728 x 90

กทม. ลุยสร้างทางเลียบเจ้าพระยา

img

ปี 2561 นี้ รัฐบาลได้ประกาศว่าจะเป็นปีแห่งการลงทุนอย่างแท้จริง โดยได้มีการเริ่มต้นก่อสร้างเมกะโปรเจกต์หลายโครงการ หนึ่งในนั้นรวมถึงโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระยะแรก หรือทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครด้วย

กทม.ชงเรื่องขออนุมัติประกวดราคา 
โดยคุณณัฏฐ์ ศรีสุคนธนันท์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการทางเลียบแม่น้ำจ้าพระยาว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุมัติดำเนินการประกวดราคา ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และเมื่อได้รับความเห็นชอบ ก็จะดำเนินการด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ต่อไป 

แบ่งช่วงก่อสร้างเป็น 4 ตอน 
โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระยะแรก หรือทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งละ 7 กม. รวมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นระยะทาง 14 กม. วงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 8,362 ล้านบาท จะแบ่งงานก่อสร้างเป็น 4 สัญญา  สัญญาละ 3.5 กม. กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2562 โดยจะเริ่มก่อสร้างจากฝั่งธนบุรีก่อน เนื่องจากไม่ติดปัญหาการรื้อย้ายชุมชน ซึ่งจะก่อสร้างเป็นทางเลียบแม่น้ำ มีความกว้างฝั่งละ 10 เมตร เป็นการก่อสร้างทางเดินทางจักรยาน ท่าเรือ ศาลาท่าน้ำ จุดบริการสาธารณะ เส้นทางการเข้าถึงและส่วนประกอบอื่นๆ โดยเป็นโครงสร้างที่ยื่นลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา 
ทางเลียบเจ้าพระยา
เครือข่ายภาคประชาชนวอนชะลอโครงการ 
ขณะที่ภาครัฐกำลังเดินหน้าเตรียมประกวดราคาหาผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการ ทางกลุ่ม Friends of the River (FOR) ก็ได้เคลื่อนไหวผ่านการจัดเสวนาเรื่อง “แม่น้ำเจ้าพระยาของเรา จะเอายังไงดี?” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแลกเปลี่ยนความความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 

โดยคุณยศพล บุญสม ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Friends of the River (FOR) กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างโครงการ แต่เห็นว่าเป็นขั้นตอนการทำงานที่ไม่ชอบมาพากล จึงอยากให้รัฐบาลชะลอโครงการไว้ก่อน แล้วหันมาร่วมกันวางแผน หารือถึงแนวทางการพัฒนาในแบบที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ได้มากขึ้น ไม่อยากให้รัฐบาลหรือ กทม. เร่งรีบทำ ทั้งที่ผลการศึกษายังไม่ได้ข้อยุติในข้อมูลทางวิชาการ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนยังไม่ถูกต้อง รวมถึงยังมีข้อท้วงติงจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ด้วย 

โดยทางกลุ่มได้มีการหารือกับสมาคมสถาปนิกสยาม สมาคมวิชาชีพต่างๆ และกลุ่มเครือข่ายภาคธุรกิจที่เราสื่อสารกันอยู่ เพื่อที่จะจัดทำข้อเสนอในแง่มุมต่างๆ เสนอให้รัฐบาลได้รับทราบ แล้วระงับการดำเนินโครงการไว้ก่อน แล้วเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แล้วร่วมกันทำแผนพัฒนาแม่น้ำที่ดีและยั่งยืน ซึ่งจะเกิดกลไกการมีส่วนร่วมที่จะนำไปสู่โครงการที่ดีอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะมีการเริ่มกำหนดข้อเสนอแนะที่จะคุยกับรัฐบาลในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน หาก กทม. ทำการประกวดราคาก่อสร้างโครงการ ก็จะมีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะการเปิดประกวดราคาโดยที่มีขบวนการทำงานไม่ถูกต้อง ครบถ้วน จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม 

กทม. ชี้แจงข้อข้องใจ
ส่วนก่อนหน้านี้ที่องค์กร World Monument Fund ออกมาเปิดเผยว่า แม่น้ำเจ้าพระยาตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกทำลายจากการพัฒนาโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ทำแผนแม่บทการพัฒนารวมระยะทางไว้ถึง 57 กม. พร้อมกับเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่แสดงความเห็นของทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และต้องไม่มีการก่อสร้างใดๆ ลงในแม่น้ำก่อนที่จะมีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน หรือการออกแบบดีไซน์พื้นที่เหมาะสมกับทุกบริบทนั้น 

ทาง กทม. ได้ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า กทม.ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเท่าเทียม แก้ไขปัญหาการรุกล้ำพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งยังดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ ฟื้นฟูและเพิ่มคุณค่าของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและพื้นที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 

ในส่วนของการออกแบบก็ได้มีการศึกษาความเหมาะสมในทุกด้าน และพิจารณาถึงผลกระทบอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ประวัติศาสตร์ โดยได้ทำการประชุมกลุ่มย่อยและสัมภาษณ์เชิงลึกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน หน่วยงานราชการ สถานประกอบการในพื้นที่โครงการกว่า 400 ครั้ง และยังมีการนำเสนอรายละเอียดโครงการ เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 รวม 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เมื่อ 22 เม.ย.59 เป็นการปฐมนิเทศโครงการ ครั้งที่ 2 เมื่อ 8 ก.ค.59 เป็นการนำเสนอความก้าวหน้าโครงการ และครั้งที่ 3 วันที่ 9 ก.ย.59 เป็นการสรุปผลการศึกษา 

นอกจากนั้น กทม.ยังชี้แจงอีกว่า รูปแบบโครงการทางเดิน ทางจักรยาน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยื่นลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างในแม่น้ำส่วนใหญ่ เนื่องจากที่ดินริมฝั่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโครงการนี้ กทม. ได้ทำการศึกษาอย่างรอบด้าน ไม่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนเส้นทางที่กำหนดความกว้างไว้ที่ 10 ม. ในแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่ง จะมีผลให้ความกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงไปไม่ถึง 10% จากความกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีการออกแบบให้สอดรับกับแต่ละพื้นที่ เมื่อโครงการเกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่จะสามารถเข้าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชมทัศนียภาพและศิลปวัฒนธรรมได้มากขึ้น 

ทั้งนี้ กทม. มีแผนการดูแลด้านความปลอดภัยเมื่อโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยจะสร้างระบบป้องกันรถจักรยานยนต์ หาบเร่แผงลอย เข้ามาในพื้นที่โครงการ และจะติดตั้งกล้องวงจรปิด ไฟฟ้าแสงสว่าง มีการตรวจตรา และจัดให้มีศูนย์บริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย 

โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่รัฐบาลตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่นี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามแผน เนื่องจากยังมีเสียงค้านของภาคประชาชน กลุ่มเครือข่ายต่างๆ ที่ยังไม่มั่นใจว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ และสร้างความเท่าเทียมกันได้จริงหรือไม่ และยังคงเป็นคำถามต่อไปอีกว่ารัฐบาลจะยอมชะลอโครงการไว้ก่อนแล้วหันมาทบทวนโครงการใหม่ หรือจะเลือกเดินหน้าต่อไปบนทางเส้นขนาน คือมุ่งประกวดราคาหาผู้รับจ้างก่อสร้างตามแผนที่ กทม.วางไว้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อ  


คุณยศพล บุญสม  ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Friend of The River
“ต้องหยุดโครงการไว้ก่อน คือรัฐมองว่าเป็น การพัฒนาที่ดีในมุมของเขา แต่ผมว่าพื้นฐานเลยรัฐต้องคุยกับประชาชน ตั้งแต่รณรงค์มา 3 ปี รัฐยังไม่เคยมาคุย และถ้าจะคุยต้องไม่ใช่ กทม. ที่จะมาเปิดเวทีเป็นคนกลาง เพราะ กทม. จะมองแค่การพัฒนาครอบคลุมแค่ในพื้นที่ที่ กทม. ดูแล โดยเราจะร่วมกันทำข้อเสนอแนะ ส่งต่อให้รัฐ ซึ่งไม่ใช่แค่ขอเสนอของฝั่งเราฝั่งเดียว แต่มีจากสมาคมวิชาชีพ ภาคธุรกิจด้วย รัฐต้องหยุดตรงนั้นแล้วมาร่วมมือกันทำแผนพัฒนาแม่น้ำที่ดี เพื่อให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วมและนำไปสู่การเกิดโครงการที่เหมาะสม และทำให้เห็นถึงความจริงใจในการทำโครงการนี้” 
คุณยศพล บุญสม  ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Friend of The River

นิวัติ กองเพียร นักเขียนและคอลัมนิสต์ 
“วัฒนธรรมน้ำ การอาศัยอยู่กับน้ำ ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ปัจจุบันหายไปหมด วิธีแก้ปัญหาจากน้ำก็หายไปด้วย ตอนนี้วิถีชีวิตคนที่อยู่กับน้ำเปลี่ยนไป จากวิธีคิดและคำสั่งของคนไม่กี่คน โดยไม่ถามเลย วิถีการอยู่กับน้ำนั้นห่างไกลกับคนยุคปัจจุบันมากขึ้น มีถนนมากขึ้น ปัจจุบันไม่มีตรงไหนที่ไม่มีถนน ถนนคือตัวร้าย ที่ทำให้น้ำท่วม เพราะเป็นคันกั้นน้ำ ก่อนนี้ชาวบ้านอยู่กับน้ำได้ไม่มีใครเดือดร้อนแม้มีน้ำท่วม วิถีชีวิตริมน้ำสามารถดำเนินชีวิตโดยรักษาแม่น้ำและมีการปรับตัวได้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือน้ำท่วม”
นิวัติ กองเพียร นักเขียนและคอลัมนิสต์

วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์  ศิลปินและนักเดินทาง
“เริ่มต้นจากที่ได้ทราบว่ามีโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา และมีเจตนาเดียวกันว่าการก่อสร้างแบบนี้ไม่ควร โดยหลักวิชาก็เป็นไปไม่ได้แล้ว แต่เห็นว่าคนที่เรียกร้องทุกคนอยู่บนบก แล้วเรียกร้องเพื่อแม่น้ำ จึงเกิดความคิดว่าใครกันแน่ที่ทำผิด แล้วเราเข้าใจกันแท้จริงหรือไม่ จึงได้เปลี่ยนไปสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ ทำให้ได้รับความประทับใจ ได้สัมผัสวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ระบบนิเวศในแม่น้ำเจ้าพระยา และได้มุมมองที่แปลกตาไปกว่าที่จะหาได้ทางอินเทอร์เน็ต เราต้องจริงจัง ใฝ่รู้ ใฝ่หาทางในการเข้าถึงสายน้ำ ซึ่งการเรียนรู้จะนำไปสู่การให้คุณค่า ทำให้เกิดความรัก และหวงแหนสายน้ำที่มีอยู่ ซึ่งแม่น้ำมีคุณค่าต่อการเก็บไว้อย่างแท้จริง”  
วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์  ศิลปินและนักเดินทาง

กิตติรัตน์ ปิติพานิช รักษาการผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) 
“มองที่เรื่องของโอกาส ที่ต้องมองว่ามีโอกาสอะไรอีกบ้าง ที่ควรจะเกิดแต่ยังไม่เกิด เพราะโอกาสเหล่านี้มาจากผู้คน การจะทำความเข้าใจว่า อะไรดีหรือไม่ดี ไม่ใช่เกิดเพราะเป็นหน้าที่ แต่เกิดจากการได้รับความร่วมมือผ่านการพิจารณาจนเกิดความเข้าใจ และเกิดจากการสร้างการมีส่วนร่วม แม้ว่าปัจจุบันแม่น้ำลำคลองจะถูกลดบทบาทลง แต่เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนเมือง” 
กิตติรัตน์ ปิติพานิช รักษาการผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
[English]
Bangkok Adamant to Pursue Chao Phraya Promenade Project

With 2018 declared as the year for active investment, several projects have been rolled out and that included the first phase of the Chao Phraya River banks development project, which is under the supervision of the Bangkok Metropolitan Administration (BMA).

The project is currently on its way to the Ministry of Interior for an approval for the opening of the construction bidding, which will be an e-bidding process.

According to the BMA, the Chao Phraya River banks development is divided into four phases and the first involves a seven-kilometer long, 10-meter wide waterfront road along each bank of the river.  The cost of construction of the roads, which will run from Rama VII Bridge to Phra Pinklao Bridge, has been estimated at 8.36 billon baht and expected to complete in 2019.

The planned roads have been designed to accommodate not only vehicles, but also passages, bicycle lanes, piers, public service points and more.

But this project is facing opposition from the Friends of the River (FOR) group, due to what they called a “questionable plan” that should be put on hold and incorporate contributions from more groups.

FOR said that the government or the BMA should slow the execution of the project and conduct a thorough study that includes academic facts and hold a comprehensive public consultation process while reviewing opinions from the National Human Rights Commission and the Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning.

Nevertheless, the BMA has affirmed that the project has been carefully planned and with consideration of all aspects and concerns.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments