728 x 90

กรุงเทพฯครองแชมป์รถติดที่สุดในเอเชีย

img

เปิดศักราชใหม่มาได้ไม่นาน ไทยก็ขึ้นแท่นประเทศที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลกอีกครั้ง อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังถูกจัดให้เป็นเมืองรถติดที่สุดแห่งเอเชีย ซึ่งเป็นปัญหาสะสมอยู่กับคนกรุงมาหลายปี แม้ภาครัฐได้เข้ามาแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะบ้างแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังมองไม่เห็นผลอย่างชัดเจน 

ไทยซิวที่หนึ่งโลกรถติด
รายงานการประเมินสภาพจราจรทั่วโลก ประจำปี 2560 จาก INRIX Global Traffic Scorecard บริษัทที่ทำการวัดผลการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนและช่วงเวลาอื่นๆ ในแต่ละวันของ 1,360 เมืองทั่วโลก ระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก โดยเสียเวลาเฉลี่ยราว 56 ชั่วโมงต่อปีไปกับรถติดบนถนน ตามด้วยประเทศอินโดนีเซีย 51 ชั่วโมง โคลอมเบีย 49 ชั่วโมง เวเนซูเอลา 42 ชั่วโมง ขณะที่สหรัฐฯ และรัสเซียเสียเวลากับรถติดประมาณ 41 ชั่วโมง

ส่วนผลสำรวจแบบเฉพาะเจาะจงในแต่ละเมืองพบว่า นครลอสแองเจลิสของสหรัฐฯ เป็นเมืองที่รถติดที่สุดในโลก เนื่องจากผู้ใช้ยวดยานพาหนะเสียเวลากับรถติดบนท้องถนนเฉลี่ยปีละ 102 ชั่วโมงต่อปี ตามด้วยกรุงมอสโกแห่งรัสเซีย และมหานครนิวยอร์กแห่งสหรัฐฯ ประมาณ 91 ชั่วโมง ขณะที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองรถติดอันดับ 16 ของโลก ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในเอเชีย และอันดับ 1 ของประเทศ ผู้ใช้ถนนเสียเวลาไปกับรถติดประมาณ 64 ชั่วโมงต่อปี และเมื่อสำรวจเฉพาะในเมืองไทยพบว่า เขตลาดกระบังและจังหวัดเชียงใหม่ติดโผในครั้งนี้ด้วย โดยเขตลาดกระบังเสียเวลาไปกับรถติดประมาณ 30 ชั่วโมงต่อปี และจังหวัดเชียงใหม่ 23 ชั่วโมงต่อปี
จำนวนรถสะสมบนท้องถนนในกรุงเทพ
ขณะที่บริษัท ทอมทอม ผู้ผลิตอุปกรณ์จีพีเอสชื่อดัง จัดอันดับเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลกประจำปี 2560 จากเมืองใหญ่ 390 เมือง 48 ประเทศ พบว่า อันดับ 1 เป็นกรุงเทพฯ ตามด้วยเม็กซิโกซิตี บูคาเรสต์ กรุงจาการ์ตา และกรุงมอสโก

ทั้งนี้ข้อมูลของ INRIX ยังระบุว่า การใช้เวลาบนท้องถนนในแต่ละวันส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพสังคมและสุขภาพประชาชน ทั้งยังทำให้สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังไม่มีมาตรการใดที่จะกำจัดปัญหารถติดได้อย่างถาวร เพราะแต่ละเมืองมีปัญหาเฉพาะของตัวเอง ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาถนนไม่เพียงพอหรือไม่สมดุลกับความต้องการของผู้ใช้รถใช้ถนน และการบริหารจัดการเส้นทางจราจรถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยวิธีที่ยืดหยุ่นอื่นๆ ด้วย เช่น การปรับเวลาเข้าทำงานของหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ การส่งเสริมให้พนักงานทำงานจากระยะไกลหรือจากบ้าน และการปรับปรุงเรื่องเส้นทางและค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้มีความหลากหลาย
จำนวนรถสะสมบนท้องถนนในกรุงเทพ
รถ(ติด)เยอะฝุ่นละอองแยะ
เมื่อกรุงเทพฯ รถติดมากสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการเผชิญกับสภาพอากาศเป็นพิษสะสมขึ้นทุกวัน ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล การเผาในที่โล่ง ทำให้ระดับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 มีปริมาณที่สูงผิดปกติ เป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและอักเสบในระบบทางเดินหายใจกระทบต่อสุขภาพ

กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ปัญหาของฝุ่นละออง PM2.5 มีสาเหตุหลักมาจากยานพาหนะ ซึ่งจากสถิติการจดทะเบียนรถสะสมในวันที่ 31 มกราคม 2561 กรุงเทพฯ มีรถกว่า 9.8 ล้านคัน และในจำนวนดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ล้านคัน ซึ่งทั้งหมดนี้เกินพื้นที่ถนนที่รองรับได้ 4.4 เท่า จึงประกาศขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ควบคุมฝุ่นจากกิจกรรมการก่อสร้าง ควบคุมการระบายมลพิษจากอุตสาหกรรมดูแลรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพดี และลดการนำยานพาหนะส่วนบุคคลเข้าในเขต กทม. โดยคาดว่าผลจากการดำเนินมาตรการข้างต้นจะส่งผลให้ระดับของฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มลดลง

ขณะที่คณะกรรมาธิการ The Lancet องค์กรเผยแพร่วารสารทางการแพทย์ด้านมลพิษและสุขภาพ เปิดเผยรายงานสำคัญเรื่องมลภาวะเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของโรคและความตายก่อนวัยอันควรของคนยุคปัจจุบัน โดยพบว่า โรคที่เกิดจากมลพิษมีส่วนทำให้เสียชีวิตก่อนกำหนดประมาณ 9 ล้านคนในปี 2558 คิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก และเป็น 3 เท่าจากโรคเอดส์ มาลาเรีย และวัณโรค

เปิดแผนแก้ปัญหารถติด
ปัญหาการจราจรติดขัดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศแล้ว ยังก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคนกรุงเทพฯ ทำให้ภาคส่วนต่างๆ พยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

โดยรัฐบาลมีแผนจะพัฒนาระบบรถไฟฟ้าให้เชื่อมโยงทุกพื้นที่ภายในปี 2572 โดยขณะนี้มีการก่อสร้างถึง 8 โครงการ (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่คอลัมน์ COVER STORY เรื่อง ฝ่าวิกฤติจราจร ก่อนจะถึงฝัน “มหานครแห่งระบบราง”) ซึ่งแน่นอนว่า ในช่วงที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายเส้นทางพร้อมกันอาจส่งผลให้การจราจรติดขัด อีกทั้งมีแผนที่ต้องปิดสะพานข้ามแยกต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการก่อสร้าง ส่งผลให้ปัญหาการจราจรที่กังวลอยู่แล้วยิ่งทวีคูณเพิ่ม ชาวกรุงก็ต้องทำใจรับวิกฤติจราจรต่อเนื่องนี้ไปจนกว่า “มหานครแห่งระบบราง” จะสำเร็จ

ขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นการเปลี่ยนโฉมของแท็กซี่ไทยอีกขั้น กับโครงการ TAXI OK ยกระดับคุณภาพบริการของแท็กซี่ไทย โดยกรมการขนส่งทางบก จัดเต็มทั้ง GPS กล้องวงจรปิดภายในรถ ไฟหลังคาแบบใหม่ ปุ่มฉุกเฉิน SOS โดยเปิดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแล้วในวันที่ 25 มกราคม ด้วยอัตราค่าโดยสารเท่ากับแท็กซี่ปัจจุบัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ตามมาด้วยการปฏิรูปรถเมล์สายใหม่ โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะมีรถสายใหม่ออกมาให้บริการได้ถึง 50 เส้นทาง ขณะที่ภาคเอกชนที่เข้ามาเปิดบริการ Ride Sharing ก็สามารถช่วยลดปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ และช่วยสนองตอบต่อความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสารและช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการใช้เวลาเดินทางของผู้โดยสารผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ จึงจำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้ามาจัดการระบบการจราจรและขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วนและให้เห็นผลในเร็ววัน มิเช่นนั้นกรุงเทพฯ ก็จะติดโผเมืองรถติดอีกทุกปี ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลย 
ถนน 10 สายที่มีอัตราความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางต่ำ
[English]
Bangkok, Asia’s Most Congested City
Despite years of attempts to ease notorious traffic congestion, Bangkok is still named the city with the worst traffic condition in the world.

According to INRIX Global Traffic Scorecard’s survey of 1,360 cities around the world in 2017, Thailand was among countries with the worst traffic jam in the world and spent 56 hours in traffic snarl-up each year, followed by Indonesia (51 hours), Colombia (49 hours) and Venezuela (42 hours).  The U.S. and Russia recorded the same amount of time of 41 hours per year in gridlock.

INRIX stated that long hours on the street due to congestion have an adverse impact on a country’s social development and health of its people and mean considerable economic losses.  

Another survey by TomTom, a developer of navigation and GPS system, also shows Bangkok is the city with the world’s worst traffic congestion during rush hours while Boston Consulting Group found each Bangkok resident spends 72 minutes per day in traffic jam and 24 minutes each day to search for parking space.  This means 1.30 hours per day or 24 days per year.

Worsening traffic conditions have led many related agencies to attempt several measures to address the issue, including the Department of Land Transport’s recently-launched Taxi OK program to encourage people to switch to public transport, and the Bangkok Mass Transit Authority’s planned procurement of 489 new air-conditioned buses as well as the Land Transport Department’s launch of two new bus routes and 48 more routes planned to be introduced before the end of this year.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments