728 x 90

ส่งของด่วนมาแรง 4 แสนชิ้นต่อวัน

img

ผลจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดันให้ภาคธุรกิจขนส่งสินค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด คาดปี 61 มูลค่ารวมอาจทะลุ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่บริการส่งสินค้าด่วนวันเดียวในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมสูงขึ้น โดยอีก 7 ปีครองสัดส่วน 22% ของการจัดส่งทั้งหมด

สินค้าอีคอมเมิร์ซส่งวันละ 4 แสนชิ้น  
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะจากการเข้ามาของกลุ่มผู้ประกอบการ E-Market Place ต่างชาติ โดยประเมินว่าสินค้าที่ซื้อขายทางอีคอมเมิร์ซมีการจัดส่งประมาณ 3.5 - 4 แสนชิ้นต่อวัน โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ระบุว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไทยมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประมาณการมูลค่ารวมในปี 2560 ที่ผ่านมา ประมาณ 2.81 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9.86% เฉพาะการค้าขายแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) ในปี 2559 มีมูลค่า 703,331 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าสูงที่สุดในอาเซียน และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ยูโรมอนิเตอร์ คาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะเติบโต 22% ต่อปี และมีส่วนแบ่งการตลาดอีคอมเมิร์ซประมาณ 3% ของยอดค้าปลีกทั้งหมดเรื่อยไปจนถึงปี 2565 อานิสงส์จากการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซดันให้ธุรกิจขนส่งสินค้าเติบโตเช่นกัน เพราะยิ่งเกิดการซื้อขายบนโลกออนไลน์มากเท่าไร การบริการขนส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคย่อมมีความต้องการมากขึ้นตามไปด้วย โดยอุตสาหกรรมขนส่งรับรายได้จากตลาดอีคอมเมิร์ซมูลค่า 1.05 แสนล้านบาท โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจไปรษณียภัณฑ์และรับส่งสินค้าในปี 2561 คาดว่าจะมีมูลค่ารวมสูงถึง 30,800 - 31,300 ล้านบาท ขยายตัว 9.6 -11.3% จากปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่า 28,100 ล้านบาท ก่อให้เกิดการแข่งขันในการให้บริการของผู้เล่นในตลาดมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น ในปีนี้จะได้เห็นภาพการแข่งขันของผู้ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาด 
ภาพรวมของธุรกิจรับ-ส่งสินค้าในไทย
โดยในอนาคตปริมาณสินค้าและธุรกรรมการซื้อขายทางอีคอมเมิร์ซที่มีมากขึ้น จะส่งผลให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซแสวงหาผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีระบบเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงกับตน และมีความเชี่ยวชาญในการขนส่ง เพื่อการให้บริการที่เป็นเลิศ ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายใหญ่ในต่างประเทศมีแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ อาทิ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) สามารถดำเนินไปได้แบบอัตโนมัติ เตรียมทดลองโดรนและหุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้แบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์บ้างแล้ว 
สินค้าและบริการที่คนไทยนิยมซื้อทางออนไลน์
เปิดโผผู้ท้าชิงเจ้าส่งสินค้าด่วน
ไม่เพียงความต้องการส่งสิงค้าที่เพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ หากแต่ปัจจุบันผู้บริโภคยังคาดหวังการจัดส่งเร็วขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองอย่างกรุงเทพฯ เนื่องจากชีวิตคนเมืองต้องแข่งขันกับเวลา จึงก่อให้เกิดบริการรับ-ส่งพัสดุด่วนภายในวันเดียว (Same-day Delivery) ขึ้น 

โดยคาดว่าในปี 2568 การบริการ Same-day Delivery จะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 43% และคิดเป็นสัดส่วน 22% ของธุรกิจรับ-ส่งพัสดุทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดจากสัดส่วนที่มีเพียง 1% ในปี 2559 

คุณเกียรติชัย พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ DHL eCommerce ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคต้องการความสะดวกและรวดเร็วขึ้น เมื่อก่อนการจัดส่งพัสดุในพื้นที่กรุงเทพฯ ใช้เวลา 2-3 วัน ทุกวันนี้ผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองต้องใช้ชีวิตแข่งขันกับเวลา มาตรฐานการให้บริการจึงต้องมีการพัฒนาให้ดีและเร็วขึ้น เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และเริ่มรู้สึกว่าการจัดส่งในกรุงเทพฯ ต้องภายในวันเดียวหรือภายในวันรุ่งขึ้น มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้บริโภคที่ต้องการใช้บริการรับส่งพัสดุด่วนภายในวันเดียวจะสูงขึ้น และผู้ประกอบการที่สามารถให้บริการดังกล่าวจะเป็นผู้ได้เปรียบในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ 

ล่าสุดเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว DHL eCommerce จึงเปิดบริการใหม่ DHL Parcel Metro หรือบริการรับ-ส่งพัสดุภายในวันเดียวในเขต กทม. และปริมณฑล (จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ) ที่จะเป็นทางเลือกใหม่ให้ผู้ประกอบการสามารถให้บริการด้วยการจัดส่งที่รวดเร็ว ซึ่งสามารถรับพัสดุที่มีน้ำหนักได้สูงสุดถึง 20 กิโลกรัม ค่าบริการเริ่มต้น 100 บาท ทั้งยังขยายเวลารับพัสดุถึงเวลา 12.00 น. พร้อมกับตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขายและจัดส่งสินค้าได้ในปริมาณที่มากขึ้น

การเพิ่มผู้ให้บริการรับ-ส่งพัสดุวันเดียวในกรุงเทพฯ อย่าง DHL eCommerce อาจทำให้ผู้ให้บริการรายเดิมอย่าง Kerry Express ต้องกระเทือนไม่มากก็น้อย ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ได้มีการทุ่มงบลงทุนเพิ่มอีก 800 ล้านบาท เพื่อมุ่งขยายเครือข่ายบริการจัดส่งพัสดุเร่งด่วนภายใน 1 วัน ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ภายใต้แบรนด์ Bangkok Sameday ซึ่งให้บริการเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว โดยงบดังกล่าวจะนำไปเพิ่มจำนวนยานพาหนะอีก 2 เท่า โดยให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Kerry Express และคอลเซ็นเตอร์

ขณะที่ผู้ให้บริการรับ-ส่งพัสดุแบบ On Demand อย่าง Lalamove ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าจากฮ่องกงที่เข้ามาดำเนินการในไทยราว 5 ปี ซึ่งบริการรับ-ส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ภายใน 1 ชั่วโมง ได้ออกมาคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีจำนวนผู้ใช้รายใหม่ในไทยเพิ่มขึ้นถึง 250% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ผู้ให้บริการ Same-Day Delivery ในเขต กทม. และปริมณฑล
ปัจจุบันธุรกิจขนส่งสินค้านับเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเชื่อมต่อภาคธุรกิจอื่นๆ ในอดีตมีผู้ให้บริการเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ฉะนั้นการเพิ่มผู้ให้บริการจึงเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงการพัฒนาการให้บริการแบบด่วนและแบบวันเดียว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะส่งผลให้ภาคการขนส่งแข็งแรงขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งภาพใหญ่ยังเป็นการเชื่อมต่อระบบเศรษฐกิจให้เคลื่อนที่ไปอย่างไร้รอยต่อ


ชาร์ลส์ บรูเออร์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ
“เมืองใหญ่หลายเมืองทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้เกิดปริมาณการจัดส่งที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นความต้องการด้านการจัดส่งพัสดุด่วนในเขตเมืองที่รวดเร็วทันใจภายใน 1 วันก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน”
ชาร์ลส์ บรูเออร์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ
[English]
Growing E-Commerce Heats up Delivery Business

Thailand’s booming e-commerce, following the recent arrivals of foreign operators, has been estimated to result in the delivery of 350,000-400,000 pieces per day.  

According to Electronic Transactions Development Agency (ETDA), the country’s e-commerce sector has expanded at the rate of 9.86% to a total value of around 2.81 trillion baht in 2017.  Meanwhile, Euromonitor projected that the Thai e-commerce business has the potential to grow as much as 22% annually until 2022.

Such an active growth has been a boon for the delivery business, which Kasikorn Research Center suggested that the industry will likely be worth around 30.8 billion baht and 31.3 billion baht this year -- a 9.6%-11.3% on-year growth – while competition among operators to fight for a bigger chunk of market share is expected to intensify further. 

One of the developments driven by growing e-commerce business is consumer demand for the fastest-possible delivery, which already led to the introduction of the same-day delivery service.  From its growth rate of 1% in 2017, it is now forecasted that this choice of service will grow 43% by 2025 and represent about 22% of the total business.   

The projected jump in such a service has invited DHL eCommerce to launch a new service to satisfy upcoming consumer demand in Bangkok and surrounding provinces – a development that should put pressure on a leading and existing player like Kerry Express, who promptly invested 800 million baht to improve its service.  

This expected expansion of the delivery service does not only mean more choices for consumers but also the strengthening of the transportation sector that will help move forward Thailand’s economic system to expand even more seamlessly.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments