728 x 90

โรงแรมไทยสร้างง่าย แต่ ทำไม ! ขอใบอนุญาตยาก

img
โรงแรมไทยสร้างง่าย แต่ ทำไม ! ขอใบอนุญาตยาก โดย++ ธนวรรณ วินัยเสถียร

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียท่า แนะนำให้ ทราเวล ลิสต้า ฉลาดเที่ยวอย่างเราๆ เข้าไปเช็คข้อมูลผู้ประกอบโรงแรมหรือบริษัทนำเที่ยว กันได้ที่ www.rd.go.th ซึ่งกรมสรรพากร ได้ดึง database จาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาไว้ให้เช็ค ให้ชัวร์ก่อนจองเที่ยวกันแบบไม่เสียสิทธิ์ เพราะโรงแรมที่เห็นกันดาษดื่น โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสุดฮ้อต มีการเปิดโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตหรือโรงแรมเถื่อน คิดเป็นสัดส่วนเท่ากันกับโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม  


          จากข้อมูลทะเบียนโรงแรมทั่วประเทศไทย  ณ วันที่  20 สิงหาคม 2559 พบว่า ปัจจุบันทั่วประเทศไทยมีโรงแรมที่ได้รับอนุญาตเพียง 10,382 แห่ง คิดเป็น 5.26 แสนห้องเท่านั้น ซึ่งรูปแบบจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท กล่าวคือ ประเภทที่ 1 (มีบริการห้องพักอย่างเดียว) โรงแรมประเภท 2 (มีห้องพักและห้องอาหาร) โรงแรมประเภท 3 (มีห้องพัก ห้องอาหาร ห้องสัมมนาหรือสถานบริการอย่างใดอย่างหนึ่ง) และประเภทที่ 4 (โรงแรมที่มีบริการครบทุกอย่าง) แสดงให้เห็นว่า นอกนั้นดำเนินธุรกิจอย่างไม่ถูกต้องตามกฏหมาย และเทรนด์ที่นิยมกันส่วนใหญ่คือ การนำเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ตึกแถว บ้านจัดสรร มาขายห้องพักแบบรายวันและเรียกตัวเองว่าดำเนินธุรกิจโรงแรม                   
           นายบัณฑิต นริศรางกูร ผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยข้อมูลว่า เมื่อปี 2554 มีผู้ประกอบการมายื่นเรื่องขอดำเนินธุรกิจโรงแรมค้างไว้ 3,710 แห่ง แต่ติดล็อคในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะลักษณะประเภทอาคารที่ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 ที่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้สูงมาก โดยอิงกับโรงแรมระดับ 5 ดาว ทำให้โรงแรมขนาดเล็กจะไม่สามารถขออนุญาตได้ และในปี 2559 คาดว่ามีโรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจโรงแรมเพิ่มเป็นจำนวนกว่า 1 หมื่นแห่ง ซึ่งก็มีทั้งโรงแรมที่ตั้งใจจะกระทำผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันมีอีกเป็นจำนวนมากที่อยากทำให้ถูกแต่เข้าระบบไม่ได้ เนื่องจากติดล็อคหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547


            ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น กฎหมายระบุว่า อาคารโรงแรมประเภท 1  เสา คาน พื้น บันได ต้องก่อสร้างโดยใช้วัสดุถาวร ทนไฟ แต่รีสอร์ทส่วนใหญ่จะใช้วัสดุที่เป็นไม้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ หรือแม้แต่การกำหนดให้อาคารโรงแรมต้องมีที่ว่างของอาคาร 30 ใน 100 ส่วน แค่นี้ก็ไม่ผ่านแล้ว ซึ่งถือว่าผิด เพราะกฎหมายให้ผิด ไม่ได้เจตนากระทำผิด ยังไม่รวมข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ อย่างกฎหมายว่าด้วยผังเมือง ที่ได้กำหนดเขตพื้นที่โซนสี ที่ในบางพื้นที่ว่าห้ามก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ แต่ให้เฉพาะโรงแรมขนาดเล็กเปิดให้บริการโรงแรมได้ในทุกผังสีที่เป็นที่อยู่อาศัย เป็นต้น

            ปัญหาเหล่านี้ภาครัฐทราบปัญหาดี โดยเฉพาะการกำหนดลักษณะอาคารโรงแรม ซึ่งมีสเปกสูงมาก  เพราะตีโจทย์โดยอิงรูปแบบโรงแรมขนาดใหญ่ในอดีต ไม่รองรับเทรนด์การลงทุนธุรกิจโรงแรมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หลายโรงแรมไม่สามารถเข้าระบบได้ ประกอบกับการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น  หากเข้มงวดในการจับกุมโรงแรมผิดกฏหมายจริงๆ ก็คงไม่เหลือที่พักในการรองรับนักท่องเที่ยว  ทำให้ที่ผ่านมาคนทำโรงแรมผิดกฎหมายจึงมีมากกว่าคนที่ทำถูกกฎหมายเสียอีก
            แต่วันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อรัฐบาลเอง ก็อยากได้ภาษีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลได้ปลดล็อคเรื่องรูปแบบอาคาร จนออกกฎกระทรวง “เรื่องกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559” เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่นำอาคารประเภทอื่นมาให้บริการที่พักแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป สามารถปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ประกอบกิจการโรงแรมได้อย่างถูกต้องกฏหมาย
             โดยการออกกฎกระทรวงดังกล่าว จะทำให้โรงแรมประเภท 1 และ 2 เท่านั้น มีเวลา 5 ปีจากนี้ที่จะดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งอิงจากรูปแบบอาคารของถนนข้าวสารและอัมพวา มากำหนดสเปกของอาคาร ให้โรงแรมขนาดเล็กสามารถปรับปรุงเพื่อยื่นทำโรงแรมอย่างถูกต้องได้  อาทิ การกำหนดให้มีที่ว่างของอาคารไม่น้อยกว่า 10 ใน 100 ส่วน เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้หารือกับกรมโยธา ก็เชื่อว่าปัจจุบันมีโรงแรมผิดกฎหมายและเป็นโรงแรมขนาดเล็กเกินกว่า 1 แสนห้อง ดังนั้นหากนำโรงแรมประเภท 1 และ 2 เข้าระบบได้ ก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ลงได้ 50% หรือจะมีโรงแรมที่เข้าสู่ระบบเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นห้อง หรือทำให้โรงแรมกว่า 5,000 แห่งที่ไม่ถูกต้องเข้าระบบได้
           ทั้งการเข้มงวดในการจับกุมโรงแรมผิดกฎหมายหลังล่าสุด บิ๊กป้อม “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งสแกนตรวจสอบโรงแรมทั้งเชียงใหม่ หากพบผิดกฎหมาย ให้ฟันทันที และกำลังจะเข้มงวดในอีกหลายพื้นที่ งานนี้คงบี้ให้โรงแรมเถื่อนนับหมื่นแห่ง เริ่มมองการเข้าระบบอย่างถูกต้อง รายการเชือดไก่ให้ลิงดูก็โผล่มาบ้างแล้ว เคสดังๆ อย่าง “โรงแรมอีสติน ตัน  โฮเทล เชียงใหม่” ของเจ้าพ่อตลาดชาเขียว “ตัน ภาสกรนที” หรือ “อิชิตัน” หรือแม้กระทั่ง “โรงแรม The Core” ที่ บอล-กฤษณะ ซึ่งกำลังมีคดีทำร้ายลูกนายพล แฟนดาราสาว อุ้ม-ลักขณา ที่เคยนั่งแท่นบริหารโรงแรมอยู่ก่อนหน้านี้นั่นเอง

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments