728 x 90

ทิศทางธุรกิจขายตรงในยุคดิจิทัล

img

ในยุคที่หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เช่นเดียวกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่เเปลี่ยนแปลงเข้าถึงออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมขายตรงต้องปรับตัว ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรขายตรงให้ก้าวทันยุคดิจิทัล โดยตั้งเป้ามูลค่าตลาดขายตรงปี 61 เติบโต 3%

สินค้าความงามรุ่ง กระตุ้นใช้จ่ายผู้บริโภค
ปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท และในปี 2561 สมาคมการขายตรงไทยคาดการณ์ว่า ตลาดจะเติบโตราว 3% จากปี 2560 ด้วยปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภคทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ที่ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า สอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

โดยผลวิจัยจาก กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) พบว่า ปี 2560 ตลาดความงามของไทยมีมูลค่ารวมสูงถึง 57,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นในอัตรา 3.8% โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดรวม 40% กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผมและศีรษะ 33% กลุ่มผลิตภัณฑ์เมคอัพ 16% และกลุ่มผลิตภัณฑ์บอดี้แคร์ 11% 


ขณะเดียวกัน เทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนและอินฟลูเอนเซอร์ในเรื่องความงามมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง

โดยผลสำรวจจาก theshelf.com เว็บไซต์การตลาดอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก ระบุว่า 92% ของผู้บริโภคจะเชื่อถือคำแนะนำจากผู้บริโภคด้วยกันเอง และ 70% เลือกเชื่อบทความรีวิวออนไลน์ 47% อ่านบล็อกเพื่อหาเทรนด์และไอเดียใหม่ๆ ขณะที่ 35% อ่านบทความจากบล็อกเพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และ 20% ของผู้บริโภคผู้หญิงยังคงเชื่อการโปรโมตของบล็อกเกอร์อยู่


สมาคมฯ เผยกลยุทธ์ชูขายตรงเติบโต
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ (Money Game) ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ซึ่งยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทยนั้น นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ จะมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงผ่านสถาบันการศึกษา และประชาชนทั้งในภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดงานมหกรรม หรือการออกไปโรดโชว์ตามพื้นที่และจังหวัดต่างๆ เพื่อให้เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ผู้บริโภคไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของเรื่องดังกล่าว

อีกทั้งได้ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทย ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัลเพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย 1. Core Culture ส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ  2. Community & Charity เสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทยและการทำความดีตอบแทนสังคม 3. Competitiveness & Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยี และ 4. Connection & Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ภายใต้ยุคดิจิทัลซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมขายตรงด้วยนั้น นายกสมาคมการขายตรงไทย ให้ความเห็นว่า ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงมีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งเน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ส่งผลกระทบทำให้สายใยและสายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือ เรียกว่า Hitech-Low Touch ทางสมาคมฯ เล็งเห็นว่าควรจะช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งด้าน Online Marketing และ Offline Marketing เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win

อีกทั้งเพื่อป้องกันปัญหาแชร์ลูกโซ่ในธุรกิจขายตรง ผู้ประกอบการขายตรงจะต้องผ่านการตรวจสอบด้านจรรยาบรรณและโมเดลธุรกิจ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งหากสมาคมฯ เข้มงวดกวดขันการผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงผู้บริโภคใส่ใจตรวจสอบก่อนใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็จะทำให้ธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืนด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มผู้บริโภคอย่างแท้จริง

-------------------

นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย 
“การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง และสมาคมฯ ได้เตรียมการให้ความรู้เกี่ยวกับ Digital ให้กับบริษัทสมาชิกให้สามารถปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ผ่านการเทรนนิ่งให้กับ CEO ของบริษัทสมาชิก เพื่อให้นำแนวคิดไปต่อยอดในการทำธุรกิจ”


[English]
Direct Sales Business in Digital Era


A study by Kantar Worldpanel, an international company with focus on consumer knowledge and insights, suggested that the market value of Thailand’s direct sales market was 57 billion baht in 2017 and registered a 3.8% on-year growth.

At present, Thailand’s direct sales business is estimated to be worth 71 billion baht and the Thai Direct Selling Association has forecast that the market will grow 3.0% from a year ago in 2018. 

However, the association noted that the Money Game, which is illegal, has been impeding the growth of this sector and immediate action to promote accurate understanding among the public is needed. 

The association also reckoned that the digital era presents both positive and negative effects, as modern and updated information can be shared in a more timely fashion through social media, but growing online business may also lead consumers to forget close relations built from offline sales.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments