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ดังนั้น ภารกิจการพัฒนาพื้นที่สีเขียว การปลูกต้นไม้ใหญ่ยืนต้น สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและสร้างความร่มรื่น รวมถึงการรักษาไว้ซึ่งพื้นที่สีขียวและสภาพแวดล้อมที่ดีให้คงอยู่อย่างยั่งยืนครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่กรุงเทพมหานครต้องดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป ซึ่งอาจต้องเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ ก่อน เช่น การปลูกต้นไม้ให้ถูกที่ ตัดต้นไม้ให้ถูกวิธี เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครสีเขียว สะดวกสบาย มีความน่าอยู่อย่างยั่งยืน
__________
คุณจักกพันธุ์ ผิวงาม - รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
“กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา ซึ่งการมีพื้นที่สีเขียวจะช่วยทำให้สภาพแวดล้อมดียิ่งขึ้น ทาง กทม. ได้พยายามทุกวิถีทาง แม้จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ใจกลางเมืองได้ไม่มาก แต่ก็มีการเพิ่มต้นไม้ใหญ่ ขณะนี้ได้ให้ทั้ง 50 สำนักงานเขตสำรวจพื้นที่ว่าง และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้ เพราะการเพิ่มจำนวนต้นไม้ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 3 ล้านต้นให้มากขึ้น ปัญหามลภาวะทางอากาศน่าจะดีขึ้นไปด้วย ส่วนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว กทม. มีเป้าหมายเพิ่มให้ได้สัดส่วน 9 ตร.ม./คน ตามคำแนะนำของ WHO ภายในปี 2575”


[English]
Bangkok Still in Need of Green Space
Despite alleviating PM2.5 dust situation, thanks to efforts from all groups and agencies to tackle the air pollution, all quick-fix measures still demand long-term and sustainable solutions that should include an increase in green space in Bangkok.

According to the Bangkok Metropolitan Administration (BMA), there are 7,967 locations of green space, totaling over 38 million square meters, in Bangkok.  When compared with Bangkok population of more than 5.68 million, each city resident has 6.7 square meters of green space.  BMA said it is going to introduce two more locations in Bang Bon and Bang Khae , which will add 170 rai to the capital city’s total green area and increase each Bangkokian’s green space by 0.05 square meter.

In addition, BMA has instructed all 50 district offices to conduct a survey to locate potential areas to be turned into public parks while seeking collaboration from the private sector and the public to grow more trees.  The latest survey suggested that over 4,000 rai of land in Bangkok remain underutilized and Bangkok Governor Asawin Kwanmuang said that one of his urgent policies in 2019 is the addition of more green space to Thailand’s capital city.

Moreover, BMA has planned to step up the air pollution control through its cooperation with related agencies to inspect air quality, intercept vehicles producing black smoke, clean roads and control dust at construction sites.

The City Hall already selected 45 roads in Bangkok to be included in its “clean air road” project, with Phyathai Road in Pathumwan District designated as the first pilot location.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments