728 x 90

กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 จราจรติดขัดมากสุดในอาเซียน

img

ปัญหาการเดินทางเป็นปัญหาเร่งด่วนของชุมชนเมืองในหลายประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 เมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดในอาเซียน เฉลี่ยคนกรุงต้องเสียเวลารถติดบนท้องถนนราว 72 นาที/วัน

ค่าเฉลี่ยคนเมืองที่ใช้เวลาบนท้องถนน
ผลสำรวจล่าสุดของ Boston Consulting Group (BCG) ระบุว่า กรุงเทพฯ มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามมาด้วยจาการ์ตา มะนิลา ฮานอย และกัวลาลัมเปอร์ โดยเฉลี่ยคนกรุงจะเสียเวลารถติดบนท้องถนนถึง 72 นาที/วัน และอีก 24 นาทีกับการวนหาที่จอดรถ หรือรวมกันกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง/วัน หรือ 24 วัน/ปี เท่ากับว่าทุกเดือนเวลาจะหายไปเกือบ 2 วัน หรือคิดเป็นวันหยุดก็เอาไปเที่ยวต่างประเทศได้ 3-4 ทริป

ปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้รถรวมกันมากกว่า 1,000 ล้านคัน ขณะที่กรุงเทพฯ มีรถมากกว่า 5.8 ล้านคัน หรือคิดเป็น 160% ของจำนวนรถที่ควรจะมีในท้องถนน แต่การใช้รถของคนไทยเฉลี่ยเพียง 2.1 คน/คัน เทียบกับความจุของรถยนต์ทั่วไปที่ประมาณ 4-6 คน เท่ากับว่ายังเหลือพื้นที่ใช้ประโยชน์มากทีเดียว ไอเดียการขนส่งสาธารณะแบบ Ride Sharing จึงถูกยกให้เป็นตัวช่วยในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ

ศิริภา จึงสวัสดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย Uber เปิดเผยว่า บริการรถร่วมเดินทาง (Ride Sharing) ทำให้ผู้คนเดินทางด้วยกันได้โดยใช้รถยนต์น้อยลง สามารถลดจำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ ได้ถึง 60% หรือเท่ากับ 3.5 ล้านคัน และได้พื้นที่คืนจากที่จอดรถคิดเป็นพื้นที่มากถึง 275 เท่าของสวนลุมพินี ขณะเดียวกันสามารถเพิ่มพื้นที่ขนาดตึกมหานครได้ 23,000 ตึก จากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหามลภาวะและความแออัดของการจราจรในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ของไทยได้
รถติด infographic
รถติดฉุดต้นทุนทางเศรษฐกิจ
ในแง่ของต้นทุนทางเศรษฐกิจ รายได้ของคนที่ขับรถในกรุงเทพฯ จะหายไปโดยเฉลี่ย 157,000 บาท/คน/ปี และในภาพรวมจากการศึกษาของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) พบว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจจะคิดเป็น 2.5% ของจีดีพีในภูมิภาคอาเซียน

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าอุปสงค์ของการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตามการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลต่างๆ แม้ว่าจะเติบโตขึ้น แต่ยังไม่เร็วเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของเมืองและความต้องการในเดินทางได้ ผลที่ตามมาคือความแออัดของการจราจรโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน อย่างของกรุงเทพฯ พบว่าเพิ่มขึ้น 105% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากที่ควรจะเป็น

ดร. ศุภกร สิทธิไชย  ผอ.ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า “DEPA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อแก้ปัญหาเมืองภายใต้นโยบาย Smart City โดยได้ผลักดันให้เกิดเครือข่าย Smart City Alliance เพื่อเป็น Platform ให้บริการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Smart City และผู้บริหารเมืองที่ต้องการสร้างสรรค์เมืองของตนให้น่าอยู่ขึ้น ได้เข้ามาหารือกันเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและยั่งยืน”
ดร. ศุภกร สิทธิไชย  ผอ.ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
บริการร่วมเดินทางช่วยลดปัญหาการจราจรได้อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริการร่วมเดินทางเกิดขึ้น คือเทคโนโลยีที่เป็นตรงกลางให้ผู้โดยสารมาพบกับผู้ให้บริการหรือคนขับรถ โดยลดเวลาการรอรถโดยสาร ลดเวลาการหาลูกค้า หรือหาคนมาแชร์ โอกาสที่จะเดินเข้าไปเจอกับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางมีมากขึ้นและสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันผู้ร่วมให้บริการหรือตัวกลางไม่ได้มีเจ้าเดียว แต่มีหลายแอพพลิเคชั่นให้เลือกสรร มีข้อมูลมากขึ้นที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แตกต่างกันออกไป ทั้งวิธีการ ราคา และโปรโมชั่น ทำให้เกิดการแข่งขันในตลาด

ขณะเดียวกันก็เกิดการแบ่งปันข้อมูล มีการแชร์ข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มหรือข้ามธุรกิจ ซึ่งการเชื่อมต่อหรือแบ่งปันข้อมูลนี้ ผลสุดท้ายจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ใช่แค่เม็ดเงินแต่เป็นสวัสดิภาพและสวัสดิการของประชาชน

ที่สำคัญบริการ Ride Sharing สามารถช่วยลดปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ และช่วยสนองตอบต่อความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสารและช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการใช้เวลาเดินทางของผู้โดยสารผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ควรเร่งเปิดรับและหาแนวทางในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในการเดินทางและลดปัญหาการจราจรได้อย่างมีประสิทธิผล


ดร. ศุภกร สิทธิไชย ผอ.ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) 
“ปัญหาการจราจรและการเดินทาง ถือเป็นปัญหาร่วมของชุมชนเมืองในหลายประเทศ เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขและพัฒนาเมืองให้ผู้อยู่อาศัยได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกมิติ โดยในส่วนของ DEPA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อแก้ปัญหาเมืองภายใต้นโยบาย Smart City โดยได้ผลักดันให้เกิดเครือ-ข่าย Smart City Alliance เพื่อเป็น Platform เพื่อผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Smart City และผู้บริหารเมืองที่ต้องการสร้างสรรค์เมืองของตนให้น่าอยู่ขึ้น ได้เข้ามาหารือกันเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและยั่งยืน”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments