728 x 90

มือถือเครื่องเดียวเที่ยวทั่วไทย

img
มือถือเครื่องเดียวเที่ยวทั่วไทย

มาตรการกวาดล้างทัวร์ศูนย์เหรียญส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยลดลง  โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าอาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนปีนี้ลดลงจาก10 ล้านคนเหลือ 9.1 ล้านคนหรือลดลงประมาณ10%

ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ อาจารย์ประจำวิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่าปัจจุบันมีคนจีนออกไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 120 ล้านคน เทียบกับจำนวนประชากร 1,300 ล้านคนถือว่ายังมีคนจีนอีกจำนวนมากที่รอโอกาสเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

คนจีนที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 120 ล้านคนจะเดินทางผ่านบริษัททัวร์ 40 ล้านคนและเดินทางในลักษณะท่องเที่ยวแบบอิสระ (Foreign Individual Tourism) 80 ล้านคน  นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะวางแผนทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มี

และเมื่ออุตสาหกรรมไอทีของจีนที่ขยายตัวมาก  คนจีนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสื่อสาร การซื้อสินค้าและการชำระเงินผ่านออนไลน์มากขึ้น  ซึ่งมีผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 รายหรือบิ๊กทรีคือ Baidu, Alipay และ WeChat

 

 

จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดกระแสนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ที่เข้ามาเชียงใหม่  มาในรูปแบบท่องเที่ยวอิสระและใช้โทรศัพท์มือถือจัดการการท่องเที่ยวผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ  ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นไปตามเทรนด์ SoLoMo หรือ Social Location Mobile ทำให้เกิดพฤติกรรมแชร์ข้อมูล ค้นหาข้อมูลและตำแหน่งที่ตั้ง โดยใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็ปเลต

นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้จะใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ค้นหาข้อมูล จองเที่ยวบิน จองโรงแรม และจองรถที่จะให้บริการเดินทาง เมื่อมาถึงเชียงใหม่  และขณะนี้เริ่มมีแอพพลิเคชั่นสำหรับเที่ยวเชียงใหม่ตัวแรกคือ “ชิงไม่กงเลี่ย” พัฒนาโดยคนจีนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ซึ่งชื่อของแอพพลิเคชั่นนี้แปลตรงตัวว่าแผนการเดินทางเชียงใหม่

เมื่อนักท่องเที่ยวจีนลงเครื่องบินมาถึงเชียงใหม่ ก็จะเรียกรถที่จองไว้ผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ไปส่งตามสถานที่ต่างๆ  และเมื่อไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จะเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้าที่มีป้ายการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น เช่น Alipay และ WeChat  ซึ่งในเชียงใหม่มีร้านของผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปอยู่ในระบบชำระเงินดังกล่าวครอบคลุมทั้งร้านอาหาร ร้านขายยา ของที่ระลึก สปา  โดยเฉพาะที่ย่านนิมมานเหมินทร์จะเห็นป้ายภาษาจีนติดหน้าร้านจำนวนมาก

สำหรับรูปแบบการจ่ายเงินนั้น คนจีนจะใช้แอพพลิเคชั่น Baidu, Alipay หรือ WeChat สแกน QR Code ของร้านแล้วกดราคาสินค้าที่ต้องการจ่าย จากนั้นก็ส่งข้อความเข้าไปในระบบของแอพพลิเคชั่น จากนั้นจะโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้าที่คนจีนเข้าไปใช้บริการ โดยร้านค้าไทยยอมที่จะเสียค่าธรรมเนียม 5% ของราคาสินค้าให้กับบริษัทจีน  เพราะร้านค้าไทยยอมรับว่า ทำให้จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น  ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่ค่าธรรมเนียมจะสูงขึ้นอย่างที่จังหวัดภูเก็ต ตอนนี้คิดค่าธรรมเนียม 20-30% แต่ถ้าภาครัฐสนับสนุนให้ร้านค้าไทยขึ้นทะเบียนกับ Alipay หรือ WeChat ได้โดยตรง  จะทำให้ต้นทุนธุรกิจลดลง

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments