728 x 90

มนุษย์เงินเดือนมิลเลนเนียลเสี่ยงตกงาน! เมื่อหุ่นยนต์กำลังมาแทนที่

img

ข่าว Automation หรือหุ่นยนต์จะแย่งงานมนุษย์มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ และทำให้เกิดความกังวลว่าในอนาคตหลายสาขาอาชีพมีโอกาสสูงที่จะถูกทำแทนด้วยหุ่นยนต์ โดยผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 50 ของบริษัททั่วโลกคาดว่า Automation จะกระทบการจ้างงานแบบเต็มเวลาภายในปี 2565

Automation จะแย่งงานจริงหรือไม่?
ธนาคารกรุงไทย เผยผลวิจัย Krungthai Macro Research เรื่อง “Automation และการปรับตัวของมนุษย์เงินเดือนชาว Millennials” พบว่า Automation หรือการนำเทคโนโลยีมาทำให้งานเป็นอัตโนมัติมากขึ้น จะมีผลกระทบต่ออาชีพบางประเภท โดยเฉพาะงาน รูทีน (Routine) ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และภาวะความเป็นอยู่ในอนาคต

เรื่องนี้สำคัญสำหรับชาวมิลเลนเนียล (Millennials) หรือผู้ที่เกิดในช่วงปี 2523-2540 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่ในวัยทำงาน และต้องอยู่ในตลาดแรงงานในช่วง 20 กว่าปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะมีการนำ Automation มาใช้มากขึ้น

ปัจจุบัน Automation ทำงานได้หลายอย่างและทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าแค่งานด้านการผลิตอย่างเช่นการผลิตที่เป็นแบบซ้ำๆ (Routine Manu facturing Activities) หรือ Blue Collar Jobs หากแต่เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และ Machine Learning สามารถทำงานแบบใช้ความคิด (Cognitive) หรือ White Collar Jobs หลายๆ อย่างให้เป็นอัตโนมัติได้มากกว่า

ยิ่งกว่านั้น อาชีพที่ถูกทำนายว่าจะถูกทำให้เป็นอัตโนมัติในอนาคตยังรวมถึงงานที่รายได้สูงๆ ด้วย เช่น เจ้าหน้าที่บัญชี เจ้าหน้าที่เสมียน เจ้าหน้าที่ปล่อยกู้ นักวิเคราะห์ความเสี่ยง แคชเชียร์ ผู้ช่วยนักกฎหมาย เป็นต้น

ขณะที่งานที่ต้องใช้ทักษะทางสังคม ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดเชิงวิพากษ์ เป็นสิ่งที่ทำให้เป็นอัตโนมัติได้ยาก และจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น งานประเภทนี้มักคาดเดาแบบแผนไม่ได้ (Non-Routine) ผู้ทำงานต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น ครูอนุบาล กราฟิกดีไซเนอร์  นักพัฒนาซอฟต์แวร์ Data Scientist เป็นต้น โดยผลสำรวจของ World Economic Forum ในปี 2561 พบว่า ร้อยละ 50 ของบริษัทจากหลายประเทศทั่วโลก คาดว่า Automation จะกระทบการจ้างงานแบบเต็มเวลาภายในปี 2565 ซึ่งขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่ของไทยต่างก็มีแผนจะนำ Automation มาใช้งานเพิ่มมากขึ้น แม้ไม่มีการลดจำนวนพนักงาน แต่ก็เตรียมปรับโครงสร้างองค์กร

ล่าสุด ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดตัวแพลตฟอร์มบทสนทนาแชทบอทใหม่โดยใช้โซลูชั่นจาก Mya Systems บริษัทสตาร์ทอัพที่ให้บริการโซลูชั่น AI สำหรับการสรรหาบุคลากร โดยแชทบอทนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้สมัครที่ต้องการฝึกงานและหาตำแหน่งงาน อาทิ พนักงานแนะนำผลิตภัณฑ์ความงาม (BA)

คุณนีเลช บัวท์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านดิจิทัล ฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ลอรีอัล เปิดเผยว่า ผลจากการสนทนาในการสรรหาบุคลากร 10,000 ครั้งแรกแสดงให้เห็นว่า Mya สามารถสนทนากับผู้สมัครอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุอัตราความพึงพอใจเกือบ 100% ซึ่ง Mya เป็นระบบที่ใช้งานอย่างง่ายดาย สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือทุกที่ทุกเวลา ซึ่งหลังจากผู้สมัครได้ผ่านการรับรองจาก Mya แล้ว จะได้รับการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการรับสมัครอีกครั้งหนึ่ง

เผยทักษะสำคัญของแรงงานในอนาคต
แม้คนยุคมิลเลนเนียลโดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับคนเจนเนอเรชั่นก่อนๆ แล้ว จะมีการศึกษาที่สูงกว่าและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากกว่า แต่ความสนใจในงานที่ต้องการทำยังไม่ต่างจากเจนเนอเรชั่นอื่นๆ มากนัก ข้อมูลจาก Indeed หนึ่งในเว็บไซต์หางานขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ พบว่า คนยุคมิลเลนเนียลสนใจหางานประเภทรูทีนเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ไม่ได้ต่างจากคนรุ่นก่อนๆ แต่อย่างใด ซึ่งงานประเภทรูทีนเป็นงานที่เทคโนโลยีมีโอกาสทำงานแทนได้มากที่สุด

ขณะเดียวกันการสำรวจโดย World Economic Forum ยังพบอีกว่า มีตำแหน่งงานจำนวนมากถึง 1 ใน 3 ที่เริ่มไม่เป็นที่ต้องการ หรืออาจถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ด้วยแนวทางการแข่งขันของบริษัทในปัจจุบัน ในช่วง 5 ปีข้างหน้า Automation จะนำไปสู่การลดลงของการจ้างงานในงานบางประเภท ซึ่งรวมถึงงานที่เรามักคิดว่าเป็นที่ต้องการ และใช้ทักษะสูงในการทำงาน อย่าง Investment Banker ในบริษัทใหญ่ๆ กลับโดนทำให้เป็นอัตโนมัติ เพราะบริษัทขนาดใหญ่มีความพร้อมด้านเงินทุนในการใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก และมีแนวโน้มจะทำ Automation มากกว่า จึงไม่แปลกที่ชาวมิลเลนเนียลในหลายประเทศจะรู้สึกถึงความไม่แน่นอนกับอนาคตงานที่ทำอยู่

โดยผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจาก Deloitte ที่ระบุว่า ชาวมิลเลนเนียลเริ่มกังวลกับอนาคตของตัวเอง โดยร้อยละ 40 คิดว่า Automation เป็นภัยคุกคามต่องานที่ทำอยู่ และร้อยละ 44 เชื่อว่าความต้องการงานที่ใช้ทักษะของตัวเองจะลดลง

ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้นำในวงการธุรกิจจึงมีความวิตกร่วมกันว่า แรงงานทั่วโลกจะปรับตัวการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในปัจจุบันไม่ได้ โดยเฉพาะมีแรงงานหนุ่มสาวราว 1.8 ล้านคน เสี่ยงที่จะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ โดย Deloitte ได้ระบุว่า ทักษะสำคัญ 4 อย่างสำหรับแรงงานในอนาคต ดังนี้
1. ความพร้อมในการทำงาน ได้แก่ ทักษะพื้นฐานเช่น การบริหารเวลา การนำเสนอศักยภาพของตัวบุคคล ความมีวินัยต่อเวลาการทำงาน  เหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโอกาสในการได้รับการจ้างเข้าทำงาน
2. ทักษะในการเรียนรู้ ทุกวันนี้เทคโนโลยีหุ่นยนต์พัฒนาไปไกล จนสามารถทำงานหลายอย่างแทนมนุษย์ได้ มนุษย์จึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะเฉพาะของมนุษย์ที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทำได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาซับซ้อน ความฉลาดทางอารมณ์ และการคิดวิเคราะห์
3. ทักษะด้านเทคนิค ตำแหน่งงานใหม่ๆ หลายอย่างเกิดขึ้นเพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ  ลักษณะงานที่ยังมีตำแหน่งงานว่างมักจะต้องการทักษะด้านเทคนิคเฉพาะของแต่ละธุรกิจ และการฝึกอบรมพัฒนาเฉพาะทาง
4. ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจแบบ gig economy ขยายตัว ความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และการริเริ่มทางธุรกิจใหม่ๆ จะช่วยให้คนยุคใหม่ไปได้ดีในโลกการทำงานยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้

มุ่งเป้ากลุ่มอุตสาหกรรม
ด้านสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้มุมมองเชิงมหภาคของการผลิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคไทยแลนด์ 4.0  โดยระบุว่า ประเทศไทยยังมีกลิ่นอายของประเทศที่มีประชากรทำมาหากินในภาคเกษตรอยู่เป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 11.6 ล้านคน แต่สร้างรายได้ให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ในปี 2560 ได้เพียง 0.61 ล้านล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 5.9 เท่านั้น เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ภาคเกษตรจึงไม่ใช่แหล่งรายได้ที่สำคัญแต่เป็นวัตถุดิบที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

สำหรับสาขาบริการ ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด มีสัดส่วน GDP 6.03 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 58.5 ในต้นปี 2561 มีแรงงานจำนวนประมาณ 17 ล้านคนหรือมากกว่าร้อยละ 45.5

ส่วนสาขาอุตสาหกรรม ที่เป็นความหวังของประเทศ ต้องเผชิญกับการแข่งขันทั้งภายนอกและภายในประเทศ มีสัดส่วน GDP คิดเป็น 3.67 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 35.6 โดยสาขาอุตสาหกรรมนี้มีรายได้เฉลี่ยที่ 447,619 บาทต่อคนต่อปี เปรียบเทียบกับสาขาบริการและสาขาเกษตรคือ 354,706 บาทและ 51,758 บาทตามลำดับ

ดังนั้น การมุ่งเป้าไปที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับรายได้โดยภาพรวมจากประมาณ 276,300 บาทต่อคนต่อปีเป็น 480,000 บาทต่อคนต่อปี โดยเน้นไปที่ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเดิมและ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ จึงเป็นหนทางสำคัญให้ประเทศไทยก้าวเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะต้องปรับเปลี่ยนด้วยอุตสาหกรรมการผลิตระบบใหม่แล้ว ในส่วนของแรงงานรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงพอที่จะทำงานในอนาคตได้ ต้องเป็นแรงงานที่สามารถทำงานสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทำสิ่งประดิษฐ์ คิดค้นสิ่งใหม่ๆ ออกมาได้ด้วย หากไม่มีการปรับตัวให้รู้เท่าทันโลกยุคใหม่ ภายใต้ Digital Era ในที่สุดคงจะไม่สามารถอยู่รอดได้ และผลที่ตามมาประเทศชาติก็คงจะไม่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังที่คาดหวังกันไว้
__________
ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์  - ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยทีดีอาร์ไอ
“แรงงานรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงพอที่จะทำงานในอนาคตได้ ต้องเป็นแรงงานที่มีทั้งศาสตร์และศิลป์ มีความรอบรู้โดยผ่านการศึกษาในระบบ STEAM หรือ ผ่านการฝึกฝนภายใต้กรอบของ 21st Century Skills มาแล้ว มีสมรรถนะด้าน Problem Solving skills, Critical Thinking skills, Communication skills เพื่อให้สามารถทำงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้”

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ  - ผอ.ฝ่ายอาวุโสสายงาน Global Business Development and Strategy ธ.กรุงไทย
“หากชาวมิลเลนเนียลยังทำงานรูทีนเหมือนเดิม อัตราการเติบโตของรายได้จะน้อยลงตามความต้องการทักษะดังกล่าวที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินออมในอนาคต ทำให้ต้องทบทวนว่าจะทำงานเดิมต่อไปหรือเรียนต่อ เพื่อเปลี่ยนมาทำงานในลักษณะที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์หรืองานเชิงบริหาร ซึ่งเป็นงานที่ทำให้เป็นอัตโนมัติได้ยากกว่า”

คุณสุภศักดิ์ กฤษณามระ - กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีลอยท์ (ประเทศไทย)
“วงการธุรกิจอยู่นิ่งเฉยไม่ได้แล้ว ต้องลุกขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการเตรียมคนหนุ่มสาวให้พร้อม และให้คำแนะนำสำหรับการทำงานในอนาคต การที่จะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และลงมือในการสร้างความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ในการทำงานอนาคตอันใกล้นี้”

[English]

Millennial Employees at Risk of Losing Jobs with Arrival of Robots
According to the latest Krungthai Macro Research on “Automation and the Adjustment of Millennial Employees,” researchers said that the increase in the adoption of automation and technology by various businesses looks set to pose a considerable impact on certain professions, particularly those involved in routine duties.

This finding could be of an importance for millennials, or those who were born during 1980 and 1997, because they are going to be in the labor market for at least another 20 years, when more and more businesses will likely bring in automation for use.

While the current generation of automation is already popular among blue collar jobs, such new technology as Artificial Intelligence of A.I. that can perform white collar jobs may soon arrive.  In this case, several positions, such as accountants, clerks cashier or paralegals, look more likely to be replaced by robots in the future.

A survey by World Economic Forum found that one in three of jobs in the market is already being or will soon be given to automation.  And with the projection of more fierce business competition over the next five years, it is feared that some positions may be eliminated, even for jobs that many think require high skills, such as investment bankers.

Deloitte, a multinational professional services network, said that 40% of millennials are already viewing automation as a threat to their jobs while 44% believe businesses will soon want less of the skills they have.

Thailand Development Research Institute suggested that Thailand should focus more on training and developing skills of millennials to go in line with the growing emphasis on 10 targeted and new targeted industries under the digital era in order for them to survive and for the country to remain stable, prosperous and sustainable.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments