728 x 90

จุดกระแสตลาด เจาะพฤติกรรมผู้บริโภค

img

ปัจจุบันสื่ออินเทอร์เน็ตเข้าถึงผู้บริโภคสูงถึง 18 ล้านครัวเรือน ทำให้มีเม็ดเงินโฆษณาพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 2 จนเป็นช่องทางการตลาดหลักของแบรนด์สินค้ามากขึ้น โดยพบว่าผู้บริโภคกลุ่ม “มีก่อนใช้ก่อน” แชร์มากสุด ช่วยจุดกระแสโซเชียลฯ และมีอิทธิพลต่อทิศทางผู้บริโภคสูงที่สุดอีกด้วย

ผู้บริโภคมีก่อน-แชร์ก่อน
จากผลสำรวจของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (ETDA) ระบุคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 6.4 ชม./วัน หรือ 45 ชม./สัปดาห์ อีกทั้งยังขยายครอบคลุมกลุ่มคนหลายอาชีพและช่วงอายุ ทำให้แบรนด์สินค้าแทบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หันมาใช้กลยุทธ์การตลาดในโซเชียลมีเดีย เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ให้สนใจสินค้าและบริการมากขึ้น

จากงานวิจัย Momentum Marketing เจาะใจคนชอบแชร์ จุดกระแสการตลาด โดยวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พบว่า การที่สินค้าใหม่ติดตลาดหรือไม่ ขึ้นอยู่การเปิดรับนวัตกรรมในกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มแรก โดยปัจจุบันคือ กลุ่มมีก่อนใช้ก่อน (Early Adopters) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เปิดรับสิ่งใหม่ได้ไว และเป็นคนกลุ่มแรกที่รับรู้หรือได้ทดลองให้สินค้าก่อนใคร จากนั้นมีการรีวิวสินค้าและแชร์ต่อในโลกออนไลน์ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จนเกิดเป็นกระแสรับรู้ไปถึงผู้บริโภคกลุ่มทั่วไป รวมทั้งฟีดแบ็กกลับไปยังผู้ผลิต นับว่าเป็นผู้จุดกระแสการแชร์ต่อจนโด่งดังสนั่นโลกออนไลน์ และมีอิทธิพลต่อตลาดสินค้าและบริการ 

ทิศทางเปิดรับนวัตกรรมในไทย
ขณะเดียวกัน ทีมวิจัย Momentum Marketing ยังสำรวจการเปิดรับนวัตกรรมของประเทศไทย โดยพบว่า กลุ่มมีก่อนใช้ก่อน (Early Adopters) มีสัดส่วนร้อยละ 16.05 ของผู้บริโภคทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มดังกล่าวคือ กลุ่มเช็คก่อนใช้ใช่แล้วซื้อ (Early Majority) ซึ่งใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ถ้าสินค้ามาถึงกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกระแสหลักแล้ว ร้อยละ 58.20 และกลุ่มถ้าดีจริงเดี๋ยวใช้ตาม (Late Majority) ที่ยอมเปิดรับสิ่งใหม่ต่อเมื่อคนส่วนใหญ่ยอมรับแล้ว ร้อยละ 22.97 ตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มริเริ่มค้นหา (Innovators) ผู้เปิดรับนวัตกรรมใหม่ มีความรอบรู้ ชอบทดลองและมีไอเดีย ร้อยละ 1.78 และกลุ่มดังแล้วไงใครแคร์ (Laggards) พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ไม่อยากเสี่ยงกับสิ่งใหม่ และไม่เชื่อเรื่องกระแส ร้อยละ 1.00 ด้วย

ทั้งนี้สัดส่วนของผู้บริโภคกลุ่ม Early Adopters ในไทยเพิ่มสูงขึ้นกว่ามาตรฐานแล้ว อีกทั้งกลุ่ม Early Majority ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลต่อจากผู้บริโภคกลุ่มแรกก็เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า สะท้อนว่าปัจจุบันการเข้าถึงสินค้าเป็นไปได้ง่ายกว่าอดีต ข้อมูลสินค้าสามารถค้นหาได้ในอินเทอร์เน็ต สอดคล้องกับพฤติกรรมนิยมของกลุ่มตัวอย่างที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลาผ่านทางโซเชียลมีเดีย สูงถึงร้อยละ 93.10 โดยเฟซบุ๊กมาเป็นอันดับแรก ร้อยละ 89.50 รองลงมาคือ ไลน์ ร้อยละ 66.30, อินสตาแกรม ร้อยละ 51.20, ทวิตเตอร์ ร้อยละ 41.90 และพินเทอร์เรสต์ ร้อยละ 7.00

คุณยศวดี พัฒนเจริญ ทีมผู้วิจัย Momentum Marketing กล่าวถึงผลสำรวจว่า ผู้บริโภคกลุ่มแรกในประเทศไทยมีจำนวนสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐาน จึงเป็นโอกาสของภาคธุรกิจในการวางกลยุทธ์เพื่อครองใจคนกลุ่มมีก่อนใช้ก่อน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการสร้างกระแสการรับรู้และการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคกลุ่มอื่น เนื่องจากได้รับความเชื่อถือ เพราะมีการติดตามเรื่องราวของสินค้าที่สนใจ มีการศึกษาและชำนาญเป็นพิเศษ เมื่อมีการรีวิวหรือแชร์ต่อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เปรียบเหมือนกระบอกเสียงที่ทำให้คนรู้จักสินค้ามากขึ้น

เจาะพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์
เมื่อลงลึกถึงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์การเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคในตลาดยุค 4.0 พบว่าผู้บริโภคให้ความสนใจการชอปปิงเป็นอันดับแรก ร้อยละ 48 โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 คือ สินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องสำอาง ร้อยละ 57 รองลงมาเป็นสินค้าเทคโนโลยีและแกดเจ็ต ร้อยละ 37 และอาหารและเครื่องดื่ม ร้อยละ 3 ตามลำดับ

โดยเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มแรกตัดสินใจซื้อสินค้ากลุ่มแฟชั่นและคอสเมติก คือตรงกับไลฟ์สไตล์ ความชื่นชอบส่วนตัว ที่สะท้อนถึงตัวตนเด่นชัด ซึ่งหากเป็นสินค้า Limited Edition ยิ่งดึงดูดให้มีการครอบครอง และเมื่อ Early Adopters ใช้สินค้าแล้วจะบอกความรู้สึกตามความเป็นจริงให้คนอื่นรับรู้ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ปากต่อปาก 


ขณะที่สินค้าเทคโนโลยีและแกดเจ็ต ซึ่งมีความซับซ้อนทั้งคุณสมบัติ วิธีใช้งาน และมีรุ่นใหม่อยู่ตลอด ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับแบรนด์เป็นอันดับแรก หากโด่งดังยิ่งทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสะท้อนถึงรสนิยม การเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มแรกจึงต้องรวดเร็ว และมีข้อมูลที่อัพเดท เพื่อเป็นผู้นำเทรนด์ต่อไป อย่างไรก็ตามสินค้าต้องมีคุณภาพดี แปลกใหม่น่าตื่นเต้น ตอบสนองการใช้งานที่ดีจึงจะครองใจผู้บริโภคได้ ส่วนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รสชาติอร่อยอย่างเดียวไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้ ผู้บริโภคชื่นชอบร้านที่มีกิมมิคแตกต่าง ทั้งการตกแต่ง และมีเมนูพิเศษ โดยเฉพาะเมนูช่วงเทศกาล เพราะเป็นสิ่งพิเศษที่ต้องลิ้มลองและแชร์ต่อในโลกออนไลน์

แนะกลยุทธ์จุดกระแสแชร์ต่อ
ขณะเดียวกัน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แนะนำกลยุทธ์จุดกระแสและส่งเสริมพลังการแชร์ต่อ ที่จะเป็นคู่มือแก่นักการตลาดออนไลน์ในปี 2561 ได้แก่ 
1. Movement สินค้าต้องมีการเคลื่อนไหว สดใหม่อยู่เสมอ
2. Opinion Leader ต้องหาคนที่นำความคิดคนอื่นให้เจอ และให้ทดลองใช้สินค้า
3. Major Change สินค้าต้องพัฒนา เปลี่ยนแปลง พอที่จะจูงใจคนให้แชร์ความคิดเห็น
4. Engagement สร้างความผูกพันกับผู้บริโภคโดยการสร้างแบรนด์ คอมมูนิตี้ เพื่อให้คนที่ยึดมั่นในแบรนด์อยู่รวมกัน สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และเป็นกระบอกเสียงในการบอกต่อสินค้า
5. Need Fulfillment สินค้าต้องเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะเรื่องไลฟ์สไตล์
6. Trend จับกระแสให้ทันว่าอะไรจะมา
7. Uniqueness ความ Limited ในสินค้า เพื่อกระตุ้นความอยากได้ของผู้บริโภค
8. Monitor ต้องติดตามข้อมูลทั้งหมด เช่น เนื้อหาที่ต้องการสื่อสารถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ มีเสียงตอบรับที่ดีหรือไม่ดีอย่างไร และเราสามารถจัดการส่วนนั้นได้อย่างไร

จับตากลุ่มมีก่อนใช้ก่อน Gen Y 
ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่ม Early Adopters ในกลุ่มอายุ 41-55 ปี หรือ Gen X มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 14.41 ส่วนกลุ่มอายุ 23-40 ปี หรือ Gen Y มีสัดส่วนร้อยละ 21.06 ซึ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนประชากรรวมกันมากกว่าร้อยละ 50 และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหลักของประเทศ แต่ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าคาดการณ์ว่ากลุ่มคนเจนวายจะยิ่งมีการซื้อมากยิ่งขึ้น เพราะก้าวเข้าสู่ตลาดงานเพิ่มขึ้น เมื่อความนิยมในการสื่อสารเปลี่ยนสู่โลกออนไลน์ แต่การส่งต่อข้อมูลแบบปากต่อปากยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสูงอยู่เช่นเคย ฉะนั้นการใช้เหตุผลมาเป็นหลักคิดวิเคราะห์ความเหมาะสมกับตัวเองจะช่วยให้ชีวิตลงตัวที่สุด 


นายอรรถพล ทะแพงพันธ์ ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net
“ผู้บริโภคกลุ่มมีก่อนใช้ก่อน มีความสำคัญมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องการศึกษาข้อมูล เพื่อนำไปเปรียบเทียบความคุ้มค่าและราคาที่เหมาะสม ดังนั้นการรีวิวหรือแชร์ต่อข้อมูลของลูกค้ากลุ่มแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งขวนขวายหาข้อมูลใหม่ๆ เสมอ จึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ หรือชะลอไว้ก่อน เพื่อเปรียบเทียบกับสินค้าของคู่แข่ง ในยุคที่ทุกคนเข้าถึงโซเชียลมีเดียอย่างครอบคลุม แบรนด์สินค้าและนักการตลาดจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้น เนื่องจากเนื้อหาจากคนกลุ่มนี้ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และคุณค่าของสินค้าได้”
นายอรรถพล ทะแพงพันธ์ ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net
[English]
Changing “Thailand 4.0” Consumer Behavior Helps Boost Online Advertising

The increasing popularity of online media could be proven by the fact that as many as 18 million households currently have access to internet and that has driven online advertising to be the second-most popular platform.

A survey by Electronic Transactions Development Agency (ETDA) shows Thais go online for an average of 6.4 hours per day or 45 hours per week, while the demographics of internet users in Thailand have included many professions and ages.  Accordingly, almost every brand had to embrace social media-based marketing strategies to capture modern consumers as much as possible.

Another study by College of Management Mahidol University (CMMU) found that the success of new products relies on “Early Adopters” who review products or services and share their findings online — a start of the consumer awareness boom and an opportunity for manufacturers to receive feedbacks.

The CMMU study suggested that “Early Adopters” account for 16.05% of total consumers in Thailand while the “Early Majority” who employs logics and reasons for their decision-making process represents 58.20%s.  Other groups of consumers are “Late Majority”, “Innovators” and “Laggards” who stand for 22.97%, 1.78% and 1.00% of total consumers.

The study also indicated that the No.1 items sought after online have been fashion and cosmetics (57.0%), followed by technology and gadgets (37.0%) and food and beverage (3.0%).

In order to capitalize on this trend, CMMU suggested businesses to focus more on the movement of products or services, the finding of opinion leaders, major changes, engagement of consumers, attempts to fulfill need of consumers, trend, uniqueness of their offers, and the monitoring of all information. 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments