728 x 90

ผลสำรวจเผยหญิงไทยยุคใหม่ เป็นใหญ่ทั้งด้านธุรกิจ-มีกำลังซื้อสูง

img

ปัจจุบันประชากรไทยเพศหญิงมีอัตราสูงกว่าเพศชายร้อยละ 51 ต่อ 49 หรือประมาณ 33.4 ล้านคน ต่อ 32.1 ล้านคน แม้ตัวเลขจะดูต่างกันไม่มากนัก แต่ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้หญิงที่มีกำลังซื้อสูงถึง 85% และเป็นผู้นำเทรนด์ชอปปิง ขณะเดียวกันหญิงไทยดำรงตำแหน่งผู้นำในโลกธุรกิจอยู่ถึง 37% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 

ส่องอำนาจการใช้จ่ายของหญิงไทย
จากข้อมูลของ Greenfield Online for Arnold’sWomen’s Insight Team ระบุว่า ผู้หญิงเป็นกลุ่มที่มีการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และมีกำลังซื้อสูงถึง 85% ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทั้งหมด เช่น บ้าน รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าสุขภาพ เวชภัณฑ์ และอาหาร รวมถึงการจ่ายเพื่อวันหยุดพักผ่อน โดยพบว่า ผู้หญิงมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสินค้าประเภทเวชภัณฑ์และอาหารมากที่สุดในระดับเท่ากันคือ 93% รองลงมาคือการใช้จ่ายในวันหยุดพักผ่อน 92% และการซื้อบ้านใหม่ 91% (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1)


หากพิจารณาเฉพาะประเด็นการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ในอดีตผู้หญิงบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ในยุคที่เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ข่าวสารข้อมูลมีอยู่มากมายจากหลายช่องทางและทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ผู้หญิงในปัจจุบันจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการซื้อที่อยู่อาศัยอีกต่อไป

เช่นเดียวกับการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์ต่างๆ ที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าการ CF (Confirm) หรือการ CC (Cancel) ได้กลายเป็นศัพท์ออนไลน์ฮอตฮิตของผู้หญิงเวลาสนใจสั่งซื้อสินค้าในโซเชียลมีเดีย

สอดคล้องกับข้อมูลของ TrueMoney Wallet ที่รวบรวมสถิติการทำธุรกรรมช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. 62 พบว่า ผู้หญิงสามารถสร้างมูลค่าธุรกรรมต่างๆ บน TrueMoney Wallet หลายสิบล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพด้านการใช้จ่ายของพวกเธอที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรม e-Wallet ในประเทศไทย ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น  

โดย 60% ของผู้ใช้งานทั้งหมดที่เป็นผู้หญิง อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y อายุเฉลี่ย 24 ปี มีปริมาณการใช้จ่ายเงินผ่าน e-Wallet เฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 280 บาท

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ใช้เพศหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การบริจาค และการเลือกซื้อดิจิทัลคอนเทนต์ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงมอง e-Wallet เป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มเรื่องการจ่ายเงิน แต่ยังเป็นแหล่งรวมน้ำใจและประตูเชื่อมโลกดิจิทัลของพวกเธออีกด้วย (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2)

หญิงไทยเก่งธุรกิจ-ทรงอิทธิพลด้านการท่องเที่ยว
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เผยแพร่บทความภาษาอังกฤษ Why Thailand’s Women Are So Successful in Business (But Not Politics) ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้นำธุรกิจอยู่ถึง 37% ซึ่งถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่มีผู้นำหญิงอยู่ 24% อ้างอิงจากผลสำรวจของสหประชาชาติที่รวบรวมข้อมูลจาก 193 ประเทศสมาชิก  

โดยหญิงไทยที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร (CEO) คิดเป็น 40% ของตำแหน่งรวมในประเทศ ส่วนตำแหน่งผู้นำหรือผู้กำหนดนโยบายในแวดวงการเงินการคลัง (CFO) มีจำนวนถึง 34% โดยปัจจุบันผู้หญิงไทย มีการศึกษาในระดับอุดมศึกษามากกว่าผู้ชายคิดเป็นสัดส่วน 1.41 คนต่อผู้ชาย 1 คน ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าและจะนำพาให้เกิดความเท่าเทียมกันทางเพศในเรื่องการทำงานและวงการธุรกิจการเงินของไทยได้ในไม่ช้า (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 3)


ผลสำรวจจาก Grant Thornton International ผู้ให้บริการด้านที่ปรึกษาทางธุรกิจและบริการตรวจสอบบัญชี พบว่า ผู้หญิงนั่งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นมาก โดย 94% ของบริษัททั่วอาเซียนที่ทำการสำรวจมีผู้หญิงเป็นผู้บริหารระดับสูงอย่างน้อย 1 คน สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 87%

สำหรับประเทศไทย ผู้หญิงรั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการถึง 33% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอาเซียนที่ 21% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 15% นอกจากนี้ยังครองตำแหน่งสำคัญอื่นๆ เช่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด

ด้านธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พักซึ่งเป็นผู้หญิงไทยมีการเติบโตขึ้นมาก ข้อมูลจาก Airbnb ระบุว่า ปี 2561 เจ้าของที่พักหญิงสร้างรายได้รวม 2.8 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจำนวนเจ้าของที่พักหญิงมีการเติบโตกว่า 22% ทำให้เจ้าของที่พักหญิงของ Airbnb สามารถสร้างรายได้ถึง 53% จากชุมชนเจ้าของที่พัก Airbnb ในประเทศไทย ซึ่งรายได้เฉลี่ยต่อปีสำหรับเจ้าของที่พักหญิงคือ 78,000 บาท

นอกจากนี้การเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้มอบประสบการณ์ Airbnb Experiences ในประเทศไทย ทำให้มีจำนวนของผู้หญิงที่เป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยในกรุงเทพฯ มีผู้ประกอบการหญิงซึ่งเป็นเจ้าของที่พักอยู่ถึง 53.7% (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 4)


ได้รับโอกาสทางสังคม แต่ด้านการเมืองยังเหลื่อมล้ำ
รายงานจาก World Economic Forum ประจำปี 2018 ระบุว่า ประเทศไทย อยู่ลำดับที่ 3 ในเขตภูมิภาคอาเซียนของดัชนี Global Gender Gap หรือ ช่องว่างระหว่างชายหญิง โดยได้คะแนน 0.702 ตีความได้ว่า ผู้หญิงไทยได้รับโอกาสต่างๆ ในสังคม คิดเป็น 70.2% ของผู้ชายไทย ซึ่งนับว่าสูงกว่าประเทศพื้นบ้าน โดยการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและโอกาสในสังคม การศึกษา สุขภาพและการได้รับบริการทางสาธารณสุข มีคะแนน 0.763, 0.991 และ 0.978 ขณะที่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ได้คะแนน 0.074 แสดงว่า บ้านเรายังมีความเหลื่อมล้ำด้านการเมืองอยู่ค่อนข้างสูง

สอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ (Inter-Parliamentary Union) ระบุว่า สัดส่วน ส.ส. หญิงในประเทศไทย มีเพียง 5.3% เท่านั้น ซึ่งสำรวจจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2557 นับจำนวนที่นั่งในสภาทั้งหมด 246 ที่นั่ง มีผู้หญิงเพียง 13 ที่นั่ง หมายความว่า จำนวน ส.ส. ชายในสภา ซึ่งปัจจุบันเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมากถึง 94.7% ทำให้สัดส่วนผู้แทนหญิงไทยในสภาผู้แทนราษฎรอยู่อันดับ 181 จากทั้งหมด 193 ประเทศทั่วโลก และรั้งท้ายในอาเซียน (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 5)


อย่างไรก็ตาม กระแสการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 นี้ นับว่าผู้หญิงมาแรงไม่แพ้กัน เพราะมีผู้สมัครหญิงรุ่นใหม่ทยอยเขาสู่สนามการเมือง ซึ่งน่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนในทางที่ดีขึ้น ตัวอย่างเห็นได้จากข้อมูลจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีผู้หญิงในงานการเมืองจำนวนมาก จะมีธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ซึ่งรวมถึงระบบการศึกษา และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี ที่นับวันผู้หญิงได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในสังคมมากยิ่งขึ้น และได้กลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนโลก ทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น
____________________
คุณอันนาคาริน ยัตฟอร์ช - รักษาการผู้อำนวยการ องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) สำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก 
“การก้าวผ่านอุปสรรคของผู้หญิงในการเข้าสู่การเมืองไม่เพียงแต่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิง แต่ยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วน เห็นได้จากประเทศที่มีผู้หญิงใน งานการเมืองจำนวนมาก จะมีธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ซึ่งรวมถึงระบบการศึกษา และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน”


คุณมิช โกห์ - หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ Airbnb
“ปี 2561 ผู้หญิงทั่วโลกสร้างรายได้ถึง 38,100 ล้านบาท ผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb สำหรับประเทศไทย ข้อมูลของ Airbnb สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของผู้หญิงที่ให้เช่าที่พักในทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ซึ่งการเข้าถึงของเทคโนโลยีได้ช่วยกระตุ้นให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาก”


[English]
Thai Women Noted for Bigger Roles in Market & Business
There are currently around 33.4 million women and 32.1 million men in Thailand — a ratio of 51:49.

According to Greenfield Online for Arnold’sWomen’s Insight Team, women are mostly responsible for consumer goods purchase decision-making in household and representing 85% of the total purchases made. 

A separate study by TrueMoney Wallet shows women have contributed to millions of baht worth of transactions made on its platform during January and February 2019.  It also suggested that 60% of women active on TrueMoney Wallet platform live in Bangkok and surrounding areas, with most noted as Gen Y, an average age of 24 years and an average purchase of 280 baht via e-Wallet.

Meanwhile, Bloomberg recently published an article dubbed “Why Thailand’s Women Are So Successful in Business (But Not Politics)” that indicated women represent 37% of top business executives — an impressively high number when compared with the global average of 24% stated in a report by the United Nations compiled from 193 member countries.

In addition, the 2018 World Economic Forum report suggested that Thailand was ranked third in ASEAN’s Global Gender Gap index, with Thai women receiving a score of 0.702, although their political participation score was only 0.074.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments