728 x 90

กทม.เอาจริงเร่งเดินหน้าสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

img

โครงการปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการทำทางเดินริมน้ำ ทางจักรยาน และสวนสาธารณะ ยังคงเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ในฝันที่รัฐบาลจะผลักดันให้เดินหน้าต่อ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วน แต่ล่าสุดยังมีการเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างให้สำเร็จตามเป้าหมาย

รัฐเร่งประมูลทางเลียบเจ้าพระยา จากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ครั้งล่าสุดได้มีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยมีการรายงานสถานะปัจจุบันว่าอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันของ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกรมศิลปากร เกี่ยวกับภูมิสถาปัตย์และแบบการก่อสร้าง เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบร่วมกันที่จะสร้างก่อน 2 ช่วงจากทั้งหมดที่มี 4 ช่วง นั่นคือช่วงที่ 1 ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงกรมชลประทานสามเสน และช่วงที่ 3 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จากสะพานพระราม 7 ถึง คลองบางพลัด ซึ่งคาดว่าเมื่อผ่านกระบวนการต่างๆ การรับฟังความคิดเห็น การประเมินผลกระทบด้านต่างๆ เรียบร้อยแล้วจะสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ในเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นอย่างช้า  

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร มั่นใจว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และจะเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของ กทม. จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กทม. กระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร กรมเจ้าท่า เร่งดำเนินการให้เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในเดือนพฤษภาคม 2562 เพื่อประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์โดยเร็ว

ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม. ยังคงเดินหน้าโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพระราม 7-สะพานปิ่นเกล้า ระยะทางรวม 2 ฝั่งประมาณ 14 กิโลเมตร คาดว่าปลายปี 2561 หรืออย่างช้าต้นปี 2562 จะเปิดประมูลช่วงที่ 1 และช่วงที่ 3 ที่อยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีก่อน เพราะมีรูปแบบก่อสร้างชัดเจนและทำการรื้อย้ายเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี 6 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ส่วนตอนที่ 2 และ 4 ที่อยู่ในพื้นที่ฝั่งพระนคร ยังต้องทำการรื้อย้ายและปรับรูปแบบก่อสร้างให้เรียบร้อยก่อน 

รอกระทรวงมหาดไทยไฟเขียวทำอีบิดดิ้ง
ทั้งนี้ กทม. ได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุมัติดำเนินการประกวดราคาโดยวิธี e-bidding ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างประสานงานร่วมกับ กรมเจ้าท่า และกรมศิลปากรเกี่ยวกับการเข้าใช้พื้นที่

ขณะที่คุณจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาของคนไทยทุกคนให้สามารถเข้าใช้พื้นที่ร่วมกัน และที่ผ่านมาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ยืนยันโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แก้ปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะจะมีการทำทางเดิน ทางจักรยาน บางจุดเป็นสวนสาธารณะ เป็นจุดชมวิว นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงาม ยังมีการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์ รวมถึงมีมาตรการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม สามารถแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมชุมชนและแม่น้ำได้อย่างยั่งยืน

สนข.ศึกษาแผนเพิ่มอีก 149.6 กิโลเมตร
นอกจากนั้นยังมีแผนพัฒนาทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนที่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาด้วย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งล่าสุดได้รับทราบผลศึกษาการพัฒนาพื้นที่และทางสัญจรเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

ด้านความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม โดย สนข. กระทรวงมหาดไทย และ กทม. ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาพื้นที่และทางสัญจรเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

สำหรับพื้นที่ที่ สนข. ศึกษาครอบคลุมตั้งแต่สะพานปทุมธานี 1 จังหวัดปทุมธานี ถึงสุดเขตพื้นที่บางกะเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งสองฝั่งมีระยะทาง 149.6 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมาย และกรอบแนวคิดหลักในการพัฒนาโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกัน และก่อให้เกิดการพัฒนาเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนในเขตจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

เล็งนำร่องจุดแรกที่ท่าน้ำนนทบุรี
มีระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 5 ปี วงเงินลงทุน 35,835 ล้านบาท ประกอบด้วย พื้นที่ กทม. 18,108 ล้านบาท และพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรีรวมถึงสมุทรปราการ 17,727 ล้านบาท โดยกำหนดพื้นที่นำร่อง คือ พื้นที่ ท่าน้ำนนทบุรี ช่วงสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ - สะพานพระราม 5 งบประมาณดำเนินการ 5,129.500 ล้านบาท

เหตุผลที่พื้นที่ ท่าน้ำนนทบุรี ช่วงสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ - สะพานพระราม 5 มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการในระยะแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสถานที่ราชการริมน้ำ สามารถเชื่อมต่อกับท่าน้ำนนทบุรี และมีอาคารศาลากลางเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ประกอบกับมีปริมาณการเดินทางบริเวณโดยรอบพื้นที่จำนวนมาก โดยแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณดังกล่าวมีความกว้างเฉลี่ย 230 เมตร ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนาทางสัญจรเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ชุมชน ส่วนราชการ สวนสาธารณะ และการคมนาคมขนส่งทางน้ำ อีกทั้งยังมีแผนที่จะพัฒนาให้บริเวณดังกล่าวเป็นศูนย์กลางกิจกรรมริมน้ำของเมืองด้วย

ส่วนผลตอบแทนการลงทุนทางด้านเศรษฐกิจ จากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ได้รับจากโครงข่ายการเดินทางด้วยทางสัญจรเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในภาพรวม ด้านการจราจรพบว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถยนต์ การประหยัดเวลาในการเดินทาง และลดค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อม มีมูลค่าสุทธิเป็นบวก 2,504 ล้านบาท มีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อทุน (B/C) เท่ากับ 1.070 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนร้อยละ 14.700 ต่อปี

อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ถึงปริมาณผู้ใช้ทางสัญจรด้วย ว่าในปีแรกที่ดำเนินการจะมีปริมาณผู้ใช้เส้นทางสัญจรและพื้นที่โดยรอบสำหรับกิจกรรมนันทนาการ จำนวน 75,544 คน/วัน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 18.662% ต่อปี

จากการศึกษาระบุว่าโครงการจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาพื้นที่และการเชื่อมต่อการเดินทางสัญจรเลียบแม่น้ำเจ้าพระยากับระบบคมนาคมขนส่งอย่างสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ (Economic) สังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environmental) โดยให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ (Non - Motorized Transport) และทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ อาทิ การเดินเท้า การปั่นจักรยานและพื้นที่สันทนาการหรือกิจกรรมของชุมชน รวมถึงท่าเรือสัญจรและการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการเชื่อมต่อ  การเดินทางที่หลากหลายและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ สนข. จะนำเสนอผลการประชุม คจร. ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นจะมีการนัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันต่อไป

ด้านคุณยศพล บุญสม ผู้ประสานงานสมัชชาแม่น้ำ และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเพื่อนแม่น้ำ (Friends of the River : FOR) กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าต่อ ทางมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรมสิ่งแวดล้อม สมัชชาแม่น้ำ และ Friends of the River ร่วมกันจัดงานเสวนา” แม่น้ำเจ้าพระยาที่รัก มารักก่อนที่จะสายไป My Chaopraya โดยมี อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม นักเขียน นักวิชาการ อาจารย์  ภราเดช พยัฆวิเชียร นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า รวมถึง ผศ.ดร. ปริญญา เทวา-นฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และ ดร. บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมการเสวนา เพื่อคุยถึงความจำเป็นของการมีโครงการ และความจำเป็นในการดูแลรักษาแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังจากนี้ทาง FOR จะเดินหน้ายื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้พิจารณาระงับการดำเนินโครงการชั่วคราว และจะทำการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา ความจำเป็นของโครงการว่าควรมีหรือไม่ควรมี ทั้งนี้อยากให้ภาครัฐเปิดกว้างในการรับเสียงท้วงติง และตั้งคำถาม จากประชาชนมากขึ้น

จากโครงการที่ภาครัฐมีเป้าหมายและกรอบแนวคิดหลักในการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำ ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ร่วมกันให้เกิดการพัฒนาเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน จะเป็นไปได้หรือไม่เมื่อยังมีคำถามถึงขั้นตอนการทำงานว่าถูกต้องตามขั้นตอนและกฎหมายหรือไม่ ทำแล้วเป็นการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะและประเทศโดยรวมอย่างไรบ้าง และรัฐจะพร้อมรับฟังการท้วงติง การสอบถาม การตั้งข้อสังเกตจากประชาชนหรือไม่ 

___________
คุณสราวุธ ทรงศิวิไล - ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
“ส่วนที่ สนข. ศึกษา ครอบคลุมพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ กทม. รับผิดชอบ หลังจาก คจร. รับทราบผลการศึกษาแล้วจะส่งเรื่องไปยัง ครม. เพื่อรายงานให้รับทราบ เมื่อผ่านการประชุม ครม. แล้ว สนข. จะนัดหารือกับกระทรวงมหาดไทย กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการยัดเยียดโครงการให้แก่ชุมชน แต่จะเปิดรับฟัง ถามความคิดเห็น ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วนำไปสู่การออกแบบรายละเอียด เพื่อให้ได้โครงการที่ตรงกับความต้องการและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง”

คุณยศพล บุญสม - ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเพื่อนแม่น้ำ (Friends of the River : FOR)
“มีความเห็นว่าภาครัฐไม่ควรเร่งดำเนินการ เนื่องจากยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนถึงความจำเป็นที่จะต้องมีโครงการ ทำแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงหรือไม่ และในการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนและข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ ด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของการศึกษาผลกระทบ ที่สำคัญเป็นช่วงเวลาที่ใกล้จะมีการเลือกตั้ง ควรจะรอให้ว่าที่รัฐบาลใหม่มีส่วนในการพิจารณา และเปิดกว้างในการฟังเสียงประชาชนให้มากขึ้น เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสมบัติสาธารณะ เป็นคุณค่าร่วมที่ทุกคนมีร่วมกัน”

[English]
Thai Government Green-lit Chao Phraya Promenade Construction
The latest meeting of a committee on public administration reform, chaired by Deputy Prime Minister Gen. Prawit Wongsuwon, the discussion related to the progress of the improvement of the landscape along the Chao Phraya River was among the agendas.

The meeting heard that the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) and the Department of Fine Arts have still been discussing the landscape and the construction designs, which were divided into four phases and the construction of two of them should begin after the public hearing and the assessment of all impacts are concluded – tentatively in May 2019.

Bangkok Governor Pol. Gen. Aswin Kwanmuang added that the 14-kilometer Chao Phraya promenade project in Bangkok remains underway and the construction bidding of phase 1 and phase 3 of the project should take place no later than the beginning of 2019 while the actual construction should take eight months to complete.  He added that phase 2 and phase 4 of the project, which sit on the eastern side of the river, would take more time to start as relocation and design adjustment must first be resolved.

The BMA is confident that the promenade project will benefit the public and address the problem of land encroachment while improving the quality of life of Bangkok residents through the construction of passageways, cycling lanes, public parks, observation points and planned development of a transport system to connect with the public transport network.

The Office of Transport and Traffic Policy and Planning is also planning to pursue a similar project for a total distance of 149.6 kilometers that covers Pathum Thani, Nonthaburi and Samut Prakarn while costing 35.83 billion baht and five years to complete.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments