728 x 90

ศึกชิงผู้โดยสารระอุ

img

ส่ง Taxi Ok ร่วมศึกชิงผู้โดยสาร เปิดเรียกใช้ผ่านแอพดึงความเชื่อมั่นคืน 
หลังจากปล่อยให้มีผู้ประกอบการรูปแบบใหม่เข้ามาแย่งตลาดผู้โดยสาร และเพื่อลบสถิติความไม่พึงพอใจจากผู้โดยสาร ปี 2559 ที่มีข้อร้องเรียนการให้บริการของรถแท็กซี่ถึง 37,000 เรื่อง โดย 50% เป็นการปฏิเสธผู้โดยสาร อีก 16% เป็นการแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ส่วนที่เหลือคือไม่กดมิเตอร์ และไม่ส่งผู้โดยสารตามที่กำหนด 

กรมการขนส่งทางบกเปิดตัว Taxi Ok-Taxi VIP
ตอนนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เริ่มเปิดเกมส์รุกกลับบ้างแล้ว ด้วยการเปิดตัว Taxi Ok และ Taxi VIP โดยนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าจะเป็นบริการรถแท็กซี่รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการให้แก่ประชาชน ช่วยยกระดับการให้บริการแท็กซี่ และจะแก้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารได้อย่างตรงจุด ซึ่งระหว่างนี้ต้องรอให้กฎกระทรวงประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นเวลา 90 วัน คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2560 โดยแท็กซี่ในระบบกว่า 110,000 คัน จะเข้าร่วมโครงการ Taxi Ok ในช่วงเดือนมกราคม 2561 ประมาณ 80,000 คัน กลุ่มแรกน่าจะเป็นรถที่มีอายุครบ 9 ปีในเดือนธันวาคมนี้ ที่จะต้องมาจดทะเบียนใหม่ประมาณ 40,000 คัน และแท็กซี่นิติบุคคลที่สนใจเข้าร่วมอีก 40,000 คัน 

Taxi Ok มีปุ่มฉุกเฉินขอความช่วยเหลือได้ทันที  
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในส่วนของ Taxi Ok คือการนำเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาช่วยดูแล มีระบบเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น “Taxi Ok” บนโทรศัพท์ Smart Phone ซึ่งจะมีค่าใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น 25 บาท/ครั้ง สำหรับแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่หรือลงทะเบียนกับแอพพลิเคชั่น Taxi Ok ต้องติดตั้งเครื่องบันทึกการเดินทางของรถ ประกอบด้วยอุปกรณ์ GPS Tracking ซึ่งเป็นระบบติดตามแบบ Real-time พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถส่ง ระยะทาง เวลา พิกัดตำแหน่งรถ เส้นทางการเดินทาง ความเร็วรถ ค่าโดยสารจากมิเตอร์ และต้องมีระบบประเมินค่าโดยสารเบื้องต้นและตรวจสอบความผิดปกติของค่าโดยสารแบบ Digital ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข มีระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งกับผู้ขับรถและผู้โดยสาร รวมถึงต้องมีปุ่มฉุกเฉินหรือปุ่ม Emergency สำหรับผู้โดยสารเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที โดยข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก (DLT Taxi Center) 

Taxi VIP ราคาจะแพงกว่า 10-20%
ส่วนการให้บริการ Taxi VIP จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ประชาชนที่ต้องการใช้รถที่มีสมรรถนะ และความน่าเชื่อถือสูง โดยรถที่จะเป็นแท็กซี่ VIP ต้องมีมาตรฐานขนาดตัวรถและสมรรถนะที่สูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และเติมอุปกรณ์ที่ให้บริการความสะดวกสบายมากขึ้น เป็นการยกระดับการให้บริการทั้งระบบอย่างแท้จริง สำหรับอัตราค่าบริการนั้นจะเป็นไปตามที่กรมฯ กำหนด แต่เบื้องต้นคาดว่าจะสูงกว่าแท็กซี่ทั่วไปประมาณ 10-20% 

ทั้งนี้ โครงการ Taxi OK และ Taxi VIP จะมีการจัดตั้งศูนย์ให้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลรถแท็กซี่ภายในสังกัด เป็นหน่วยงานกลางระหว่างกรมการขนส่งทางบกกับรถแท็กซี่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอกชนที่มีศักยภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถแท็กซี่ได้อย่างทั่วถึง โดยติดตาม กำกับ รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเหตุต่างๆ รวมทั้งส่งข้อมูลการเดินทาง หรือความผิดปกติของค่าโดยสาร ไปที่ศูนย์บริหารจัดการรถแท็กซี่ของกรมฯ

รอ 3 เดือนรู้ผลศึกษาปรับค่าแท็กซี่-กรณีอูเบอร์   
ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการรถแท็กซี่เรียกร้องขอปรับค่าโดยสารนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างจ้างทีดีอาร์ไอ ศึกษาการปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการแท็กซี่ โดยให้พิจารณาครอบคลุม ทั้งข้อดี ข้อเสีย ผล
กระทบทั้งต่อผู้ประกอบการ และผู้โดยสาร คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือน พ.ย. แล้วจะนำมาพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารต่อไป ทั้งนี้ต้องศึกษาให้รอบคอบ สะท้อนถึงต้นทุนจริงของผู้ประกอบการ หากราคาต่ำเกินไปจะทำให้การบริการไม่ดี แต่ถ้าสูงเกินไปก็จะกระทบกับประชาชนที่ใช้บริการแท็กซี่เฉลี่ยวันละประมาณ 700,000 เที่ยว/วัน หรือกว่า 200 ล้านเที่ยว/ปี 

สำหรับการให้บริการของอูเบอร์ ก็เป็นโจทย์หนึ่งในการศึกษาครั้งนี้ด้วย เบื้องต้นมองว่าข้อเสนอของอูเบอร์นั้นยอมรับได้ ถือเป็นข้อเสนอที่ดี เป็นประโยชน์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็มีเป้าหมายว่าการให้บริการระบบ Ride Sharing ต้องปลอดภัยกับผู้โดยสารทุกคน จึงต้องพิจารณาแนวทางให้เหมาะสม  

อูเบอร์ยื่นเรื่องขอแก้กฎหมาย 
ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ทางด้าน Uber ได้ยื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อขอให้สนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับปัจจุบันรองรับบริการร่วมเดินทาง ผ่านแอพพลิเค-
ชั่นบนสมาร์ทโฟน โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนกว่า 51,000 รายชื่อ ผ่านทางเว็บไซต์ https://action.uber.org/th/

โดยนางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรและนโยบายของบริษัท Uber ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “Uber มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาและใช้ประโยชน์ให้กับประชาชนและสังคม ทั้งนี้ประเทศในอาเซียนเกือบทั้งหมดได้มีการยอมรับการให้บริการร่วมเดินทางเเล้ว เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ และเวียดนาม” 

ทางเลือกหลากหลายใช้แอพเรียกรถ
นอกจากนี้ LINE ประเทศไทย ยังร่วมมือกับเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่เขตกรุงเทพฯ ที่มีสมาชิกกว่า 60,000 ราย เปิดให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น LINE Taxi ชูจุดขายคือลดปัญหาให้ผู้โดยสาร เพิ่มรายได้ให้คนขับ มีการกำหนดคุณสมบัติของแท็กซี่ดี 
ซึ่งจะเปิดให้บริการปลายปี 60 

รวมถึงสตาร์ทอัพลิลูน่า (Liluna) ที่ให้บริการแบบคาร์พูล ทางเดียวกันไปด้วยกัน โดยผู้ใช้ต้องแจ้งความจำนงขอร่วมโดยสารหรือสามารถเลือกเส้นทางที่ผู้ขับขี่แสดงว่าจะไป สำหรับผู้ใช้แอพที่เป็นเจ้าของรถเมื่อมีผู้ร่วมเดินทางไปด้วยสามารถกดรับหรือกดปฏิเสธได้ โดยผู้โดยสารก็ช่วยแชร์ค่าน้ำมันให้ผู้ขับขี่

และยังมี Taxi-Beam ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้โดยสารและคนขับแท็กซี่มาพบกันได้โดยตรง ประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักคือ
1. ส่วนของผู้โดยสาร สามารถเรียกแท็กซี่ได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
2. ส่วนของคนขับ จะสามารถเห็นตำแหน่งของผู้โดยสารที่อยู่ใกล้ๆ เพิ่มโอกาสที่จะได้รับลูกค้ามากยิ่งขึ้น
3. ส่วนของ Call Center ช่วยในการส่งงานจากศูนย์แท็กซี่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 


นับได้ว่าเป็นความร้อนแรงในกลุ่มธุรกิจให้บริการเรียกรถผ่านแอพพลิเคชัน ซึ่งในตอนนี้มีผู้ร่วมลงสนามหลากหลายขึ้น ยิ่งมีผู้แข่งขันมากเท่าไร ก็ถือเป็นประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เพราะมีโอกาสเลือกการบริการที่ดี สะดวก ปลอดภัย ถูกใจมากขึ้นไปด้วย ที่สำคัญคือผู้ประกอบการต้องคงไว้ซึ่งมาตรฐานที่ดี ส่วน Taxi Ok จะ Ok สมชื่อและคงคุณภาพได้สมกับที่หน่วยงานภาครัฐการันตีหรือไม่ คงต้องรอกดแอพเรียกใช้บริการเพื่อพิสูจน์กันปลายปีนี้ 


นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 
“โครงการ TAXI OK และ TAXI VIP เป็นโครงการเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ถือเป็นมิติใหม่ของการยกระดับมาตรฐานการให้บริการแท็กซี่ในประเทศไทย รถแท็กซี่ต้องมีความปลอดภัยทุกคัน ยกระดับปรับปรุงการให้บริการให้ดีขึ้น ควบคู่กับการกำกับ ควบคุม คัดกรอง และบังคับใช้กฎหมายจากภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถติดตามรถ ติดตามตัวคนขับรถได้ทุกคน ทุกคัน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุม กำกับ ดูแล และบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวก มีความปลอดภัยในการใช้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเดินรถ ลดการวิ่งเที่ยวเปล่า เพิ่มรายได้ให้กับผู้ขับรถ ควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่ อย่างมีคุณค่าในสังคม" 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 
“การเรียกใช้บริการแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นในโครงการ Taxi ok-Taxi VIP จะมีค่าเรียกใช้บริการครั้งละ 25 บาท ส่วนค่าโดยสารยังคงเป็นอัตราเดิม ผู้โดยสารสามารถที่จะทราบราคาเบื้องต้นได้จากระยะทางที่จะเดินทาง โครงการนี้จะเปิดให้คนขับแท็กซี่เข้าร่วมโครงการแบบสมัครใจ ส่วนรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบตามที่กำหนด”  

[English]
“Taxi Ok” Hailing Application Expected to Help Regain Passengers’ Trust
The Department of Land Transport has just launched new initiatives — “Taxi Ok” and “Taxi VIP” in its bid to impress passengers by hopefully tackling chronic issues local taxis have notoriously been known for.

The government’s apparently offensive move follows the increasing popularity of ride-hailing applications available in the country and is in response to passengers’ unresolved dissatisfaction, proven by a survey in 2016, which showed there were 37,000 complaints filed against local taxis — with 50% of them related to drivers’ turning down passengers and another 16% about drivers’ impoliteness.

Under the Taxi Ok initiative, passengers will be able to call for a ride via the “Taxi Ok” application, which will be available for all smartphones, for a fee of 25 baht per ride and in an exchange for the estimated fare, details of the journey, the vehicle and the driver as well as an assurance for their safety from the surveillance system, the emergency button and the control from the DLT Taxi Center.

For passengers who may prefer more, the Taxi VIP initiative will offer better vehicles with more facilities for their convenience at the fare that will be 10%-20% higher than normal.

It is hoped that, at least, about 80,000 of 110,000 registered taxis will join the Taxi Ok project by next January, according to the Land Transport Department.

Meanwhile, Deputy Transport Minister Pichit Akrathit said that the ministry is awaiting a study on the possibility to revise Thailand’s taxi fare structure, which has been demanded by taxi drivers.  He said that a conclusion on the issue is expected in November, before any consideration for such a change can take place.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments