728 x 90

ไม่ลอง ไม่รู้..ลุยปฏิรูปรถเมล์ทดลองวิ่ง 1 เดือน 8 เส้นทาง

img

จากกระแสความความกังวลและสับสน ในการเปลี่ยนชื่อ และปรับเส้นทางรถเมล์ตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้กรมขนส่งทางบก (ขบ.) ต้องออกมาแถลงความชัดเจน โดยเฉพาะแผนที่จะดำเนินการช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่คาดว่าจะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากจะมีเส้นทางรถเมล์ที่ครอบคลุม เข้าถึงความต้องการ และเชื่อมต่อกับระบบรางได้มากขึ้น

ทดลองรถเมล์ตามแผนปฏิรูป 8 เส้นทาง
ตามแผนปฏิรูปที่กรมขนส่งทางบกกำกับดูแล เริ่มด้วยการกำหนดเส้นทางให้ 
ขสมก. ทดลองเดินรถใน 8 เส้นทาง โดยแบ่งรถจากเส้นทางเดิม เส้นทางละ 5 คัน มา
ทดลองวิ่งควบคู่ไปกับการให้บริการในเส้นทางที่มีอยู่เดิม โดยรถที่นำมาทดลองวิ่งเป็นรถเมล์ธรรมดาทั้งหมด คิดค่าโดยสาร 6.50 บาท ตลอดสายเท่าเดิม 

มีระยะเวลาทดลอง 30 วัน ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 15 กันยายนนี้ เวลา 06.30-18.30 น. ประกอบด้วย
1. สาย G21 รังสิต-ท่าเรือพระราม 5 (เดิมสาย 114 อ.ต.ก.3-แยกลำลูกกา)
2. สาย G59E มีนบุรี-ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน) (เดิมสาย 514 มีนบุรีรัชดาภิเษก-สีลม)
3. สาย R3 สวนหลวง ร.9-BTS สนามกีฬาแห่งชาติ (เดิมสาย 11 อู่เมกา บางนา-มาบุญครอง)
4. สาย R41 ถนนตก-แฮปปี้แลนด์ (เดิมสาย 22 อู่โพธิ์แก้วสาธุประดิษฐ์)
5. สาย Y59 สถานีรถไฟชุม-ทางตลิ่งชัน-กระทุ่มแบน (เดิมสาย 189 สนามหลวง-กระทุ่มแบน)
6. สาย Y61 หมู่บ้านเศรษฐกิจ-สถานีขนส่งจตุจักร (เดิมสาย 509 สถานีขนส่งจตุจักร-บางแค)
7. สาย B44 วงกลมพระราม 9-สุทธิสาร (เดิมสาย 54 วงกลมรอบเมืองห้วยขวาง) และ
8. สาย B45 หมู่บ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม-สะพานพุทธ (เดิมสาย 73 อู่โพธิ์แก้ว -สะพานพุทธ) 

ปฏิรูปเส้นทางเดินรถเมล์
เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำของผู้โดยสาร ที่ด้านหน้าและด้านข้างรถจะมีแถบสีแสดงพื้นที่ให้บริการและเส้นทาง รวมถึงแสดงชื่อเส้นทางใหม่ควบคู่กับเลขสาย
และชื่อเส้นทางเดิม พร้อมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ติดตั้งบริเวณป้ายรถเมล์ บนรถ และผ่านสื่อทุกช่องทาง รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งฯ และเจ้าหน้าที่ ขสมก. ประจำพื้นที่ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการ เมื่อเดินรถครบตามกำหนดจะยกเลิกการทดลองวิ่งใน 8 เส้นทาง แล้วนำข้อมูล อาทิ ผลกระทบ ปัญหาความสับสนของประชาชน ปริมาณประชาชนที่ใช้บริการ มาวิเคราะห์ประเมินผล เพื่อนำมาปรับใช้ให้ตรงความต้องการของประชาชนมากที่สุด  

ใช้สีกำหนด 4 เขตเดินรถใหม่
นอกจากนั้น ได้กำหนดหมายเลขเส้นทางเป็นลักษณะเขตพื้นที่แบ่งเป็น 4 โซน และกำหนดทั้งสัญลักษณ์เชิงสี หมายเลขเส้นทางไม่เกิน 2 หลักและตัวอักษรที่จะทำให้เข้าใจง่าย และสังเกตได้ชัดเจน โดยใช้หลักพื้นที่เดิมที่มี 8 เขตการเดินรถ (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ ) และเพื่อป้องกันความสับสนสำหรับเส้นทางที่มีต้นทางปลายทางเดียวกันแต่บางช่วงของเส้นทางมีการใช้ทางด่วน จึงกำหนดตัวอักษรเพื่อความเข้าใจคือ Expressway: E ไว้ด้วย 
ปฏิรูปเส้นทางเดินรถเมล์
เปิด 2 เส้นทางใหม่ให้เอกชนเดินรถ
สำหรับแผนปฏิรูปคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 2 ปี ซึ่งจะมีเส้นทางรถเมล์รวม 269 
เส้นทาง โดยในขณะนี้มี 2 เส้นทางที่กำหนดขึ้นใหม่ จากการสำรวจความต้องการของประชาชน และการเกิดขึ้นใหม่ของชุมชน ที่กรมการขนส่งฯ อยู่ระหว่างเปิดให้ผู้สนใจยื่นความประสงค์ขอเดินรถ ระหว่างวันที่ 7 สิงหาคม – 8 กันยายนนี้ คือ สาย R26E สถาบันการแพทย์จักรีนฤ-บดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) และ สาย Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) โดยจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเชิงคุณภาพ ทั้งการคัดเลือกผู้ประกอบการและรถโดยสารที่ได้มาตรฐานและมีความเหมาะสม คาดว่าจะได้ข้อสรุปปลายปี 2560 
ปฏิรูปเส้นทางเดินรถเมล์
ในส่วนของ ขสมก. หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเดิมที่ให้ ขสมก. เป็นผู้เดินรถรายเดียวแล้ว จากนี้ไป 
ขสมก. จะมีสถานะเป็นผู้ประกอบการเดินรถรายหนึ่ง ขณะที่ รถร่วม ขสมก. เดิมจะต้องโอนย้ายมาขอใบอนุญาตประกอบการเดินรถกับกรมการขนส่งฯ โดยตรง ซึ่งจะมีผลให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพการให้บริการอย่างเป็นธรรม และเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสารมากขึ้น 
ปฏิรูปเส้นทางเดินรถเมล์
ส่วนการคัดเลือกผู้ประกอบการเดินรถจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐาน สภาพรถ รูปแบบการให้บริการ ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบมีการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้เป็นเครื่องมือทางการบริหาร เช่น ติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อติดตามการเดินรถ ติดตั้งระบบ E-Ticket รองรับตั๋วต่อตั๋วร่วม ซึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะที่มีคุณภาพอย่างมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ความปลอดภัย จูงใจให้ประชาชนมาใช้ระบบสาธารณะมากขึ้น และช่วยลดปัญหาการจราจรด้วย  

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้เปิดรับฟังความคิด ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ ข้อสังเกต ในเรื่องของการจัดระบบหมายเลขเส้นทาง ผ่านแฟนเพจ Facebook ในชื่อ การปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ กทม. หรือ www.facebook.com/BusRerouteBKK/ เพื่อนำข้อเสนอแนะมาพิจารณาปรับเปลี่ยนการดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

TDRI เร่งศึกษาปรับค่ารถเมล์
ขณะที่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. ว่า ในส่วนของรถเมล์ร้อน (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ ) ทั้งนี้คาดว่าจะสรุปผลศึกษาการปรับขึ้นค่าโดยสารเสนอให้ ขสมก.พิจารณาต้นปี 2561 

จากเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงตามที่หน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจง คือเพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพการให้บริการอย่างเป็นธรรม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการ ลดการทับซ้อนของเส้นทางรถเมล์ เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ได้มากขึ้น รวมถึงรองรับการพัฒนาเมือง การเกิดใหม่ของชุมชน และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ภายใต้เป้าหมายการยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความเชื่อมั่น ความพึงพอใจ ยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ในความเป็นจริงจะดีขึ้นได้จริงหรือไม่ จะมีการให้บริการรถเมล์ที่ไม่แซงซ้าย ปาดขวา จอดเลยป้ายได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป 


นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม
“การปรับเปลี่ยนเส้นทางรถเมล์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนสูงสุด ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ที่จะนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้เป็นเครื่องมือทางการบริหาร เช่น การติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อติดตามการเดินรถ การรองรับ E-Ticket ตั๋วต่อตั๋วร่วม ช่วยลดปัญหาการจราจร และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน รวมถึงส่งเสริมให้หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น โดยกำหนดเวลาดำเนินการแผนปฏิรูปฯ ภายใน 2 ปี  ในระหว่างนี้จะเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และจะลดผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องให้มีน้อยที่สุด”  

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่ง และโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะที่ปรึกษาโครงการปฏิรูปเส้นทางรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์)
“หลังจากการทดลองเดินรถ 8 เส้นทาง กรมการขนส่งฯ และ TDRI จะนำข้อมูล ข้อคิดเห็น จากประชาชนมาประมวลผลและสรุปเป็นแนวทางที่เหมาะสม โดยเส้นทางใดมีผลตอบรับดีก็จะเดินหน้าให้บริการต่อและใช้เป็นแนวทางสำหรับการปฏิรูปเส้นทางที่เหลือด้วย ส่วนเส้นทางไหนมีผลตอบรับไม่ดีก็จะทบทวนและหาแนวทางใหม่  โดยหลังจากนำร่อง 8 เส้นทางแรกแล้ว จะมีการนำร่องเพิ่มอีก 7-10 เส้นทางภายในปีนี้” 


[English]
Bangkok Bus Reform Experimented on 8 Routes
The Land Transport Department’s overhaul program for the country’s bus services has been welcomed with concerns over possible confusion by commuters and the authorities have been forced to come out to offer more explanations about this plan.

Officials said that five experimental/replacement buses would be operated on each of the eight selected routes for 30 days (August 15 - September 15) at a fixed fare of 6.50 baht.

The new Bangkok bus operation will be divided into four zones — each of which will be represented by colors; namely Green (G) for Bangkok’s East, Red (R) for Bangkok’s Southeast, Yellow (Y) for Bangkok’s West and Blue (B) for Bangkok’s North, while each bus will carry a one-digit or a two-digit number, with the alphabet E indicating the expressway service.

After the trial period, all compiled information will be analyzed and assessed to design the most effective bus operation for the overhaul, which is expected to be completed within two years.

According to the Land Transport Department, the revamped system will end up with 269 routes to meet demand of commuters and the emergence of new communities.

And due to a 2016 Cabinet resolution to annul the status of Bangkok Mass Transit Authority, as the sole operator of the city’s buses, more private companies will be welcome to apply for the permits to offer the service — a development that should lead to fair competition in service quality while providing commuters with more choices.

However, questions remain as to how much better Thailand’s city bus service will really become and whether the days of racing and unruly buses will eventually be over.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments