728 x 90

ไทยยืนหนึ่งชอปปิงออนไลน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล

img

กระแสชอปปิงออนไลน์ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่คอยสนับสนุนเหล่าขาชอปในการจับจ่ายใช้สอยให้สะดวกแค่คลิกนิ้ว โดยผลสำรวจพบว่า ไทย คือประเทศที่มีการใช้จ่ายผ่านทางออนไลน์มากที่สุดในอาเซียน

คาดภายใน 2 ปี อีคอมเมิร์ซไทยโต 25%
ผลสำรวจการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของ 5 ชาติในกลุ่มประเทศอาเซียน จาก Shopback ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคืนเงินจากการชอปปิง พบว่า คนไทยมีการใช้จ่ายและซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย ตามลำดับ

โดยการชอปปิงออนไลน์ในประเทศไทยส่วนใหญ่ หรือคิดเป็นสัดส่วน 3 ใน 4 จะเป็นการชอปผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ท-โฟน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการชอปปิงบนสมาร์ทโฟนในไทย มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีอัตราสูงกว่าการชอปปิงผ่านคอมพิวเตอร์ (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1 )

อีกทั้งยังคาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยจะเติบโตขึ้นราว 25% เป็นผลมาจากนวัตกรรมของแอปพลิเคชันชอปปิงบนสมาร์ทโฟนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนในไทย มีการพัฒนาอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

ด้าน ไพรซ์ซ่า ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Priceza เครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา เปิดเผยว่า ผู้บริโภคปัจจุบันใช้เวลาอยู่กับแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น ทั้งเพื่อความบันเทิง เพื่อการติดต่อสื่อสาร เพื่อโอนเงินทำธุรกรรมต่างๆ ไปจนถึงการซื้อ-ขายสินค้า โดยการชอปปิงออนไลน์หรือซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซนั้น ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิต สะท้อนถึงว่าถนนทุกสายจะมุ่งสู่การค้าออนไลน์

โดยจากพฤติกรรมของคนไทยที่เข้ามาค้นหาสินค้าเปรียบเทียบราคาบนแพลตฟอร์มไพรซ์ซ่า พบว่า วันที่พีคคือวันจันทร์ และจำนวนจะค่อยๆ ลดลงในวันถัดไป ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ จะน้อยที่สุด นั่นอาจหมายถึงว่า คนไทยนิยมชอปปิงในวันทำงาน ร้านค้าจึงจำเป็นต้องเท่าทันพฤติกรรมเหล่านี้ (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2 )

ส่องพฤติกรรมขาชอปออนไลน์
จากข้อมูลของ ETDA หรือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พบว่า ปี 2561 เป็นปีแรกที่การซื้อสินค้าหรือบริการผ่านออนไลน์ ติด Top 5 กิจกรรมบนโลกออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทย นอกเหนือจากนั้นจะมีกิจกรรมอย่างอื่นที่เพิ่มหลากหลายขึ้นมา เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ การจองโรงแรม จองตั๋วต่างๆ การหาหาคู่ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นข้อบ่งชี้ว่าสังคมไทย เริ่มขับเคลื่อนสู่สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง 

คุณสุพัชเชษฐ์ เภาวะนิต Vice President, Seller Operations ลาซาด้า ประเทศไทย ระบุว่า บริษัทฯ มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยการทำ Personalization มากขึ้น คือจะไป Track ในพฤติกรรมการเสิร์ช พฤติกรรมในการคลิก คลิกอะไรบ่อยขนาดไหน สินค้าที่ตัดสินใจซื้อ ซื้อบ่อยขนาดไหน สินค้าที่ต้องการเห็น โดยจะไม่โชว์อะไรที่ไม่เกี่ยวพันกับพฤติกรรมผู้บริโภค จึงทำให้ ลาซาด้า สามารถตอบสนองผู้บริโภคทุกวัยได้

ด้านคุณศุภนีวรรณ จูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยของคนปัจจุบัน มีแอปฯ อยู่บนมือถือคนละประมาณ 32 แอปฯ ในจำนวนนั้นมีแอปฯ ที่ใช้ทุกวันเฉลี่ยเพียงประมาณ 8 แอปฯ ทุกอุตสาหกรรมทุกหมู่เหล่าพยายามแย่งชิงกันอยู่ใน 8 แอปฯ นี้ สิ่งสำคัญในการพัฒนาแอปฯ คือ แทนที่จะปล่อยให้เขาออกไปเข้าแอปฯ นั้นที แอปฯ นี้ที พอโอนเสร็จแล้ว ก็เอาสลิปมาแปะ ต้องทำให้มันง่ายขึ้นกว่านั้น เพื่อให้การซื้อ-ขายไหลลื่นมากกว่า เพราะทุกทริกเกอร์ของการเปลี่ยนหน้า ผู้ใช้สามารถหยุดได้ตลอดเวลา 

โดยจากข้อมูลพบว่า คนมักโอนเงินสำหรับการชอปปิงในวันธรรมดามากกว่าเสาร์-อาทิตย์ และมักอยู่ในช่วงเวลา 13.00-14.00 น. ซึ่งเป็นไปได้ว่า คนนิยมชอปปิงในวันธรรมดา เวลาทำงาน เพื่อคลายเครียดระหว่างวัน

นอกจากนี้ยังพบว่า K PLUS เป็นแอปฯ อันดับ 1 ที่มียอดสถิติดาวน์โหลดสูงสุด โดยรายงานจากธนาคารกสิกรไทย ปี 2561 ระบุว่า K PLUS มียอดดาวน์โหลดถึง 8.1 ล้านราย

คุณแม่เอเชียยุคใหม่ลูกค้าหลักชอปออนไลน์

theasianparent.com เว็บไซต์ครอบครัวชื่อดังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยผลการศึกษาพฤติกรรมการเสพสื่อของคุณแม่เอเชียยุคใหม่ประจำปี จากการใช้จ่ายในครัวเรือน พบว่า กลุ่มคุณแม่เป็นผู้ทรงอิทธิพลในการซื้อของเข้าบ้านและชอปออนไลน์มากที่สุด ด้วยเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเป็นเป้าหมายทางการตลาดที่น่าจับตามอง ครอบคลุมทุกผลิตภัณท์และบริการตั้งแต่ผลิตภัณท์สำหรับลูกน้อย ยันสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า

โดยคุณแม่ส่วนใหญ่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้นหลังจากตั้งครรภ์ 46.69% เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน 20.75% ซึ่งเวลาส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการท่องโซเชียลมากที่สุด 77.10% รองลงมาคือค้นข้อมูลตามเว็บไซต์เกี่ยวกับครอบครัว (Parenting Sites) 75.31%, ซื้อของออนไลน์ 62.43%, เสิร์ชหาข้อมูลทั่วไป 42.58%, เช็คอีเมล 37.57% และอื่นๆ 4.29% ตามลำดับ

ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ 91.95%, คอมพิวเตอร์ 7.51% และ แท็บเล็ต 0.54% 

ประเภทสินค้าที่มักจะซื้อผ่านทางออนไลน์บ่อยๆ ได้แก่ เสื้อผ้าเด็ก 74.26%, ของใช้เด็ก 69.55%, เสื้อผ้าสำหรับตัวเอง 45.38%, สินค้าเกี่ยวกับเครื่องสำอางและความงาม 39.29%, ของใช้ทั่วไป 39.10%, ของใช้ภายในบ้าน 27.31% และ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 11.79% 

สำหรับช่องทางที่ใช้ซื้อของออนไลน์ ได้แก่ Facebook 75.44%, Lazada 70.73%, Shopee 61.49% และ Line 42.24% (ดูอินโฟกราฟฟิกประกอบ 3 )

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ Google และ Temasek ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 27% พร้อมคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.41 ล้านล้านบาทภายในปี 2568 จากเดิมในปี 2561 อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.94 แสนล้านบาท

สอดรับกับที่รัฐมีมติผ่านร่าง พ.ร.บ. เพื่อแก้ไขการชำระเงินภาษี และเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะต้องการลดการรั่วไหล เนื่องจากการค้าออนไลน์ ไม่มีการชำระภาษี ทำให้มีการค้าขายในราคาถูก ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าจากออนไลน์มากกว่าในห้าง เป็นผลให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคลดลง ซึ่งคาดว่าเมื่อกรมสรรพากร เดินหน้าใช้กฎหมายเต็มรูปแบบในปี 2563 จะทำให้รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท

ส่วนร้านค้าออนไลน์ หากปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคได้ทันท่วงที ก็จะคงเข้าถึงและครองใจนักชอปออนไลน์ได้อย่างลื่นไหลและไม่มีสะดุดแน่นอน 
__________
คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา - ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพร์ซซ่า จำกัด
“แม้ถนนทุกสายจะมุ่งสู่การค้าออนไลน์ แต่ก็ไม่ใช่ผู้ประกอบการทุกรายที่จะสามารถขายสินค้าได้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทราบว่าผู้บริโภคอยู่ที่ไหน มีพฤติกรรมอย่างไร ผู้ประกอบการจึงจะมีโอกาสขายสินค้าได้ โดยพฤติกรรมของคนไทยที่เข้ามาค้นหาสินค้าเปรียบเทียบราคาบนแพลตฟอร์มของไพรซ์ซ่า พบว่า วันที่พีคคือวันจันทร์ และจำนวนจะค่อยๆ ลดลงในวันถัดไป ส่วนเสาร์-อาทิตย์ จะน้อยที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ว่า คนไทยนิยมชอปปิงในวันทำงาน เพื่อคลายความเครียด”

คุณสุพัชเชษฐ์ เภาวะนิต - Vice President, Seller Operations ลาซาด้า ประเทศไทย

“เรามีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ด้วยการทำ Personalization มากขึ้น ถ้าเปิดแอปของลาซาด้า ทุกคนจะเห็นของที่ไม่เหมือนกันเลย เราจะไป Track ในพฤติกรรมการเสิร์ช พฤติกรรมในการคลิก สินค้าที่ตัดสินใจซื้อ ความถี่ในการซื้อ สินค้าที่ต้องการเห็น ซึ่งเราจะไม่โชว์อะไรที่ไม่เกี่ยวพันกับพฤติกรรมผู้บริโภค หลังจากนั้น เขาซื้อแล้ว ในช่วงเวลาเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะซื้อสินค้าตัวอื่นที่มันสอดคล้องกับที่เขาเคยซื้อหรือไม่ แบบนี้เรียกว่า เป็นการมองก้าวกระโดดได้”

[English]

Thailand, ASEAN’s No.1 E-Commerce Market
The latest survey by Shopback in five ASEAN countries found Thai consumers have been the most active online shoppers, followed by e-commerce customers in Indonesia, the Philippines, Singapore and Malaysia.

The survey indicated that three-quarters of e-commerce transactions in Thailand have taken place via mobile phone applications and predicted that Thailand’s e-commerce business would likely grow 25% over the next two years.

Meanwhile, Electronic Transactions Development Agency (ETDA) reported that 2018 is noted as the first year to see internet shopping in the top-5 list of online activities of consumers in Thailand.

Personalization has been one approach for e-commerce business operators, including Lazada Thailand, to employ to understand consumers and catch up with their changing behaviors, as tracking online shoppers’ search patterns and their decisions have proven to help the company capture more consumers.

At the same time, an annual study on Southeast Asian mothers by theAsianparent.com showed this group of consumers have had high influence in household purchases and high potential as well as should be noted as a prime target for marketers of all production groups.

The report suggested that 46.69% of pregnant mothers have spent more time on internet, with 77.10% of their online time spent on social media, followed by visits to parenting sites (75.31%), online shopping (62.43%) and general searches (42.58%).

When it comes to popular online shopping platforms, the study found 75.44% shoppers preferred Facebook, followed by Lazada (70.73%), Shopee (61.49%) and Line (42.24%).

Earlier, Google and Temasak forecast that Thailand was the second-largest digital economy in ASEAN and should expand at a rate of 27% per year to reach a total value of US$43 billion by 2025 from US$12 billion in 2018.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments