728 x 90

เส้นทางซูชิ สู่วิกฤติแรงงาน

img

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมนูซูชิที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น เป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าเมนูซูชิเป็นสาเหตุหนึ่งของการประมงเกินขนาด ทำให้ปลาทูน่าที่เป็นวัตถุดิบสำคัญใกล้หมดไปจากท้องทะเล อีกทั้งยังทำให้ผู้บริโภคอย่างเรากลายเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของการค้ามนุษย์อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

อาหารจานโปรดจากทะเล
หากพูดถึงวัตถุดิบหลักในการทำซูชิชั้นดี อย่างปลาทูน่าพันธุ์ครีบน้ำเงิน อาจฟังไม่คุ้นนัก แต่ถ้าพูดถึง “ปลามากุโระ” คอซูชิต้องรู้จักแน่นอน เพราะเป็นปลาทูน่าที่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงสุดจนได้ฉายาว่า “เพชรสีดำแห่งท้องทะเล” โดยเฉพาะเนื้อส่วนโอโทโร่ที่มีไขมันแทรก หวานนุ่มลิ้น จากการประมูลปลาทูน่าครีบน้ำเงินประจำปี 2560 ที่ตลาดปลาสึกิจิ ในญี่ปุ่น มีราคาสูงถึง 22 ล้านบาท ถือเป็นปลาที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในประเทศ มีอัตราการบริโภคมากถึงร้อยละ 80 จากจำนวนที่จับได้ทั้งหมดของโลก 

ด้านคณะกรรมาธิการแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันตก เปิดเผยปริมาณทูน่าครีบน้ำเงินในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป (ช่วงพร้อมขยายพันธุ์) ว่าในปี 2557 มีจำนวนลดลงเหลือเพียง 16,000 ตัน ไม่ถึงร้อยละ 3 ของจำนวนปลาในปี 2443 ที่ยังไม่มีการจับปลาทูน่าในเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีปริมาณกว่า 600,000 ตัน เมื่อเทียบกับสถิติของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์นานาชาติด้านทูน่าในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ (ISC) พบว่าประชากรปลาทูน่าครีบน้ำเงินลดลงถึงร้อยละ 97 จากจำนวนปลาในประวัติศาสตร์ 

นอกจากปลาทูน่าพันธุ์ครีบน้ำเงินและพันธุ์ตาโตที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์แล้ว ปลาทูน่าที่ใช้ในการทำปลากระป๋อง อย่าง พันธุ์ครีบเหลืองและครีบยาวก็มีสถานะถูกคุกคาม ปัจจุบันมีเพียงสายพันธุ์ท้องแถบเท่านั้นที่ยังไม่มีความเสี่ยง ทว่าหากยังทำการประมงที่ไม่ยั่งยืนต่อไปก็อาจเข้าสู่ภาวะถูกคุกคามได้

จับปลามากเกินกว่าธรรมชาติจะรับไหว
ปัจจัยหลักที่ทำให้ประชากรทูน่าลดจำนวนอย่างรวดเร็ว คือวิธีการประมงแบบเกินขนาดจนธรรมชาติฟื้นฟูไม่ทัน ส่วนใหญ่มักใช้วิธีที่ไม่ยั่งยืนเพื่อให้ได้ปลาจำนวนมากที่สุด เช่น ใช้อุปกรณ์ล่อปลา (FADs) ร่วมกับอวนล้อมขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นวัตถุลอยในทะเล ล่อปลาด้วยการสร้างห่วงโซ่อาหาร ดึงดูดทูน่าด้วยปลาขนาดเล็กที่มากินเพรียงและหอยซึ่งเกาะวัตถุลอยทะเล จากนั้นจึงรวบอวนที่วางล้อมไว้ก่อน ทำให้สัตว์น้ำที่ไม่ใช่เป้าหมายอย่าง โลมา ฉลาม เต่าทะเล และวาฬติดอวนมาด้วยเป็นจำนวนมาก 
ส่วนแบ่งตลาดและความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ของปลาทูน่า

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปลาทูน่าครีบน้ำเงินเพิ่มจำนวนประชากรไม่ทันความต้องการของมนุษย์ คือมีปลาทูน่าที่ยังโตไม่เต็มวัยและยังไม่ได้วางไข่ขยายพันธุ์ถูกจับมากถึงร้อยละ 96 กล่าวได้ว่าหากในอนาคตยังไม่มีวิธีการควบคุมการประมงที่มีประสิทธิภาพ เราก็อาจไม่มีเนื้อซูชิและซาชิมิให้กินอีกต่อไป

แรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมการประมง
นอกจากการประมงเกินขนาดจะส่งผลต่อประชากรทูน่าอย่างมีนัยยะสำคัญแล้ว ยังทำให้เกิดกระบวนการค้ามนุษย์จำนวนมาก เนื่องจากเกิดการแข่งขันทำประมงแย่งกันจับปลามากขึ้น ทำให้ต้องออกทะเลไปไกลและนานขึ้น ธุรกิจประมงต้องใช้แรงงานผิดกฎหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งปัจจุบันหลายบริษัทยังใช้การขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล ทำให้เรือประมงอยู่กลางทะเลได้นานขึ้นหลายปี ลูกเรือจึงขาดการดูแลและตรวจตราหากมีการกดขี่หรือใช้แรงงาน 
แรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทย

แม้รัฐบาลจะประกาศให้การค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ แต่ขณะนี้ไทยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มเทียร์ 2 ที่ต้องจับตามองจากสหรัฐฯ รวมถึงยังได้ใบเหลืองจาก EU เนื่องจากเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) จากความกดดันดังกล่าวทำให้ล่าสุดรัฐบาลบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว โดยมีข้อกำหนดว่าหากนายจ้างรับคนต่างด้าวทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ หรือ รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือ รับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาติกับตนเข้าทำงาน มีโทษปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน แม้ภายหลังจะขยายเวลาออกไปอีก 180 วัน แต่การออกข้อกำหนดและบทลงโทษที่ชัดเจนครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงกับธุรกิจประมง เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีแรงงานต่างด้าวมากเป็นอันดับ 5 จากอาชีพทั้งหมด และอุตสาหกรรมประมงขาดแคลนแรงงานมากถึง 74,000 คน

จากสถิติของกรมการจัดหางานในเดือนมีนาคม 2560 พบว่ามีแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล-แปรรูปสัตว์น้ำมาต่อใบอนุญาต จำนวนทั้งสิ้น 43,769 คน เป็นแรงงานในอุตสาหกรรมประมงทะเล 18,825 คน และเป็นแรงงานต่างด้าวในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ 24,944 คน ทั้งนี้การค้ามนุษย์และแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเป็นปัญหาที่รัฐต้องเร่งแก้ไขต่อไป

ทางออกของวิกฤตการประมง
ปัจจุบันมีหลายองค์กรที่ร่วมต่อต้านการค้ามนุษย์และการประมงเกินขนาด ล่าสุด กรีนพีซ ยื่นรายชื่อกว่า 680,000 รายชื่อจากทั่วโลก เรียกร้องให้บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เพิ่มความเป็นธรรมให้แก่แรงงานประมง โดยการห้ามขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเล และให้นำเครื่องมือประมงที่ยั่งยืนแทนเครื่องมือประมงทำลายล้าง ลดการทำประมงเกินขนาด และการฆ่าทำลายสิ่งมีชีวิตทะเลที่ตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สุดของโลกในอุตสาหกรรมปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแวดวงผู้ผลิต นอกจากนี้กรีนพีซยังจัดอันดับแบรนด์ทูน่ากระป๋องที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งด้านการประมงและการใช้แรงงาน 
สัดส่วนปลาทูน่าครีบน้ำเงินที่ถูกจับ

แม้ว่าเรื่องการประมงปลาทูน่าเกินขนาดหรือแรงงานเถื่อนอาจดูเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข แต่ผู้บริโภคอย่างเราก็มีส่วนและเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา โดยการกดดันผู้ผลิตที่ทำการประมงแบบไม่ยั่งยืนและเลือกบริโภคอาหารจากผู้ผลิตที่สามารถตรวจสอบที่มาของแรงงานและปลาได้จากฉลาก ไม่เช่นนั้นในไม่ช้าวัตถุดิบแห่งท้องทะเลที่ล้ำค่าในอาหารจานโปรดก็จะหายไปจากโลกอย่างไม่มีวันหวนกลับ 


อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“เราคาดหวังอยากเห็นทุกๆ บริษัทในอุตสาหกรรมประมงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทรัพยากรปลาทูน่าลดลง การจับปลาทูน่าต้องใช้เงินทุนสูงขึ้น การใช้แรงงานผิดกฎหมายจึงเป็นต้นทุนที่บริษัทควบคุมได้แต่กลับไม่มีการดูแลแรงงานเหล่านี้ดีเท่าที่ควร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดัน เพราะเราอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบรวมถึงอุตสาหกรรมสัตว์ทะเลอื่นๆ ด้วย”

กัลยรักษ์ เลิศมณีสกุลชัย ผู้บริโภคซูชิ 
“ทานซูชิและซาชิมิบ่อยค่ะ เพราะว่าอร่อยแล้วก็หลากหลาย แต่ไม่รู้เลยว่าปลามากุโระใกล้จะสูญพันธุ์เพราะเห็นมีคนกินอยู่เรื่อยๆ คิดว่าเขาน่าจะจับตามฤดู เข้าใจว่าอาจจะมีฟาร์มหรือเป็นปลาเลี้ยง และไม่เคยทราบเลยว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย เวลากินครั้งต่อไปจะต้องคิดมากขึ้น หรืออาจหันไปกินปลาชนิดอื่นแทน”

[English]
Sushi & Its Labor Crisis
Nowadays sushi has become so popular on a global scale but how many of us actually know that it is one of the causes of overfishing and driving the tuna to extinction?

While sushi fans might not be familiar with the bluefin tuna, most of them will definitely know “Maguro” as it’s super valuable commercially, especially the otoro part that’s very high in fat and tastes sweet.

One of the reasons why the population of the tuna is decreasing very quickly is the fact that it’s being overfished. Most fishermen use unsustainable fishing methods such as FADs to catch the fish. Apart from affecting the size of the tuna population significantly, overfishing also causes a lot of human trafficking, as people compete to find the most fish. Basically what this means is fishermen have to travel farther and stay offshore longer. Many commercial fishing businesses turn to illegal workers to cut their production costs. Also, these companies choose to transport sea creatures in the middle of the sea, allowing fishing vessels to stay in the sea many years longer. Hence, the crew doesn’t receive the best care and nobody knows when exploitation of labor happens.


Although overfishing the tuna and human trafficking seem hard to fix, we consumers are the key to fixing these problems. We can pressure those fishing businesses that practice unsustainable fishing methods by choosing to consume only the food from companies that we can find out about the source of their labor and fish from the label. Otherwise this valuable ingredient of our favorite dish will be forever gone.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments